คลังแนวข้อสอบกระดานอันดับ

แนวข้อสอบการรับราชการทหารและกำลังพลสำรอง 21 ข้อ พร้อมเฉลย

ในคลัง 21 ข้อวิชาความรู้ทางทหารกองทัพบก ภาค ก

หน้านี้รวมแนวข้อสอบหัวข้อการรับราชการทหารและกำลังพลสำรอง จำนวน 21 ข้อ พร้อมเฉลยและคำอธิบายว่าทำไมตัวเลือกนั้นถึงถูก ทุกข้อจัดทำขึ้นใหม่ตามผังการออกข้อสอบ ไม่ใช่ข้อสอบเก่าของหน่วยงานใด อ่านฟรีทั้งหมดโดยไม่ต้องสมัครสมาชิก

ข้อสอบการรับราชการทหารและกำลังพลสำรอง พร้อมเฉลย ครบทั้ง 21 ข้อ

ข้อ 1

ตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 "ทหารกองเกิน" หมายความว่าอย่างไร

  1. 1.ผู้ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์และยังไม่ถึง 30 ปีบริบูรณ์ ซึ่งได้ลงบัญชีทหารกองเกินไว้แล้ว
  2. 2.ผู้ซึ่งกำลังรับราชการอยู่ในกองประจำการ
  3. 3.ผู้ซึ่งปลดจากกองประจำการแล้ว
  4. 4.ผู้ซึ่งได้รับการยกเว้นไม่ต้องเข้ารับราชการทหาร
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. ผู้ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์และยังไม่ถึง 30 ปีบริบูรณ์ ซึ่งได้ลงบัญชีทหารกองเกินไว้แล้ว

มาตรา 4 นิยาม "ทหารกองเกิน" ว่าหมายถึงผู้ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์และยังไม่ถึง 30 ปีบริบูรณ์ ซึ่งได้ลงบัญชีทหารกองเกินไว้แล้ว ส่วนผู้ที่กำลังรับราชการอยู่คือทหารกองประจำการ และผู้ที่ปลดจากกองประจำการแล้วคือทหารกองหนุน

ข้อ 2

ชายที่มีสัญชาติไทยต้องไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกินเมื่อใด

  1. 1.เมื่ออายุย่างเข้า 18 ปีในปีพุทธศักราชใด ต้องไปลงบัญชีที่อำเภอท้องที่ซึ่งเป็นภูมิลำเนาทหารของตนภายในปีนั้น
  2. 2.เมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์
  3. 3.เมื่ออายุย่างเข้า 21 ปี
  4. 4.เมื่อได้รับหมายเรียกจากนายอำเภอเท่านั้น
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. เมื่ออายุย่างเข้า 18 ปีในปีพุทธศักราชใด ต้องไปลงบัญชีที่อำเภอท้องที่ซึ่งเป็นภูมิลำเนาทหารของตนภายในปีนั้น

มาตรา 16 กำหนดให้ชายสัญชาติไทยที่มีอายุย่างเข้า 18 ปีในปีพุทธศักราชใด ต้องไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกินที่อำเภอท้องที่ซึ่งเป็นภูมิลำเนาทหารของตนภายในปีนั้น การลงบัญชีเป็นคนละขั้นตอนกับการรับหมายเรียกซึ่งเกิดตอนอายุย่างเข้า 21 ปี

ข้อ 3

ผู้ที่ได้ลงบัญชีทหารกองเกินไว้แล้ว ต้องไปแสดงตนเพื่อรับหมายเรียกเข้ารับการตรวจเลือกเมื่ออายุเท่าใด

  1. 1.อายุย่างเข้า 18 ปี
  2. 2.อายุย่างเข้า 20 ปี
  3. 3.อายุย่างเข้า 21 ปี
  4. 4.อายุครบ 25 ปีบริบูรณ์
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. อายุย่างเข้า 21 ปี

มาตรา 25 กำหนดว่าผู้ที่ลงบัญชีทหารกองเกินไว้แล้ว เมื่อมีอายุย่างเข้า 21 ปีในพุทธศักราชใด ต้องไปแสดงตนเพื่อรับหมายเรียกที่อำเภอท้องที่ซึ่งเป็นภูมิลำเนาทหารของตนภายในปีนั้น จุดที่ต้องจำคู่กันคือ ลงบัญชีตอนย่างเข้า 18 ปี และรับหมายเรียกตอนย่างเข้า 21 ปี

ข้อ 4

การนับอายุตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 ใช้หลักเกณฑ์ใด

  1. 1.นับตามวันเดือนปีเกิดจริงเช่นเดียวกับกฎหมายทั่วไป
  2. 2.ถ้าเกิดพุทธศักราชใด ให้ถือว่ามีอายุครบหนึ่งปีบริบูรณ์เมื่อสิ้นพุทธศักราชที่เกิดนั้น และนับต่อไปเฉพาะปีที่สิ้นพุทธศักราชแล้ว
  3. 3.นับจากวันที่ได้รับบัตรประจำตัวประชาชนใบแรก
  4. 4.นับจากวันที่ไปลงบัญชีทหารกองเกิน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ถ้าเกิดพุทธศักราชใด ให้ถือว่ามีอายุครบหนึ่งปีบริบูรณ์เมื่อสิ้นพุทธศักราชที่เกิดนั้น และนับต่อไปเฉพาะปีที่สิ้นพุทธศักราชแล้ว

มาตรา 4 (1) กำหนดวิธีนับอายุเป็นการเฉพาะว่า ถ้าเกิดพุทธศักราชใด ให้ถือว่ามีอายุครบหนึ่งปีบริบูรณ์เมื่อสิ้นพุทธศักราชที่เกิดนั้น ส่วนการนับอายุต่อไปให้นับแต่เฉพาะปีที่สิ้นพุทธศักราชแล้ว วิธีนับแบบนี้ต่างจากการนับอายุตามกฎหมายทั่วไป ทำให้ทุกคนที่เกิดในปีเดียวกันเข้ารับการตรวจเลือกพร้อมกัน และถ้าไม่ปรากฏปีเกิด ให้นายอำเภอท้องที่เป็นผู้กำหนด

ข้อ 5

"ทหารกองหนุน" ตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 หมายถึงผู้ใด

  1. 1.ผู้ที่ยังไม่เคยเข้ารับการตรวจเลือก
  2. 2.ทหารที่ปลดจากกองประจำการโดยรับราชการจนครบกำหนด หรือทหารกองเกินซึ่งสำเร็จการฝึกวิชาทหารและได้ขึ้นทะเบียนกองประจำการแล้วปลดเป็นกองหนุน
  3. 3.ผู้ที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเข้ารับราชการทหาร
  4. 4.ผู้ที่อยู่ระหว่างการผ่อนผันเพราะกำลังศึกษาอยู่
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ทหารที่ปลดจากกองประจำการโดยรับราชการจนครบกำหนด หรือทหารกองเกินซึ่งสำเร็จการฝึกวิชาทหารและได้ขึ้นทะเบียนกองประจำการแล้วปลดเป็นกองหนุน

ทหารกองหนุนคือผู้ที่ผ่านการเป็นทหารมาแล้ว ไม่ว่าจะโดยรับราชการในกองประจำการจนครบกำหนดแล้วปลด หรือเป็นทหารกองเกินที่สำเร็จการฝึกวิชาทหาร (นักศึกษาวิชาทหาร) ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร แล้วขึ้นทะเบียนกองประจำการและปลดเป็นกองหนุน ทั้งสองทางให้ผลเป็นทหารกองหนุนเหมือนกัน

ข้อ 6

โดยหลักทั่วไป ผู้ที่ถูกคัดเลือกให้เป็นทหารกองประจำการ ต้องรับราชการเป็นระยะเวลาเท่าใด

  1. 1.6 เดือน
  2. 2.1 ปี
  3. 3.2 ปี
  4. 4.3 ปี
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. 2 ปี

มาตรา 9 กำหนดให้การรับราชการทหารกองประจำการมีกำหนด 2 ปี แต่สำหรับผู้ซึ่งมีคุณวุฒิพิเศษหรือเมื่อมีกรณีพิเศษ อาจรับราชการน้อยกว่า 2 ปีตามที่กำหนดในกฎกระทรวงก็ได้ ทั้งนี้ผู้มีคุณวุฒิพิเศษต้องแสดงหลักฐานต่อคณะกรรมการตรวจเลือกในวันตรวจเลือก หรือต่อหน่วยทหารในวันที่ร้องขอเข้ารับราชการ

ข้อ 7

ผู้ที่ไม่ไปเข้ารับการตรวจเลือกเข้าเป็นทหารกองประจำการตามหมายเรียก หรือไปแต่ไม่เข้ารับการตรวจเลือก ต้องระวางโทษตามข้อใด

  1. 1.ปรับไม่เกิน 300 บาท เท่านั้น
  2. 2.จำคุกไม่เกิน 3 เดือน
  3. 3.จำคุกไม่เกิน 3 ปี
  4. 4.ไม่มีโทษ เพียงแต่ต้องไปรายงานตัวในปีถัดไป
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. จำคุกไม่เกิน 3 ปี

มาตรา 45 กำหนดโทษสำหรับผู้ที่ไม่มาเข้ารับการตรวจเลือก หรือมาแต่ไม่เข้ารับการตรวจเลือก ไว้ที่จำคุกไม่เกิน 3 ปี ซึ่งหนักกว่าโทษของการไม่ไปลงบัญชีทหารกองเกินหรือไม่ไปรับหมายเรียก ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 300 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข้อ 8

ชายไทยผู้หนึ่งอายุ 25 ปี ยังไม่เคยลงบัญชีทหารกองเกินเพราะอยู่ต่างประเทศมานาน ข้อใดกล่าวถูกต้อง

  1. 1.พ้นหน้าที่แล้วเพราะเลยกำหนดอายุ 18 ปีมานาน
  2. 2.ถ้าอายุยังไม่ถึง 46 ปีบริบูรณ์ ต้องไปลงบัญชีทหารกองเกินด้วยตนเองภายใน 30 วันนับแต่วันที่พ้นเหตุที่ทำให้ไปแจ้งตามกำหนดไม่ได้
  3. 3.ต้องรอให้นายอำเภอออกหมายเรียกมาก่อนจึงจะไปลงบัญชีได้
  4. 4.ให้ผู้อื่นไปแจ้งแทนได้ทุกกรณี
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ถ้าอายุยังไม่ถึง 46 ปีบริบูรณ์ ต้องไปลงบัญชีทหารกองเกินด้วยตนเองภายใน 30 วันนับแต่วันที่พ้นเหตุที่ทำให้ไปแจ้งตามกำหนดไม่ได้

ชายที่ยังไม่ได้ลงบัญชีทหารกองเกินไม่ว่าด้วยเหตุใด ถ้าอายุยังไม่ถึง 46 ปีบริบูรณ์ ต้องไปลงบัญชีภายใน 30 วันนับแต่วันที่พ้นเหตุที่ทำให้ไปแจ้งตามกำหนดไม่ได้ และในกรณีนี้กฎหมายบังคับให้ไปแจ้งด้วยตนเอง จะให้ผู้อื่นไปแจ้งแทนไม่ได้ ต่างจากการลงบัญชีตามกำหนดปกติที่ให้ผู้บรรลุนิติภาวะซึ่งเชื่อถือได้ไปแจ้งแทนได้

ข้อ 9

ข้อใด "ไม่ใช่" บุคคลที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเข้ารับราชการทหารกองประจำการตามมาตรา 13

  1. 1.พระภิกษุที่มีสมณศักดิ์ หรือที่เป็นเปรียญ
  2. 2.คนพิการทุพพลภาพซึ่งไม่สามารถเป็นทหารได้
  3. 3.บุคคลซึ่งไม่มีคุณวุฒิที่จะเป็นทหารได้เฉพาะบางท้องที่ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
  4. 4.ผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 4. ผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี

มาตรา 13 ยกเว้นให้ 3 กลุ่ม คือ พระภิกษุที่มีสมณศักดิ์หรือที่เป็นเปรียญและนักบวชในพระพุทธศาสนานิกายจีนหรือญวนที่มีสมณศักดิ์ · คนพิการทุพพลภาพซึ่งไม่สามารถเป็นทหารได้ · และบุคคลซึ่งไม่มีคุณวุฒิที่จะเป็นทหารได้เฉพาะบางท้องที่ ส่วนผู้ที่กำลังศึกษาอยู่จะได้รับการ "ผ่อนผัน" ซึ่งเป็นการเลื่อนเวลาออกไป ไม่ใช่การยกเว้นให้พ้นหน้าที่

ข้อ 10

ข้อใดคือความแตกต่างระหว่าง "การยกเว้น" กับ "การผ่อนผัน" ในการเข้ารับราชการทหาร

  1. 1.การยกเว้นทำให้ไม่ต้องเข้ารับราชการทหารกองประจำการตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนการผ่อนผันเป็นการเลื่อนเวลาออกไปแต่ยังคงมีหน้าที่อยู่
  2. 2.การยกเว้นใช้กับนักศึกษา ส่วนการผ่อนผันใช้กับพระภิกษุ
  3. 3.ทั้งสองอย่างมีความหมายเหมือนกันทุกประการ
  4. 4.การผ่อนผันทำให้พ้นหน้าที่ถาวร ส่วนการยกเว้นเป็นเพียงการเลื่อนเวลา
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. การยกเว้นทำให้ไม่ต้องเข้ารับราชการทหารกองประจำการตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนการผ่อนผันเป็นการเลื่อนเวลาออกไปแต่ยังคงมีหน้าที่อยู่

การยกเว้นตามมาตรา 13 และ 14 ทำให้บุคคลนั้นไม่ต้องเข้ารับราชการทหารกองประจำการหรือไม่ต้องถูกเรียกมาตรวจเลือกตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนการผ่อนผัน เช่น กรณีกำลังศึกษาอยู่ เป็นเพียงการเลื่อนกำหนดออกไป เมื่อพ้นเหตุผ่อนผันแล้วก็ยังคงมีหน้าที่ต้องเข้ารับการตรวจเลือกตามปกติ

ข้อ 11

ข้อใด "ไม่ใช่" บุคคลที่เมื่อลงบัญชีทหารกองเกินแล้วไม่ต้องถูกเรียกมาตรวจเลือกในยามปกติตามมาตรา 14

  1. 1.นักเรียนโรงเรียนเตรียมทหารของกระทรวงกลาโหม
  2. 2.บุคคลซึ่งอยู่ในระหว่างการฝึกวิชาทหารตามหลักสูตรที่กระทรวงกลาโหมกำหนด
  3. 3.ครูซึ่งทำการสอนหนังสือหรือวิชาการต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด
  4. 4.ผู้ที่ทำงานในบริษัทเอกชนขนาดใหญ่และเป็นกำลังหลักของครอบครัว
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 4. ผู้ที่ทำงานในบริษัทเอกชนขนาดใหญ่และเป็นกำลังหลักของครอบครัว

มาตรา 14 ยกเว้นไม่ต้องถูกเรียกมาตรวจเลือกในยามปกติให้แก่พระภิกษุ สามเณร และนักบวชซึ่งเป็นนักธรรมตามที่กระทรวงศึกษาธิการรับรอง · นักบวชศาสนาอื่นที่มีหน้าที่ประจำในกิจของศาสนา · ผู้อยู่ระหว่างการฝึกวิชาทหาร · นักเรียนโรงเรียนเตรียมทหาร · และครูตามที่กฎหมายกำหนด การเป็นกำลังหลักของครอบครัวหรือทำงานเอกชนไม่ใช่เหตุยกเว้นตามมาตรานี้

ข้อ 12

นักศึกษาวิชาทหาร (รด.) ที่สำเร็จการฝึกวิชาทหารตามหลักสูตรที่กำหนด จะมีสถานะทางทหารอย่างไร

  1. 1.ยังคงเป็นทหารกองเกินตลอดไป
  2. 2.ได้ขึ้นทะเบียนกองประจำการแล้วปลดเป็นทหารกองหนุน โดยไม่ต้องเข้ารับราชการในกองประจำการ
  3. 3.ต้องเข้ารับราชการในกองประจำการ 1 ปีเสมอ
  4. 4.พ้นจากหน้าที่รับราชการทหารโดยสิ้นเชิงและไม่อาจถูกเรียกพลได้อีก
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ได้ขึ้นทะเบียนกองประจำการแล้วปลดเป็นทหารกองหนุน โดยไม่ต้องเข้ารับราชการในกองประจำการ

ผู้ที่สำเร็จการฝึกวิชาทหารตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร จะได้ขึ้นทะเบียนกองประจำการแล้วปลดเป็นทหารกองหนุนทันที โดยไม่ต้องเข้ารับราชการในกองประจำการ อย่างไรก็ตาม ทหารกองหนุนยังคงอาจถูกเรียกพลเพื่อฝึกวิชาทหาร ทดลองความพรั่งพร้อม ตรวจสอบ หรือระดมพลได้

ข้อ 13

พระราชบัญญัติกำลังพลสำรอง พ.ศ. 2558 มีสาระสำคัญตามข้อใด

  1. 1.ยกเลิกการเกณฑ์ทหารทั้งหมดและใช้ระบบสมัครใจแทน
  2. 2.ให้ทหารกองหนุนกลับมาฝึกวิชาทหารอีกครั้งในฐานะกำลังพลสำรอง เพื่อเตรียมความพร้อมในกิจการของกระทรวงกลาโหม
  3. 3.กำหนดให้ทุกคนที่จบมัธยมศึกษาต้องเป็นนักศึกษาวิชาทหาร
  4. 4.ให้กองทัพจ้างทหารรับจ้างจากต่างประเทศได้
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ให้ทหารกองหนุนกลับมาฝึกวิชาทหารอีกครั้งในฐานะกำลังพลสำรอง เพื่อเตรียมความพร้อมในกิจการของกระทรวงกลาโหม

พระราชบัญญัติกำลังพลสำรอง พ.ศ. 2558 วางระบบให้ทหารกองหนุนกลับมาฝึกวิชาทหารอีกครั้งในฐานะกำลังพลสำรอง เพื่อให้กองทัพมีกำลังที่พร้อมเรียกใช้ได้โดยไม่ต้องคงกำลังประจำการจำนวนมาก กฎหมายยังกำหนดโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืน และกำหนดหน้าที่ของนายจ้างที่ต้องจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างซึ่งต้องไปรับราชการทหารในวันลา

ข้อ 14

ในวันเข้ารับการตรวจเลือกทหาร ผู้เข้ารับการตรวจเลือกต้องนำเอกสารใดไปแสดง

  1. 1.ใบสำคัญทหารกองเกิน บัตรประจำตัวประชาชน และประกาศนียบัตรหรือหลักฐานการศึกษา
  2. 2.บัตรประจำตัวประชาชนเพียงอย่างเดียว
  3. 3.ทะเบียนบ้านและใบขับขี่
  4. 4.หนังสือรับรองจากนายจ้างและใบรับรองแพทย์
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. ใบสำคัญทหารกองเกิน บัตรประจำตัวประชาชน และประกาศนียบัตรหรือหลักฐานการศึกษา

ผู้เข้ารับการตรวจเลือกต้องนำใบสำคัญทหารกองเกิน บัตรประจำตัวประชาชน และประกาศนียบัตรหรือหลักฐานการศึกษาไปแสดงต่อคณะกรรมการตรวจเลือก หลักฐานการศึกษามีความสำคัญมาก เพราะผู้มีคุณวุฒิพิเศษต้องแสดงหลักฐานในวันตรวจเลือกจึงจะอ้างสิทธิรับราชการน้อยกว่า 2 ปีได้

ข้อ 15

ผู้ใดเป็นผู้ดำเนินการเรียกและส่งทหารเข้ารับราชการตามความประสงค์ของกระทรวงกลาโหม

  1. 1.ผู้ว่าราชการจังหวัด
  2. 2.นายอำเภอ
  3. 3.ผู้บัญชาการทหารบก
  4. 4.กำนันในท้องที่
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. นายอำเภอ

เมื่อผลการคัดเลือกปรากฏว่าผู้ใดต้องเป็นทหาร นายอำเภอจะเป็นผู้ดำเนินการเรียกและส่งทหารเข้ารับราชการตามความประสงค์ของกระทรวงกลาโหม สอดคล้องกับที่นายอำเภอเป็นผู้รับผิดชอบงานลงบัญชีทหารกองเกินและการออกหมายเรียกในท้องที่ซึ่งเป็นภูมิลำเนาทหารด้วย

ข้อ 16

เอกสารใดคือ "ใบสำคัญทหารกองเกิน" ที่ออกให้เมื่อลงบัญชีทหารกองเกินแล้ว

  1. 1.สด.8
  2. 2.สด.9
  3. 3.สด.35
  4. 4.สด.43
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. สด.9

สด.9 คือใบสำคัญทหารกองเกิน ออกให้เมื่อไปลงบัญชีทหารกองเกินที่อำเภอภูมิลำเนา ส่วน สด.35 คือหมายเรียกเข้ารับราชการทหาร สด.43 คือใบรับรองผลการตรวจเลือก และ สด.8 คือสมุดประจำตัวทหารกองหนุน การจำรหัสเหล่านี้ได้เป็นข้อสอบที่ออกบ่อย

ข้อ 17

เอกสารใดที่ออกให้แก่ผู้ที่ผ่านการตรวจเลือกทหารแล้ว เพื่อใช้แสดงผลการตรวจเลือก

  1. 1.สด.9
  2. 2.สด.43
  3. 3.สด.35
  4. 4.สด.8
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. สด.43

สด.43 คือใบรับรองผลการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ซึ่งใช้แสดงว่าผู้นั้นผ่านการตรวจเลือกแล้วและผลเป็นอย่างไร เอกสารนี้จำเป็นสำหรับการสมัครงานราชการและการทำธุรกรรมหลายอย่าง

ข้อ 18

นิสิตนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่และยังไม่ประสงค์จะเข้ารับราชการทหารในปีนั้น ควรดำเนินการอย่างไร

  1. 1.ไม่ต้องไปตรวจเลือก เพราะได้รับการยกเว้นโดยอัตโนมัติ
  2. 2.ยื่นขอผ่อนผันตามหลักเกณฑ์ผ่านสถานศึกษา และยังคงต้องไปแสดงตนในวันตรวจเลือก
  3. 3.แจ้งต่อสถานศึกษาเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอ
  4. 4.เดินทางออกนอกประเทศจนพ้นกำหนดตรวจเลือก
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ยื่นขอผ่อนผันตามหลักเกณฑ์ผ่านสถานศึกษา และยังคงต้องไปแสดงตนในวันตรวจเลือก

การผ่อนผันไม่ใช่การยกเว้น ผู้ได้รับการผ่อนผันยังต้องไปแสดงตนในวันตรวจเลือกตามหมายเรียก เพียงแต่จะไม่ถูกเรียกเข้ากองประจำการในปีนั้น การไม่ไปแสดงตนถือเป็นความผิดตามกฎหมาย แม้จะยื่นเรื่องผ่อนผันไว้แล้วก็ตาม

ข้อ 19

ผู้ที่ย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ต่างท้องที่หลังจากลงบัญชีทหารกองเกินแล้ว ควรดำเนินการอย่างไร

  1. 1.ไม่ต้องทำอะไร เพราะบัญชีทหารกองเกินติดตัวไปเอง
  2. 2.แจ้งย้ายบัญชีทหารกองเกินต่อนายอำเภอตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
  3. 3.ต้องลงบัญชีทหารกองเกินใหม่ทั้งหมด
  4. 4.แจ้งต่อสถานีตำรวจในท้องที่ใหม่
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. แจ้งย้ายบัญชีทหารกองเกินต่อนายอำเภอตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

บัญชีทหารกองเกินผูกกับท้องที่ที่ลงบัญชีไว้ เมื่อย้ายภูมิลำเนาจึงต้องแจ้งย้ายบัญชีต่อนายอำเภอตามหลักเกณฑ์ เพื่อให้หมายเรียกส่งถึงตัวได้ถูกที่ การละเลยขั้นตอนนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้หลายคนไม่ได้รับหมายเรียกและกลายเป็นผู้หลีกเลี่ยงโดยไม่ตั้งใจ

ข้อ 20

ข้อใดคือเหตุผลที่รัฐจัดให้มีระบบ "กำลังพลสำรอง"

  1. 1.เพื่อลดจำนวนทหารกองประจำการให้เหลือน้อยที่สุด
  2. 2.เพื่อให้มีกำลังพลที่ผ่านการฝึกไว้เรียกใช้ได้เมื่อจำเป็น โดยไม่ต้องคงกำลังประจำการขนาดใหญ่ตลอดเวลา
  3. 3.เพื่อให้ผู้ที่ผ่านการเกณฑ์ทหารได้รับเบี้ยเลี้ยงต่อเนื่อง
  4. 4.เพื่อทดแทนกำลังตำรวจในการรักษาความสงบ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. เพื่อให้มีกำลังพลที่ผ่านการฝึกไว้เรียกใช้ได้เมื่อจำเป็น โดยไม่ต้องคงกำลังประจำการขนาดใหญ่ตลอดเวลา

ระบบกำลังพลสำรองทำให้ประเทศมีกำลังพลที่ผ่านการฝึกไว้เรียกใช้เมื่อจำเป็น โดยไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายของกำลังประจำการขนาดใหญ่ตลอดเวลา เป็นการสร้างสมดุลระหว่างความพร้อมรบกับภาระงบประมาณของประเทศ

ข้อ 21

ในการตรวจเลือกทหาร หากจำนวนผู้สมัครใจเข้าเป็นทหารกองประจำการมีเพียงพอกับจำนวนที่ต้องการ จะมีผลอย่างไร

  1. 1.ยังต้องจับสลากตามปกติทุกกรณี
  2. 2.ผู้ที่เหลือในปีนั้นไม่ต้องจับสลาก
  3. 3.ต้องเลื่อนการตรวจเลือกออกไปปีถัดไป
  4. 4.ผู้สมัครใจจะถูกส่งกลับและใช้วิธีจับสลากแทน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ผู้ที่เหลือในปีนั้นไม่ต้องจับสลาก

การจับสลากใช้เมื่อจำนวนผู้สมัครใจไม่พอกับความต้องการ หากมีผู้สมัครใจครบตามจำนวนแล้ว ผู้ที่เหลือในปีนั้นก็ไม่ต้องจับสลาก นี่เป็นเหตุผลที่การสมัครใจเข้าเป็นทหารมีสิทธิประโยชน์จูงใจ เช่น ลดระยะเวลารับราชการ

ฝึกทำแบบจับเวลาและสุ่มข้อใหม่ทุกรอบ

โหมดฝึกจะสุ่มข้อใหม่ให้ทุกครั้ง เฉลยทันทีหลังตอบ และถ้าเข้าสู่ระบบไว้ระบบจะจำว่าคุณทำข้อไหนไปแล้ว พร้อมเก็บข้อที่ตอบผิดไว้ให้กลับมาแก้ตัว

เทคนิคทำข้อสอบวิชาความรู้ทางทหาร

  • เริ่มจากลำดับยศให้คล่องก่อน เพราะข้ออื่นมักอ้างอิงยศเป็นเงื่อนไข
  • แยกให้ออกระหว่างเหล่ารบ เหล่าสนับสนุนการรบ และเหล่าสนับสนุนการช่วยรบ
  • วินัยทหารกับแบบธรรมเนียมทหารเป็นคนละเรื่อง ข้อสอบชอบสลับมาถาม
  • ประวัติศาสตร์เน้นเหตุการณ์สำคัญและการเปลี่ยนโครงสร้างหน่วย ไม่ใช่ท่องปีทุกปี

หัวข้ออื่นในวิชาความรู้ทางทหาร

คำถามที่พบบ่อย

ข้อสอบการรับราชการทหารและกำลังพลสำรอง ออกสอบในสนามไหนบ้าง

หัวข้อการรับราชการทหารและกำลังพลสำรอง อยู่ในวิชาความรู้ทางทหาร ซึ่งใช้สอบในกองทัพบก ภาค ก ในเว็บนี้มีข้อสอบหัวข้อนี้ทั้งหมด 21 ข้อ

แนวข้อสอบการรับราชการทหารและกำลังพลสำรอง มีเฉลยอธิบายไหม

ทุกข้อมีเฉลยพร้อมคำอธิบายว่าทำไมตัวเลือกนั้นถึงถูก และหน้านี้เปิดให้อ่านครบทั้ง 21 ข้อฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก

ฝึกทำข้อสอบการรับราชการทหารและกำลังพลสำรอง ต้องเสียเงินไหม

ไม่เสียค่าใช้จ่าย ใช้ได้ฟรีทั้งหมด ไม่ต้องสมัครสมาชิกก็เริ่มฝึกได้ แต่ถ้าเข้าสู่ระบบ ระบบจะจำว่าทำข้อไหนไปแล้วและเก็บข้อที่ตอบผิดไว้ให้กลับมาทบทวน