คลังแนวข้อสอบกระดานอันดับ

แนวข้อสอบกฎหมายการศึกษา พร้อมเฉลย

162 ข้อ8 หัวข้อใช้ฟรี

กฎหมายการศึกษาเป็นอีกส่วนของภาค ข ที่ผู้สมัครครูผู้ช่วยทุกวิชาเอกต้องสอบ ครอบคลุมรัฐธรรมนูญในส่วนสิทธิทางการศึกษา พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ร.บ. สภาครูฯ พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก พ.ร.บ. การศึกษาภาคบังคับ และแผนการศึกษาแห่งชาติ คะแนนส่วนนี้น้อยกว่าส่วนแรกแต่เป็นคำตอบตายตัว จึงคุ้มค่าที่จะเก็บให้เต็ม

หัวข้อย่อยในวิชากฎหมายการศึกษา

กดเข้าไปดูข้อสอบพร้อมเฉลยของแต่ละหัวข้อได้เลย

ตัวอย่างข้อสอบกฎหมายการศึกษา

ข้อ 1

ข้าราชการครูผู้หนึ่งละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเกินสิบห้าวันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร กรณีนี้ถือเป็นความผิดในลักษณะใด

  1. 1.ความผิดวินัยไม่ร้ายแรง ลงโทษได้เพียงภาคทัณฑ์
  2. 2.ความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
  3. 3.ไม่เป็นความผิดทางวินัย แต่ให้หักเงินเดือนตามวันที่ขาด
  4. 4.เป็นเหตุให้ออกจากราชการโดยไม่ถือเป็นความผิดทางวินัย
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

การละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินสิบห้าวันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และไม่มีพฤติการณ์อันแสดงถึงความตั้งใจจะไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการต่อไป เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งวางหลักทำนองเดียวกับข้าราชการพลเรือน จึงอาจถูกลงโทษปลดออกหรือไล่ออกได้

ข้อ 2

กองทุนที่รัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2560 กำหนดให้จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และเสริมสร้างพัฒนาคุณภาพครู มีชื่อว่าอะไร

  1. 1.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
  2. 2.กองทุนพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา
  3. 3.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
  4. 4.กองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา

มาตรา 54 วรรคหก กำหนดให้จัดตั้งกองทุนเพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา และเพื่อเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู ซึ่งต่อมาได้ตราพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. 2561 ขึ้นรองรับ กองทุนนี้เรียกย่อว่า กสศ. และเป็นคนละกองทุนกับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งมีอยู่ก่อนแล้ว

ข้อ 3

ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ การจัดกระบวนการเรียนรู้ต้องยึดหลักใดเป็นสำคัญ

  1. 1.ยึดเนื้อหาในตำราเรียนเป็นหลักเพื่อความเป็นมาตรฐานเดียวกัน
  2. 2.ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยถือว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้
  3. 3.ยึดความถนัดของครูผู้สอนเป็นหลัก
  4. 4.ยึดผลการทดสอบระดับชาติเป็นเป้าหมายหลักของการสอน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยถือว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้

มาตรา 22 บัญญัติว่าการจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ นี่คือฐานทางกฎหมายของแนวคิด "การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ" ซึ่งปรากฏเป็นมาตรฐานที่ 3 ในมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานด้วย

ข้อ 4

ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการประเมินผลผู้เรียน

  1. 1.ให้ใช้ผลการสอบปลายภาคเพียงอย่างเดียวเป็นเกณฑ์ตัดสิน
  2. 2.ให้สถานศึกษาประเมินผู้เรียนโดยพิจารณาจากพัฒนาการ ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรม การร่วมกิจกรรม และการทดสอบควบคู่กันไป
  3. 3.ให้หน่วยงานต้นสังกัดเป็นผู้ประเมินผู้เรียนแทนสถานศึกษา
  4. 4.ให้ประเมินเฉพาะด้านความรู้ ไม่ต้องประเมินด้านคุณลักษณะ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ให้สถานศึกษาประเมินผู้เรียนโดยพิจารณาจากพัฒนาการ ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรม การร่วมกิจกรรม และการทดสอบควบคู่กันไป

มาตรา 26 กำหนดให้สถานศึกษาจัดการประเมินผู้เรียนโดยพิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรม และการทดสอบควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการสอนตามความเหมาะสมของแต่ละระดับและรูปแบบการศึกษา หลักการคือใช้ข้อมูลหลายแหล่งอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ตัดสินจากการสอบครั้งเดียว

ข้อ 5

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 54 กำหนดให้รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลากี่ปี และครอบคลุมช่วงใด

  1. 1.เก้าปี ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
  2. 2.สิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับ
  3. 3.สิบสองปี ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
  4. 4.สิบห้าปี ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. สิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับ

มาตรา 54 วรรคหนึ่ง กำหนดให้รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย จุดที่มักเข้าใจผิดคือคิดว่าสิบสองปีหมายถึง ป.1 ถึง ม.6 แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้นับรวมช่วงก่อนวัยเรียนเข้ามาและสิ้นสุดที่จบภาคบังคับ ซึ่งคือ ม.3 ไม่ใช่ ม.6

วิชานี้ใช้สอบสนามไหนบ้าง

เทคนิคทำข้อสอบกฎหมายการศึกษาให้ได้คะแนน

  • จำให้ได้ว่าเรื่องไหนอยู่ในกฎหมายฉบับใด ข้อสอบชอบสลับฉบับมาหลอก
  • องค์กรหลักอย่าง ก.ค.ศ. คุรุสภา และ สพฐ. มีอำนาจหน้าที่คนละแบบ ต้องแยกให้ออก
  • การศึกษาภาคบังคับกับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่เท่ากัน เป็นข้อที่ออกซ้ำแทบทุกปี
  • พ.ร.บ. คุ้มครองเด็กเน้นหน้าที่ของครูเมื่อพบเด็กที่ต้องได้รับการคุ้มครอง

คำถามที่พบบ่อย

วิชากฎหมายการศึกษา ออกสอบกี่ข้อ

ครูผู้ช่วย ภาค ข (ไม่รวมวิชาเอก) ออกวิชานี้ 25 ข้อ

แนวข้อสอบกฎหมายการศึกษา ควรเริ่มอ่านหัวข้อไหนก่อน

แนะนำให้ทำข้อสอบสำรวจตัวเองก่อนหนึ่งชุด แล้วค่อยเจาะหัวข้อที่ทำผิดบ่อยทีละหัวข้อ วิชานี้แบ่งเป็น 8 หัวข้อ ได้แก่ พ.ร.บ. การศึกษาภาคบังคับและการศึกษาปฐมวัย, พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ, พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก, พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา, พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ, พ.ร.บ. สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา, ยุทธศาสตร์ชาติและแผนการศึกษาแห่งชาติ, รัฐธรรมนูญและสิทธิทางการศึกษา

มีข้อสอบวิชากฎหมายการศึกษา ให้ฝึกกี่ข้อ

ตอนนี้มี 162 ข้อ ทุกข้อมีเฉลยพร้อมคำอธิบาย และมีการเพิ่มข้อใหม่เรื่อย ๆ ใช้งานได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย