คลังแนวข้อสอบกระดานอันดับ

แนวข้อสอบ พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 20 ข้อ พร้อมเฉลย

ในคลัง 20 ข้อวิชากฎหมายการศึกษาครูผู้ช่วย ภาค ข (ไม่รวมวิชาเอก)

หน้านี้รวมแนวข้อสอบหัวข้อพ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 20 ข้อ พร้อมเฉลยและคำอธิบายว่าทำไมตัวเลือกนั้นถึงถูก ทุกข้อจัดทำขึ้นใหม่ตามผังการออกข้อสอบ ไม่ใช่ข้อสอบเก่าของหน่วยงานใด อ่านฟรีทั้งหมดโดยไม่ต้องสมัครสมาชิก

ข้อสอบ พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พร้อมเฉลย ครบทั้ง 20 ข้อ

ข้อ 1

ข้าราชการครูผู้หนึ่งละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเกินสิบห้าวันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร กรณีนี้ถือเป็นความผิดในลักษณะใด

  1. 1.ความผิดวินัยไม่ร้ายแรง ลงโทษได้เพียงภาคทัณฑ์
  2. 2.ความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
  3. 3.ไม่เป็นความผิดทางวินัย แต่ให้หักเงินเดือนตามวันที่ขาด
  4. 4.เป็นเหตุให้ออกจากราชการโดยไม่ถือเป็นความผิดทางวินัย
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

การละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินสิบห้าวันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และไม่มีพฤติการณ์อันแสดงถึงความตั้งใจจะไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการต่อไป เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งวางหลักทำนองเดียวกับข้าราชการพลเรือน จึงอาจถูกลงโทษปลดออกหรือไล่ออกได้

ข้อ 2

องค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา คือองค์กรใด

  1. 1.คุรุสภา
  2. 2.ก.ค.ศ. (คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา)
  3. 3.ก.พ. (คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน)
  4. 4.สกสค. (คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา)
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ก.ค.ศ. (คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา)

ก.ค.ศ. เป็นองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย มาตรฐานตำแหน่ง วิทยฐานะ และหลักเกณฑ์การบริหารงานบุคคล ต่างจากคุรุสภาซึ่งเป็นสภาวิชาชีพดูแลใบอนุญาตและจรรยาบรรณ และต่างจาก สกสค. ซึ่งดูแลสวัสดิการและสวัสดิภาพ

ข้อ 3

ผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูในตำแหน่งครูผู้ช่วย ต้องเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มเป็นเวลากี่ปี ก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครู

  1. 1.หนึ่งปี
  2. 2.สองปี
  3. 3.สามปี
  4. 4.สี่ปี
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. สองปี

มาตรา 56 กำหนดให้ผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งครูผู้ช่วย ต้องเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มเป็นเวลาสองปีก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครู เพื่อให้มีความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะเหมาะสมกับวิชาชีพ หากผลการประเมินระหว่างนั้นไม่ผ่านเกณฑ์ ผู้มีอำนาจอาจสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการได้ ข้อควรระวังคืออย่าสับสนกับ "การทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ" ซึ่งใช้กับตำแหน่งอื่น

ข้อ 4

โทษทางวินัยของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีกี่สถาน

  1. 1.สามสถาน
  2. 2.สี่สถาน
  3. 3.ห้าสถาน
  4. 4.หกสถาน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. ห้าสถาน

โทษทางวินัยมี 5 สถาน โดยแบ่งเป็นโทษวินัยไม่ร้ายแรง ได้แก่ ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน และลดเงินเดือน กับโทษวินัยอย่างร้ายแรง ได้แก่ ปลดออก และไล่ออก ข้อควรระวังคือ "ให้ออกจากราชการ" ไม่ใช่โทษทางวินัย แต่เป็นการออกจากราชการด้วยเหตุอื่น เช่น หย่อนความสามารถหรือเจ็บป่วยจนปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ ซึ่งเป็นตัวลวงที่ออกสอบบ่อยที่สุดในเรื่องนี้

ข้อ 5

โทษทางวินัย "อย่างร้ายแรง" ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้แก่ข้อใด

  1. 1.ภาคทัณฑ์ และตัดเงินเดือน
  2. 2.ตัดเงินเดือน และลดเงินเดือน
  3. 3.ปลดออก และไล่ออก
  4. 4.ลดเงินเดือน และปลดออก
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. ปลดออก และไล่ออก

โทษวินัยอย่างร้ายแรงมีสองสถาน คือปลดออกและไล่ออก ความแตกต่างสำคัญคือผู้ถูกปลดออกยังมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญเสมือนผู้นั้นลาออก ส่วนผู้ถูกไล่ออกไม่มีสิทธิดังกล่าว ส่วนภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน และลดเงินเดือน เป็นโทษวินัยไม่ร้ายแรงทั้งสามสถาน

ข้อ 6

ข้อใด "ไม่ใช่" การกระทำที่กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากำหนดให้ข้าราชการครูต้องปฏิบัติ

  1. 1.ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เสมอภาค และเที่ยงธรรม
  2. 2.ส่งเสริมให้เกิดความสามัคคีและร่วมมือกันในหมู่ข้าราชการ
  3. 3.รับของขวัญจากผู้ปกครองนักเรียนเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชุมชน
  4. 4.ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดผลดีแก่ทางราชการและผู้เรียน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. รับของขวัญจากผู้ปกครองนักเรียนเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชุมชน

การรับของขวัญหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ ขัดกับหลักการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเที่ยงธรรม และยังอาจขัดกับกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตซึ่งจำกัดการรับทรัพย์สินของเจ้าพนักงานของรัฐ ส่วนตัวเลือกที่เหลือล้วนเป็นข้อปฏิบัติที่กฎหมายกำหนดไว้โดยตรง

ข้อ 7

ตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาแบ่งออกเป็นกี่ประเภท

  1. 1.2 ประเภท
  2. 2.3 ประเภท
  3. 3.4 ประเภท
  4. 4.5 ประเภท
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. 3 ประเภท

แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ ตำแหน่งซึ่งมีหน้าที่เป็นผู้สอนในหน่วยงานการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา และตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น เช่น ศึกษานิเทศก์ การจำโครงสร้างนี้ได้จะช่วยตอบข้อสอบเรื่องวิทยฐานะและการเลื่อนตำแหน่งได้ทั้งหมด

ข้อ 8

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการรักษาวินัยของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

  1. 1.ผู้บังคับบัญชาที่ละเลยไม่ดำเนินการทางวินัยต่อผู้ใต้บังคับบัญชาที่กระทำผิด ถือว่ากระทำผิดวินัยด้วย
  2. 2.ผู้บังคับบัญชามีดุลพินิจจะดำเนินการทางวินัยหรือไม่ก็ได้
  3. 3.การดำเนินการทางวินัยเป็นหน้าที่ของ ก.ค.ศ. เท่านั้น
  4. 4.ครูที่ลาออกจากราชการแล้วไม่อาจถูกดำเนินการทางวินัยได้ในทุกกรณี
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. ผู้บังคับบัญชาที่ละเลยไม่ดำเนินการทางวินัยต่อผู้ใต้บังคับบัญชาที่กระทำผิด ถือว่ากระทำผิดวินัยด้วย

กฎหมายกำหนดให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่เสริมสร้างและป้องกันมิให้ผู้ใต้บังคับบัญชากระทำผิดวินัย และต้องดำเนินการทางวินัยเมื่อมีมูล หากละเลยหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อช่วยเหลือผู้กระทำผิด ผู้บังคับบัญชานั้นย่อมมีความผิดวินัยเสียเอง

ข้อ 9

ข้อใด "ไม่ใช่" โทษทางวินัยของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

  1. 1.ภาคทัณฑ์
  2. 2.ตัดเงินเดือน
  3. 3.ให้ออกจากราชการ
  4. 4.ปลดออก
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. ให้ออกจากราชการ

โทษทางวินัยมีห้าสถาน คือ ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน ลดเงินเดือน ปลดออก และไล่ออก ส่วน "ให้ออกจากราชการ" ไม่ใช่โทษทางวินัย แต่เป็นการออกจากราชการด้วยเหตุอื่น เช่น หย่อนความสามารถ เจ็บป่วยจนไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ไม่ผ่านเกณฑ์

ข้อ 10

การที่กฎหมายกำหนดให้มีการประเมินเพื่อให้มีหรือเลื่อนวิทยฐานะของครู มีวัตถุประสงค์หลักในข้อใด

  1. 1.เพื่อจัดลำดับอาวุโสในการย้ายสถานศึกษา
  2. 2.เพื่อยกระดับคุณภาพการปฏิบัติงานและตอบแทนครูที่มีผลงานเชิงประจักษ์ต่อผู้เรียน
  3. 3.เพื่อคัดเลือกครูไปดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา
  4. 4.เพื่อกำหนดจำนวนชั่วโมงสอนขั้นต่ำของแต่ละคน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. เพื่อยกระดับคุณภาพการปฏิบัติงานและตอบแทนครูที่มีผลงานเชิงประจักษ์ต่อผู้เรียน

ระบบวิทยฐานะออกแบบให้ครูเติบโตในสายวิชาชีพได้โดยไม่ต้องย้ายไปเป็นผู้บริหาร โดยยึดคุณภาพการปฏิบัติงานและผลที่เกิดกับผู้เรียนเป็นเกณฑ์ประเมิน จึงเป็นทั้งการยกระดับคุณภาพและการตอบแทนผู้ที่ทำงานได้ผลจริง ไม่ใช่การวัดที่อายุราชการเพียงอย่างเดียว

ข้อ 11

ผู้อำนวยการสถานศึกษาทราบว่าครูในโรงเรียนมีพฤติการณ์ที่อาจเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ควรดำเนินการอย่างไรจึงถูกต้อง

  1. 1.ตักเตือนด้วยวาจาแล้วบันทึกไว้เป็นหลักฐาน
  2. 2.รายงานและดำเนินการให้มีการสืบสวนหรือสอบสวนตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
  3. 3.สั่งให้ครูผู้นั้นลาออกเพื่อรักษาชื่อเสียงของโรงเรียน
  4. 4.รอให้ผู้ปกครองร้องเรียนอย่างเป็นทางการก่อนจึงดำเนินการ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. รายงานและดำเนินการให้มีการสืบสวนหรือสอบสวนตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

เมื่อมีมูลว่าเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ผู้บังคับบัญชาต้องดำเนินการให้มีการสืบสวนหรือสอบสวนตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด จะใช้วิธีตักเตือนแทนไม่ได้เพราะโทษร้ายแรงต้องผ่านการสอบสวน และการกดดันให้ลาออกเพื่อกลบเรื่องอาจทำให้ผู้บังคับบัญชามีความผิดเสียเอง

ข้อ 12

ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในตำแหน่งครูผู้ช่วย ต้องมีคุณสมบัติสำคัญในข้อใด

  1. 1.มีประสบการณ์สอนมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี
  2. 2.มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูหรือหลักฐานที่ใช้แสดงในการประกอบวิชาชีพครูตามที่คุรุสภาออกให้
  3. 3.จบการศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไป
  4. 4.มีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ์
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูหรือหลักฐานที่ใช้แสดงในการประกอบวิชาชีพครูตามที่คุรุสภาออกให้

เนื่องจากวิชาชีพครูเป็นวิชาชีพควบคุม ผู้เข้ารับราชการครูจึงต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือหลักฐานที่ใช้แสดงในการประกอบวิชาชีพครูตามที่คุรุสภาออกให้ ส่วนอายุขั้นต่ำใช้เกณฑ์ 18 ปีเช่นเดียวกับข้าราชการทั่วไป และไม่ได้บังคับวุฒิปริญญาโทหรือประสบการณ์สอนมาก่อน

ข้อ 13

ข้าราชการครูที่ถูกสั่ง "ปลดออก" กับ "ไล่ออก" ต่างกันในสาระสำคัญข้อใด

  1. 1.ปลดออกกลับเข้ารับราชการได้ทันที ส่วนไล่ออกกลับไม่ได้
  2. 2.ปลดออกยังมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญเสมือนผู้ลาออก ส่วนไล่ออกไม่มีสิทธิ
  3. 3.ปลดออกเป็นโทษไม่ร้ายแรง ส่วนไล่ออกเป็นโทษร้ายแรง
  4. 4.ปลดออกใช้กับครู ส่วนไล่ออกใช้กับผู้บริหารสถานศึกษา
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ปลดออกยังมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญเสมือนผู้ลาออก ส่วนไล่ออกไม่มีสิทธิ

ทั้งปลดออกและไล่ออกเป็นโทษวินัยอย่างร้ายแรงเหมือนกัน ความต่างอยู่ที่สิทธิประโยชน์ ผู้ถูกปลดออกยังมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญเสมือนผู้ลาออก แต่ผู้ถูกไล่ออกไม่มีสิทธินั้น จึงเป็นเหตุผลที่การพิจารณาโทษต้องชั่งความหนักเบาของพฤติการณ์อย่างรอบคอบ

ข้อ 14

ข้อใดเป็นความผิดวินัย "อย่างร้ายแรง" ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

  1. 1.มาปฏิบัติราชการสายเป็นครั้งคราว
  2. 2.ลงเวลาปฏิบัติราชการคลาดเคลื่อนหนึ่งวัน
  3. 3.ล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เรียนซึ่งอยู่ในความดูแล
  4. 4.แต่งกายไม่เรียบร้อยตามระเบียบของสถานศึกษา
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. ล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เรียนซึ่งอยู่ในความดูแล

การล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เรียนซึ่งอยู่ในความดูแลรับผิดชอบเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงโดยชัดแจ้ง เพราะทำลายความไว้วางใจอันเป็นหัวใจของวิชาชีพครู ส่วนการมาสายหรือแต่งกายไม่เรียบร้อยเป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง ซึ่งลงโทษได้เพียงภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน หรือลดเงินเดือน

ข้อ 15

ครูท่านหนึ่งเห็นว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการที่ผู้บังคับบัญชาสั่งย้ายโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร แต่ยังไม่ถูกลงโทษทางวินัย ควรใช้ช่องทางใด

  1. 1.ยื่นอุทธรณ์ต่อ ก.ค.ศ.
  2. 2.ยื่นร้องทุกข์ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
  3. 3.ฟ้องศาลอาญาโดยตรง
  4. 4.ยื่นเรื่องต่อคุรุสภาเพื่อขอความเป็นธรรม
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ยื่นร้องทุกข์ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

กฎหมายแยกสองช่องทางไว้ชัด "อุทธรณ์" ใช้กับกรณีถูกสั่งลงโทษทางวินัย ส่วน "ร้องทุกข์" ใช้กับกรณีที่คับข้องใจจากการปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติของผู้บังคับบัญชาซึ่งไม่ใช่การลงโทษ เช่น การสั่งย้ายหรือการประเมินที่ไม่เป็นธรรม การเลือกช่องทางผิดจะทำให้เรื่องตกไป

ข้อ 16

องค์กรใดทำหน้าที่บริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในระดับเขตพื้นที่การศึกษา

  1. 1.คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
  2. 2.อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา
  3. 3.คณะกรรมการคุรุสภาประจำจังหวัด
  4. 4.คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา

ก.ค.ศ. เป็นองค์กรกลางระดับชาติ ส่วนในระดับเขตพื้นที่การศึกษามี อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ทำหน้าที่บริหารงานบุคคลของข้าราชการครูในเขตนั้น เช่น การบรรจุแต่งตั้ง การย้าย และการพิจารณาความดีความชอบ โครงสร้างสองชั้นนี้สอดคล้องกับหลักการกระจายอำนาจ

ข้อ 17

ผู้ใดเป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)

  1. 1.ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
  2. 2.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
  3. 3.เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  4. 4.เลขาธิการคุรุสภา
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน ก.ค.ศ. ซึ่งเป็นองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้แยกจากคุรุสภาที่ดูแลเรื่องมาตรฐานและใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ สององค์กรนี้ทำคนละหน้าที่และเป็นจุดที่ข้อสอบชอบนำมาสลับกัน

ข้อ 18

วิทยฐานะของตำแหน่ง "ครู" เรียงจากระดับต้นไปสูงสุด คือข้อใด

  1. 1.ครูชำนาญการ ครูชำนาญการพิเศษ ครูเชี่ยวชาญ ครูเชี่ยวชาญพิเศษ
  2. 2.ครูปฏิบัติการ ครูชำนาญการ ครูอาวุโส ครูทรงคุณวุฒิ
  3. 3.ครูชำนาญงาน ครูอาวุโส ครูเชี่ยวชาญ ครูทรงคุณวุฒิ
  4. 4.ครูระดับต้น ครูระดับกลาง ครูระดับสูง ครูผู้ทรงคุณวุฒิ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. ครูชำนาญการ ครูชำนาญการพิเศษ ครูเชี่ยวชาญ ครูเชี่ยวชาญพิเศษ

วิทยฐานะของตำแหน่งครูมีสี่ขั้น คือครูชำนาญการ ครูชำนาญการพิเศษ ครูเชี่ยวชาญ และครูเชี่ยวชาญพิเศษ ส่วนคำว่าชำนาญงาน อาวุโส และทรงคุณวุฒิ เป็นระดับตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนสามัญ ไม่ใช่วิทยฐานะของครู

ข้อ 19

ครูผู้ช่วยที่ผ่านการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มตามเกณฑ์แล้ว จะได้รับการดำเนินการอย่างไร

  1. 1.ต้องสอบแข่งขันใหม่อีกครั้ง
  2. 2.ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครู
  3. 3.ได้รับวิทยฐานะครูชำนาญการทันที
  4. 4.ต้องย้ายไปปฏิบัติงานที่สถานศึกษาอื่น
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครู

เมื่อผ่านการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มตามหลักเกณฑ์ ผู้บังคับบัญชาจะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง "ครู" ส่วนวิทยฐานะเป็นคนละเรื่อง ต้องขอประเมินตามเกณฑ์และระยะเวลาที่กำหนดในภายหลัง หากผลการประเมินไม่ผ่านเกณฑ์จะถูกสั่งให้ออกจากราชการ

ข้อ 20

ข้าราชการครูที่ถูกสั่งลงโทษทางวินัยและไม่เห็นด้วยกับคำสั่ง ต้องอุทธรณ์ต่อองค์กรใด

  1. 1.คุรุสภา
  2. 2.ก.ค.ศ.
  3. 3.ก.พ.ค.
  4. 4.คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ก.ค.ศ.

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอุทธรณ์คำสั่งลงโทษทางวินัยต่อ ก.ค.ศ. ต่างจากข้าราชการพลเรือนสามัญที่อุทธรณ์ต่อ ก.ค.ศ. ไม่ได้ แต่ต้องอุทธรณ์ต่อ ก.พ.ค. สองระบบนี้แยกกันเพราะอยู่คนละกฎหมาย

ฝึกทำแบบจับเวลาและสุ่มข้อใหม่ทุกรอบ

โหมดฝึกจะสุ่มข้อใหม่ให้ทุกครั้ง เฉลยทันทีหลังตอบ และถ้าเข้าสู่ระบบไว้ระบบจะจำว่าคุณทำข้อไหนไปแล้ว พร้อมเก็บข้อที่ตอบผิดไว้ให้กลับมาแก้ตัว

เทคนิคทำข้อสอบวิชากฎหมายการศึกษา

  • จำให้ได้ว่าเรื่องไหนอยู่ในกฎหมายฉบับใด ข้อสอบชอบสลับฉบับมาหลอก
  • องค์กรหลักอย่าง ก.ค.ศ. คุรุสภา และ สพฐ. มีอำนาจหน้าที่คนละแบบ ต้องแยกให้ออก
  • การศึกษาภาคบังคับกับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่เท่ากัน เป็นข้อที่ออกซ้ำแทบทุกปี
  • พ.ร.บ. คุ้มครองเด็กเน้นหน้าที่ของครูเมื่อพบเด็กที่ต้องได้รับการคุ้มครอง

หัวข้ออื่นในวิชากฎหมายการศึกษา

คำถามที่พบบ่อย

ข้อสอบ พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ออกสอบในสนามไหนบ้าง

หัวข้อพ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา อยู่ในวิชากฎหมายการศึกษา ซึ่งใช้สอบในครูผู้ช่วย ภาค ข (ไม่รวมวิชาเอก) ในเว็บนี้มีข้อสอบหัวข้อนี้ทั้งหมด 20 ข้อ

แนวข้อสอบ พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีเฉลยอธิบายไหม

ทุกข้อมีเฉลยพร้อมคำอธิบายว่าทำไมตัวเลือกนั้นถึงถูก และหน้านี้เปิดให้อ่านครบทั้ง 20 ข้อฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก

ฝึกทำข้อสอบ พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ต้องเสียเงินไหม

ไม่เสียค่าใช้จ่าย ใช้ได้ฟรีทั้งหมด ไม่ต้องสมัครสมาชิกก็เริ่มฝึกได้ แต่ถ้าเข้าสู่ระบบ ระบบจะจำว่าทำข้อไหนไปแล้วและเก็บข้อที่ตอบผิดไว้ให้กลับมาทบทวน