คลังแนวข้อสอบกระดานอันดับ

แนวข้อสอบการสรรหา บรรจุ และแต่งตั้ง 9 ข้อ พร้อมเฉลย

ในคลัง 9 ข้อวิชากฎหมายบริหารงานบุคคลภาครัฐ

หน้านี้รวมแนวข้อสอบหัวข้อการสรรหา บรรจุ และแต่งตั้ง จำนวน 9 ข้อ พร้อมเฉลยและคำอธิบายว่าทำไมตัวเลือกนั้นถึงถูก ทุกข้อจัดทำขึ้นใหม่ตามผังการออกข้อสอบ ไม่ใช่ข้อสอบเก่าของหน่วยงานใด อ่านฟรีทั้งหมดโดยไม่ต้องสมัครสมาชิก

ข้อสอบการสรรหา บรรจุ และแต่งตั้ง พร้อมเฉลย ครบทั้ง 9 ข้อ

ข้อ 1

ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนต้องมีอายุไม่ต่ำกว่ากี่ปี

  1. 1.15 ปี
  2. 2.18 ปี
  3. 3.20 ปี
  4. 4.21 ปี
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. 18 ปี

คุณสมบัติทั่วไปตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 กำหนดว่าต้องมีสัญชาติไทย และมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี

ข้อ 2

ผู้ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการใหม่ต้องทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการเป็นระยะเวลาเท่าใด

  1. 1.ไม่น้อยกว่า 3 เดือน แต่ไม่เกิน 6 เดือน
  2. 2.ไม่น้อยกว่า 6 เดือน แต่ไม่เกิน 1 ปี
  3. 3.ไม่น้อยกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี
  4. 4.ไม่มีการทดลองปฏิบัติหน้าที่
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ไม่น้อยกว่า 6 เดือน แต่ไม่เกิน 1 ปี

ผู้ได้รับบรรจุใหม่ต้องทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน แต่ไม่เกิน 1 ปี หากผลการทดลองไม่เป็นที่พอใจ อาจถูกสั่งให้ออกจากราชการได้

ข้อ 3

ข้อใดเป็น "คุณสมบัติทั่วไป" ของผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือน มิใช่ "ลักษณะต้องห้าม"

  1. 1.ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
  2. 2.เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ
  3. 3.ไม่เป็นกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
  4. 4.ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ

คุณสมบัติทั่วไปเขียนในเชิงบวกว่าต้อง "มี" ได้แก่ มีสัญชาติไทย มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี และเป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ ส่วนตัวเลือกอื่นล้วนเป็นข้อความที่ขึ้นต้นว่า "ไม่เป็น..." ซึ่งเป็นลักษณะต้องห้าม

ข้อ 4

ผู้มีลักษณะต้องห้ามบางประการอาจได้รับการยกเว้นให้เข้ารับราชการได้ หากได้รับมติของ ก.พ. ด้วยคะแนนเสียงเท่าใด

  1. 1.เสียงข้างมากของกรรมการที่มาประชุม โดยลงมติเปิดเผย
  2. 2.ไม่น้อยกว่าสองในสามของกรรมการที่มาประชุม โดยลงมติเปิดเผย
  3. 3.ไม่น้อยกว่าสี่ในห้าของกรรมการที่มาประชุม โดยลงมติเป็นการลับ
  4. 4.เป็นเอกฉันท์ของกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. ไม่น้อยกว่าสี่ในห้าของกรรมการที่มาประชุม โดยลงมติเป็นการลับ

การที่ ก.พ. จะยกเว้นลักษณะต้องห้ามให้ผู้ใดเข้ารับราชการได้นั้น ต้องได้มติไม่น้อยกว่าสี่ในห้าของจำนวนกรรมการที่มาประชุม และการลงมติให้กระทำโดยลับ ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่เข้มกว่าการลงมติทั่วไปแบบเสียงข้างมาก จึงเป็นกับดักของตัวเลือกแรก

ข้อ 5

นายวิชัยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอยู่ในขณะสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ผลทางกฎหมายเป็นอย่างไร

  1. 1.สมัครสอบแข่งขันได้ แต่จะได้รับบรรจุเข้ารับราชการต่อเมื่อพ้นจากการเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว
  2. 2.สมัครสอบไม่ได้เลย เพราะขาดคุณสมบัติทั่วไปตั้งแต่ต้น
  3. 3.สมัครสอบและได้รับบรรจุได้ทันที เพราะการดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่ใช่ลักษณะต้องห้าม
  4. 4.สมัครสอบได้ก็ต่อเมื่อ ก.พ. มีมติยกเว้นลักษณะต้องห้ามให้เป็นรายกรณีเสียก่อน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. สมัครสอบแข่งขันได้ แต่จะได้รับบรรจุเข้ารับราชการต่อเมื่อพ้นจากการเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว

การเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นลักษณะต้องห้าม แต่กฎหมายเปิดช่องไว้เป็นการเฉพาะว่าผู้นั้นมีสิทธิสมัครสอบแข่งขันได้ เพียงแต่จะมีสิทธิได้รับบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญต่อเมื่อพ้นจากการเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว จึงไม่ใช่ทั้งกรณีห้ามสมัครโดยเด็ดขาด และไม่ต้องรอมติยกเว้นของ ก.พ.

ข้อ 6

โดยหลักทั่วไป การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใด ต้องดำเนินการอย่างไร

  1. 1.บรรจุจากผู้ที่ผู้บังคับบัญชาเห็นสมควรตามความเหมาะสมของงาน
  2. 2.บรรจุและแต่งตั้งจากผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งนั้น ตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
  3. 3.บรรจุจากผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งใดก็ได้ โดยไม่ต้องเรียงตามลำดับที่
  4. 4.บรรจุจากผู้ที่ อ.ก.พ. กระทรวง คัดเลือกเป็นรายกรณี
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. บรรจุและแต่งตั้งจากผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งนั้น ตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้

หลักทั่วไปของระบบคุณธรรมคือ ต้องบรรจุและแต่งตั้งจากผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งนั้น และต้องเรียงตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ จะเลือกข้ามลำดับหรือใช้ดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาไม่ได้ การคัดเลือกโดยไม่สอบแข่งขันทำได้เฉพาะกรณีที่กฎหมายกำหนดเป็นข้อยกเว้นเท่านั้น

ข้อ 7

กรณีใดที่กฎหมายเปิดให้บรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญได้โดยไม่ต้องผ่านการสอบแข่งขัน

  1. 1.เมื่อส่วนราชการขาดอัตรากำลังและมีงบประมาณเหลือจ่าย
  2. 2.เมื่อผู้สมัครเป็นบุตรของข้าราชการที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่
  3. 3.การคัดเลือกบรรจุในกรณีที่มีเหตุพิเศษตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.พ. กำหนด
  4. 4.เมื่อผู้สมัครสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไปทุกกรณี
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. การคัดเลือกบรรจุในกรณีที่มีเหตุพิเศษตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.พ. กำหนด

ข้อยกเว้นของหลักการสอบแข่งขันคือการคัดเลือกบรรจุในกรณีที่มีเหตุพิเศษ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.พ. กำหนด (เช่น ผู้ได้รับทุนรัฐบาล หรือผู้มีคุณวุฒิ/ความรู้ความสามารถในสายงานขาดแคลนที่ ก.พ. กำหนดไว้) มิใช่เพราะขาดอัตรากำลัง มีงบประมาณเหลือ หรือเพราะวุฒิสูงเพียงอย่างเดียว

ข้อ 8

ผู้ได้รับบรรจุใหม่ซึ่งอยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ มีผลการประเมินต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนด และถูกผู้มีอำนาจสั่งบรรจุสั่งให้ออกจากราชการ ผลทางกฎหมายต่อสถานะของผู้นั้นเป็นอย่างไร

  1. 1.ถือว่าถูกลงโทษทางวินัยสถานให้ออก และห้ามกลับเข้ารับราชการอีก
  2. 2.ถือว่าถูกลงโทษปลดออก แต่ยังมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญ
  3. 3.ถือว่าเป็นข้าราชการที่ลาออกโดยสมัครใจ ต้องคืนเงินเดือนที่ได้รับไปแล้ว
  4. 4.ให้ถือเสมือนว่าผู้นั้นไม่เคยเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ แต่ไม่กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือเงินเดือนที่ได้รับไปแล้วโดยชอบ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 4. ให้ถือเสมือนว่าผู้นั้นไม่เคยเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ แต่ไม่กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือเงินเดือนที่ได้รับไปแล้วโดยชอบ

การสั่งให้ออกเพราะผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการต่ำกว่ามาตรฐาน ไม่ใช่โทษทางวินัย กฎหมายกำหนดให้ถือเสมือนว่าผู้นั้นไม่เคยเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ แต่ไม่กระทบกระเทือนถึงการที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือการรับเงินเดือนหรือผลประโยชน์อื่นใดที่ได้รับไปแล้วโดยชอบระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ จึงไม่ต้องคืนเงินเดือน และไม่ใช่การให้ออก/ปลดออกตามโทษทางวินัย

ข้อ 9

ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญในข้อใด ที่การแต่งตั้งต้องนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง

  1. 1.ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับทรงคุณวุฒิ
  2. 2.ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ
  3. 3.ตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง
  4. 4.ตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับทักษะพิเศษ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับทรงคุณวุฒิ

ตำแหน่งที่ต้องนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง คือ ตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง และตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ ในบรรดาตัวเลือกที่ให้มามีเพียงระดับทรงคุณวุฒิเท่านั้นที่เข้าเกณฑ์ ส่วนตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง ประเภททั่วไประดับทักษะพิเศษ และวิชาการระดับชำนาญการพิเศษ ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งตามกฎหมายเป็นผู้แต่งตั้งได้เอง

ฝึกทำแบบจับเวลาและสุ่มข้อใหม่ทุกรอบ

วิชากฎหมายบริหารงานบุคคลภาครัฐ ยังไม่ได้ผูกกับชุดสอบเสมือนจริงสนามใด แต่อ่านข้อสอบพร้อมเฉลยของทุกหัวข้อในวิชานี้ได้ฟรีบนเว็บ

เทคนิคทำข้อสอบวิชากฎหมายบริหารงานบุคคลภาครัฐ

  • จับให้ได้ก่อนว่าตำแหน่งแบ่งเป็นกี่ประเภทและแต่ละประเภทมีกี่ระดับ
  • เรื่องการลาให้จำเป็นตาราง ประเภทการลา จำนวนวัน และผู้มีอำนาจอนุญาต
  • การออกจากราชการมีหลายทาง ลาออก เกษียณ ให้ออก ปลดออก ไล่ออก ต้องแยกผลต่างกันให้ได้

หัวข้ออื่นในวิชากฎหมายบริหารงานบุคคลภาครัฐ

คำถามที่พบบ่อย

ข้อสอบการสรรหา บรรจุ และแต่งตั้ง ออกสอบในสนามไหนบ้าง

หัวข้อการสรรหา บรรจุ และแต่งตั้ง อยู่ในวิชากฎหมายบริหารงานบุคคลภาครัฐ ซึ่งเป็นเนื้อหาที่ออกสอบในสนามสอบราชการหลายสนาม ในเว็บนี้มีข้อสอบหัวข้อนี้ทั้งหมด 9 ข้อ ไว้ให้ทบทวนแม้ยังไม่ได้ผูกกับชุดสอบเสมือนจริงสนามใด

แนวข้อสอบการสรรหา บรรจุ และแต่งตั้ง มีเฉลยอธิบายไหม

ทุกข้อมีเฉลยพร้อมคำอธิบายว่าทำไมตัวเลือกนั้นถึงถูก และหน้านี้เปิดให้อ่านครบทั้ง 9 ข้อฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก

ฝึกทำข้อสอบการสรรหา บรรจุ และแต่งตั้ง ต้องเสียเงินไหม

ไม่เสียค่าใช้จ่าย ใช้ได้ฟรีทั้งหมด ไม่ต้องสมัครสมาชิกก็เริ่มฝึกได้ แต่ถ้าเข้าสู่ระบบ ระบบจะจำว่าทำข้อไหนไปแล้วและเก็บข้อที่ตอบผิดไว้ให้กลับมาทบทวน