คลังแนวข้อสอบกระดานอันดับ

แนวข้อสอบการวิเคราะห์ข้อมูล (ตาราง/กราฟ) 44 ข้อ พร้อมเฉลย

ในคลัง 44 ข้อวิชาความสามารถทั่วไป (คณิตศาสตร์)ก.พ. ภาค กกองทัพบก ภาค กครูผู้ช่วย ภาค กนายสิบตำรวจ (สายปราบปราม)นายสิบตำรวจ (สายอำนวยการ)

หน้านี้รวมแนวข้อสอบหัวข้อการวิเคราะห์ข้อมูล (ตาราง/กราฟ) จำนวน 44 ข้อ พร้อมเฉลยและคำอธิบายว่าทำไมตัวเลือกนั้นถึงถูก ทุกข้อจัดทำขึ้นใหม่ตามผังการออกข้อสอบ ไม่ใช่ข้อสอบเก่าของหน่วยงานใด อ่านฟรีทั้งหมดโดยไม่ต้องสมัครสมาชิก

ข้อสอบการวิเคราะห์ข้อมูล (ตาราง/กราฟ) พร้อมเฉลย ครบทั้ง 44 ข้อ

ข้อ 1

ยอดขายของร้านค้าแห่งหนึ่ง ม.ค. 120,000 บาท ก.พ. 150,000 บาท มี.ค. 135,000 บาท ยอดขายเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคมกี่เปอร์เซ็นต์

  1. 1.20%
  2. 2.25%
  3. 3.30%
  4. 4.35%
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. 25%

ยอดขายเพิ่มขึ้น = 150,000 − 120,000 = 30,000 บาท คิดเป็นร้อยละจากฐานเดือนมกราคม = (30,000 ÷ 120,000) × 100 = 25%

ข้อ 2

คะแนนสอบของนักเรียน 5 คน ได้แก่ 70, 85, 90, 65, 90 ค่ามัธยฐาน (median) ของคะแนนชุดนี้คือเท่าไร

  1. 1.80
  2. 2.85
  3. 3.90
  4. 4.92
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. 85

เรียงคะแนนจากน้อยไปมาก: 65, 70, 85, 90, 90 ค่ามัธยฐานคือค่าตรงกลาง ซึ่งเป็นตัวที่ 3 ได้แก่ 85 (อย่าสับสนกับค่าฐานนิยมซึ่งคือ 90 และค่าเฉลี่ยซึ่งคือ 80)

ข้อ 3

ยอดขายของร้านค้าแห่งหนึ่ง (หน่วย: พันบาท) ม.ค. 120 | ก.พ. 150 | มี.ค. 180 | เม.ย. 150 ยอดขายเฉลี่ยต่อเดือนของทั้ง 4 เดือนเท่ากับเท่าไร

  1. 1.140 พันบาท
  2. 2.150 พันบาท
  3. 3.155 พันบาท
  4. 4.160 พันบาท
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. 150 พันบาท

ผลรวม = 120 + 150 + 180 + 150 = 600 พันบาท เฉลี่ย = 600 ÷ 4 = 150 พันบาท

ข้อ 4

ยอดขายของร้านค้าแห่งหนึ่ง (หน่วย: พันบาท) ม.ค. 120 | ก.พ. 150 | มี.ค. 180 | เม.ย. 150 เดือนใดมียอดขายเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าคิดเป็นร้อยละมากที่สุด

  1. 1.กุมภาพันธ์
  2. 2.มีนาคม
  3. 3.เมษายน
  4. 4.เพิ่มขึ้นเท่ากันทุกเดือน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. กุมภาพันธ์

ต้องคิดร้อยละโดยเทียบกับยอดของเดือนก่อนหน้า (ฐานเดิม) ก.พ. เพิ่มขึ้น 30 จากฐาน 120 → 30/120 = ร้อยละ 25 มี.ค. เพิ่มขึ้น 30 จากฐาน 150 → 30/150 = ร้อยละ 20 เม.ย. ยอดลดลง แม้ ก.พ. และ มี.ค. จะเพิ่มขึ้นเท่ากันคือ 30 พันบาท แต่ ก.พ. มีฐานต่ำกว่า จึงเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละมากกว่า

ข้อ 5

ยอดขายของร้านค้าแห่งหนึ่ง (หน่วย: พันบาท) ม.ค. 120 | ก.พ. 150 | มี.ค. 180 | เม.ย. 150 ยอดขายเดือนมีนาคมคิดเป็นร้อยละเท่าไรของยอดขายรวมทั้ง 4 เดือน

  1. 1.ร้อยละ 25
  2. 2.ร้อยละ 28
  3. 3.ร้อยละ 30
  4. 4.ร้อยละ 32
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. ร้อยละ 30

ยอดรวม = 600 พันบาท มี.ค. = 180 → (180 ÷ 600) × 100 = ร้อยละ 30

ข้อ 6

คะแนนสอบของนักเรียน 7 คน ได้แก่ 3, 5, 5, 7, 9, 5, 2 ฐานนิยม (mode) ของข้อมูลชุดนี้คือเท่าไร

  1. 1.3
  2. 2.5
  3. 3.5.14
  4. 4.7
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. 5

ฐานนิยมคือค่าที่ปรากฏบ่อยที่สุด เลข 5 ปรากฏ 3 ครั้ง ส่วนค่าอื่นปรากฏเพียงครั้งเดียว ฐานนิยมจึงเป็น 5

ข้อ 7

หน่วยงานหนึ่งมีพนักงาน 3 ฝ่าย คือ ฝ่าย A 2,000 คน ฝ่าย B 3,000 คน และฝ่าย C 5,000 คน หากต้องการสุ่มตัวอย่างทั้งหมด 200 คนแบบแบ่งชั้นตามสัดส่วน จะต้องสุ่มจากฝ่าย C กี่คน

  1. 1.40 คน
  2. 2.60 คน
  3. 3.100 คน
  4. 4.120 คน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. 100 คน

พนักงานรวม = 10,000 คน ฝ่าย C คิดเป็น 5,000/10,000 = 50% ของทั้งหมด จึงต้องสุ่ม 200 × 50% = 100 คน

ข้อ 8

จำนวนผู้สมัครสอบบรรจุของหน่วยงานแห่งหนึ่ง 2565: 8,000 คน | 2566: 10,000 คน | 2567: 13,000 คน | 2568: 15,000 คน ปีใดมีผู้สมัครเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าคิดเป็นร้อยละมากที่สุด

  1. 1.พ.ศ. 2566
  2. 2.พ.ศ. 2567
  3. 3.พ.ศ. 2568
  4. 4.เพิ่มขึ้นเท่ากันทุกปี
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. พ.ศ. 2567

คิดร้อยละโดยเทียบกับปีก่อนหน้า 2566: เพิ่ม 2,000 จากฐาน 8,000 → ร้อยละ 25 2567: เพิ่ม 3,000 จากฐาน 10,000 → ร้อยละ 30 2568: เพิ่ม 2,000 จากฐาน 13,000 → ร้อยละ 15.4 ปี 2567 จึงเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละมากที่สุด

ข้อ 9

จำนวนผู้สมัครสอบบรรจุของหน่วยงานแห่งหนึ่ง 2565: 8,000 คน | 2566: 10,000 คน | 2567: 13,000 คน | 2568: 15,000 คน จำนวนผู้สมัครเฉลี่ยต่อปีในช่วง 4 ปีนี้เท่ากับเท่าไร

  1. 1.10,500 คน
  2. 2.11,000 คน
  3. 3.11,500 คน
  4. 4.12,000 คน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. 11,500 คน

ผลรวม = 8,000 + 10,000 + 13,000 + 15,000 = 46,000 คน เฉลี่ย = 46,000 ÷ 4 = 11,500 คน

ข้อ 10

ข้อมูลชุดหนึ่งคือ 12, 15, 11, 20, 18, 14, 16 มัธยฐาน (median) ของข้อมูลชุดนี้คือเท่าไร

  1. 1.14
  2. 2.15
  3. 3.16
  4. 4.15.14
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. 15

ต้องเรียงข้อมูลจากน้อยไปมากก่อนเสมอ → 11, 12, 14, 15, 16, 18, 20 มีทั้งหมด 7 ค่า มัธยฐานคือค่าตรงกลาง (ตัวที่ 4) = 15 (อย่าสับสนกับค่าเฉลี่ยซึ่งเท่ากับ 15.14)

ข้อ 11

ในแผนภูมิวงกลมแสดงสัดส่วนงบประมาณของหน่วยงานแห่งหนึ่ง หมวด "ค่าสาธารณูปโภค" กินมุมที่จุดศูนย์กลางเท่ากับ 54 องศา หมวดค่าสาธารณูปโภคคิดเป็นร้อยละเท่าไรของงบประมาณทั้งหมด

  1. 1.ร้อยละ 10
  2. 2.ร้อยละ 15
  3. 3.ร้อยละ 18
  4. 4.ร้อยละ 20
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ร้อยละ 15

วงกลมทั้งวงมีมุมที่จุดศูนย์กลาง 360 องศา แทนร้อยละ 100 ดังนั้นสัดส่วน = (54 ÷ 360) × 100 = ร้อยละ 15 กับดัก: ร้อยละ 18 เกิดจากการนำ 54 หารด้วย 3 ตรง ๆ, ร้อยละ 10 ตรงกับมุม 36 องศา และร้อยละ 20 ตรงกับมุม 72 องศา ซึ่งไม่ใช่ 54 องศา

ข้อ 12

กราฟแท่งแสดงจำนวนบุตรของครอบครัวในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง รวม 20 ครอบครัว มีบุตร 0 คน : 3 ครอบครัว มีบุตร 1 คน : 7 ครอบครัว มีบุตร 2 คน : 6 ครอบครัว มีบุตร 3 คน : 3 ครอบครัว มีบุตร 4 คน : 1 ครอบครัว ฐานนิยม (mode) ของจำนวนบุตรต่อครอบครัวเท่ากับเท่าไร

  1. 1.1 คน
  2. 2.2 คน
  3. 3.6 คน
  4. 4.7 คน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. 1 คน

ฐานนิยมคือ "ค่าของข้อมูล" ที่มีความถี่สูงสุด ความถี่สูงสุดคือ 7 ครอบครัว ซึ่งตรงกับกลุ่มที่มีบุตร 1 คน ดังนั้นฐานนิยม = 1 คน กับดัก: 7 คือความถี่ (จำนวนครอบครัว) ไม่ใช่ค่าของข้อมูล ผู้สอบมักตอบผิดเป็น 7 ส่วน 6 คือความถี่ของกลุ่มที่มีบุตร 2 คน และ 2 คนก็ไม่ใช่กลุ่มที่มีความถี่สูงสุด

ข้อ 13

หน่วยงานแห่งหนึ่งมีงบประมาณรวม 4.8 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นหมวดเงินเดือน 1.2 ล้านบาท ถ้านำข้อมูลไปเขียนแผนภูมิวงกลม หมวดเงินเดือนจะกินมุมที่จุดศูนย์กลางกี่องศา

  1. 1.45 องศา
  2. 2.72 องศา
  3. 3.90 องศา
  4. 4.120 องศา
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. 90 องศา

สัดส่วนหมวดเงินเดือน = 1.2 ÷ 4.8 = 0.25 หรือร้อยละ 25 มุมที่จุดศูนย์กลาง = 0.25 × 360 = 90 องศา กับดัก: 72 องศา ตรงกับร้อยละ 20, 120 องศา ตรงกับสัดส่วน 1 ใน 3 และ 45 องศา ตรงกับสัดส่วน 1 ใน 8 ซึ่งล้วนไม่ใช่อัตราส่วน 1.2 ต่อ 4.8

ข้อ 14

ข้อมูลชุดหนึ่ง ได้แก่ 24, 31, 18, 45, 27, 39 พิสัย (range) ของข้อมูลชุดนี้เท่ากับเท่าไร

  1. 1.27
  2. 2.29
  3. 3.31
  4. 4.45
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. 27

พิสัย = ค่าสูงสุด − ค่าต่ำสุด = 45 − 18 = 27 กับดัก: 29 คือมัธยฐาน [(27+31)/2] ไม่ใช่พิสัย, 31 เป็นเพียงค่าหนึ่งในชุดข้อมูล (ค่าเฉลี่ยประมาณ 30.67), และ 45 คือค่าสูงสุดเฉย ๆ ยังไม่ได้ลบค่าต่ำสุด

ข้อ 15

อายุของพนักงาน 8 คน (ปี) ได้แก่ 23, 35, 28, 41, 30, 26, 45, 33 มัธยฐาน (median) ของอายุชุดนี้เท่ากับเท่าไร

  1. 1.30 ปี
  2. 2.31.5 ปี
  3. 3.32.625 ปี
  4. 4.33 ปี
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. 31.5 ปี

เรียงข้อมูลจากน้อยไปมาก: 23, 26, 28, 30, 33, 35, 41, 45 มีข้อมูล 8 ตัว (จำนวนคู่) มัธยฐาน = ค่าเฉลี่ยของตัวที่ 4 และตัวที่ 5 = (30 + 33) ÷ 2 = 31.5 ปี กับดัก: 32.625 คือค่าเฉลี่ยเลขคณิต (261 ÷ 8) ไม่ใช่มัธยฐาน ส่วน 30 และ 33 คือค่าตัวที่ 4 และตัวที่ 5 เพียงตัวเดียว ซึ่งยังไม่ได้หาค่าเฉลี่ยของทั้งคู่

ข้อ 16

แผนภูมิวงกลมแสดงสัดส่วนค่าใช้จ่ายของครัวเรือนหนึ่งซึ่งมีค่าใช้จ่ายรวมเดือนละ 30,000 บาท อาหาร 35% | ที่อยู่อาศัย 25% | เดินทาง 15% | การศึกษา 15% | อื่น ๆ 10% ค่าใช้จ่ายหมวดอาหารต่อเดือนเท่ากับกี่บาท

  1. 1.3,000 บาท
  2. 2.4,500 บาท
  3. 3.7,500 บาท
  4. 4.10,500 บาท
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 4. 10,500 บาท

ค่าอาหาร = 35% ของ 30,000 = 0.35 × 30,000 = 10,500 บาท กับดัก: 7,500 บาท คือหมวดที่อยู่อาศัย (25%), 4,500 บาท คือหมวดเดินทางหรือการศึกษา (15%) และ 3,000 บาท คือหมวดอื่น ๆ (10%) ซึ่งล้วนไม่ใช่หมวดอาหาร

ข้อ 17

ตารางแจกแจงความถี่จำนวนวันลาป่วยของพนักงาน 25 คน ในรอบปี ลา 0 วัน : 5 คน ลา 1 วัน : 6 คน ลา 2 วัน : 7 คน ลา 3 วัน : 4 คน ลา 4 วัน : 3 คน มัธยฐานมากกว่าค่าเฉลี่ยของจำนวนวันลาป่วยอยู่เท่าไร

  1. 1.0.16 วัน
  2. 2.0.24 วัน
  3. 3.0.36 วัน
  4. 4.0.44 วัน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. 0.24 วัน

ค่าเฉลี่ย = (0×5 + 1×6 + 2×7 + 3×4 + 4×3) ÷ 25 = (0 + 6 + 14 + 12 + 12) ÷ 25 = 44 ÷ 25 = 1.76 วัน มัธยฐาน: ข้อมูล 25 ตัว ตัวกลางคือลำดับที่ 13 ความถี่สะสมเป็น 5, 11, 18 → ลำดับที่ 13 ตกอยู่ในกลุ่มลา 2 วัน ดังนั้นมัธยฐาน = 2 วัน ผลต่าง = 2 − 1.76 = 0.24 วัน กับดัก: หากคำนวณค่าเฉลี่ยผิดเป็น 44 ÷ 20 หรือใช้ค่ากลางของค่าลา (0–4) เป็นมัธยฐาน จะได้คำตอบอื่นที่ไม่ถูกต้อง

ข้อ 18

นักเรียน 9 คน มีคะแนนเฉลี่ย 72 คะแนน เมื่อรวมคะแนนของนักเรียนคนที่ 10 เข้าไปด้วย ค่าเฉลี่ยของทั้ง 10 คน เพิ่มเป็น 74 คะแนน นักเรียนคนที่ 10 ได้คะแนนเท่าไร

  1. 1.74 คะแนน
  2. 2.82 คะแนน
  3. 3.90 คะแนน
  4. 4.92 คะแนน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 4. 92 คะแนน

ผลรวมคะแนนของ 9 คนแรก = 9 × 72 = 648 ผลรวมคะแนนของ 10 คน = 10 × 74 = 740 คะแนนคนที่ 10 = 740 − 648 = 92 คะแนน อีกวิธี: ค่าเฉลี่ยขยับขึ้น 2 คะแนน สำหรับคน 10 คน จึงต้องมีคะแนนส่วนเกิน 10 × 2 = 20 คะแนน บวกกับค่าเฉลี่ยเดิม 72 ได้ 92 คะแนน กับดัก: 74 คือค่าเฉลี่ยใหม่ ไม่ใช่คะแนนของคนที่ 10 ส่วน 82 เกิดจากบวกส่วนเกินผิดเป็น 72 + (2 × 5) และ 90 ไม่ตรงกับผลรวมที่คำนวณได้

ข้อ 19

กราฟแท่งแสดงจำนวนผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์รายไตรมาสของปีหนึ่ง ไตรมาส 1 : 1,200 คน | ไตรมาส 2 : 1,500 คน | ไตรมาส 3 : 900 คน | ไตรมาส 4 : 1,800 คน ถ้าต้องการให้ผู้เข้าชมเฉลี่ยต่อไตรมาสของปีนี้เป็น 1,500 คน จะต้องมีผู้เข้าชมในไตรมาสที่ 4 เพิ่มขึ้นจากเดิมอีกกี่คน

  1. 1.600 คน
  2. 2.900 คน
  3. 3.1,200 คน
  4. 4.1,800 คน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. 600 คน

ผลรวมปัจจุบัน = 1,200 + 1,500 + 900 + 1,800 = 5,400 คน ผลรวมที่ต้องการเพื่อให้เฉลี่ย 1,500 คนต่อไตรมาส = 1,500 × 4 = 6,000 คน ต้องเพิ่มอีก = 6,000 − 5,400 = 600 คน กับดัก: 1,800 คือยอดเดิมของไตรมาส 4 (ไม่ใช่ส่วนที่เพิ่ม) และ 900 คือยอดไตรมาส 3 ผู้สอบที่รีบมักหยิบตัวเลขจากกราฟมาตอบโดยไม่ได้หาส่วนต่าง

ข้อ 20

หน่วยงานแห่งหนึ่งมีพนักงานชาย 20 คน เงินเดือนเฉลี่ยคนละ 18,000 บาท และพนักงานหญิง 30 คน เงินเดือนเฉลี่ยคนละ 20,000 บาท เงินเดือนเฉลี่ยของพนักงานทั้ง 50 คน เท่ากับเท่าไร

  1. 1.18,800 บาท
  2. 2.19,000 บาท
  3. 3.19,100 บาท
  4. 4.19,200 บาท
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 4. 19,200 บาท

ผลรวมเงินเดือนชาย = 20 × 18,000 = 360,000 บาท ผลรวมเงินเดือนหญิง = 30 × 20,000 = 600,000 บาท รวม = 960,000 บาท เฉลี่ย = 960,000 ÷ 50 = 19,200 บาท กับดัก: 19,000 บาท เกิดจากการนำค่าเฉลี่ยสองกลุ่มมาเฉลี่ยกันตรง ๆ [(18,000 + 20,000) ÷ 2] ซึ่งใช้ไม่ได้เพราะจำนวนคนสองกลุ่มไม่เท่ากัน ต้องถ่วงน้ำหนักตามจำนวนคน โดยกลุ่มหญิงมีคนมากกว่า ค่าเฉลี่ยรวมจึงต้องเอียงไปทาง 20,000 มากกว่าจุดกึ่งกลาง

ข้อ 21

แผนภูมิวงกลมแสดงวิธีการเดินทางมาทำงานของพนักงาน 400 คน รถยนต์ส่วนตัว 40% | รถไฟฟ้า 25% | รถประจำทาง 20% | รถจักรยานยนต์ 10% | อื่น ๆ 5% พนักงานที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้ามากกว่าพนักงานที่เดินทางด้วยรถจักรยานยนต์กี่คน

  1. 1.40 คน
  2. 2.50 คน
  3. 3.60 คน
  4. 4.100 คน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. 60 คน

รถไฟฟ้า = 25% ของ 400 = 100 คน รถจักรยานยนต์ = 10% ของ 400 = 40 คน ผลต่าง = 100 − 40 = 60 คน (หรือคิดลัด: ผลต่างร้อยละ 15% × 400 = 60 คน) กับดัก: 100 คน คือจำนวนผู้ใช้รถไฟฟ้า และ 40 คน คือจำนวนผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ทั้งสองยังไม่ใช่ "ผลต่าง" ตามที่โจทย์ถาม

ข้อ 22

คะแนนสอบของนักเรียน 9 คน ได้แก่ 4, 5, 5, 6, 8, 8, 8, 9, 10 ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับข้อมูลชุดนี้

  1. 1.ค่าเฉลี่ยเท่ากับมัธยฐาน
  2. 2.ฐานนิยมเท่ากับมัธยฐาน
  3. 3.พิสัยของข้อมูลเท่ากับ 7
  4. 4.ค่าเฉลี่ยมากกว่าฐานนิยม
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ฐานนิยมเท่ากับมัธยฐาน

ข้อมูลเรียงจากน้อยไปมากอยู่แล้ว - ค่าเฉลี่ย = (4+5+5+6+8+8+8+9+10) ÷ 9 = 63 ÷ 9 = 7 - มัธยฐาน = ตัวที่ 5 = 8 - ฐานนิยม = 8 (ปรากฏ 3 ครั้ง มากที่สุด) - พิสัย = 10 − 4 = 6 ดังนั้น ฐานนิยม (8) เท่ากับมัธยฐาน (8) จึงถูกต้อง ตัวเลือกอื่นผิด: ค่าเฉลี่ย (7) ไม่เท่ากับมัธยฐาน (8), พิสัยเท่ากับ 6 ไม่ใช่ 7 และค่าเฉลี่ย (7) น้อยกว่าฐานนิยม (8) ไม่ใช่มากกว่า

ข้อ 23

นักเรียนคนหนึ่งสอบ 6 วิชา ขณะนี้ทราบผลแล้ว 5 วิชา คือ 78, 85, 90, 72 และ 88 คะแนน ถ้าต้องการให้คะแนนเฉลี่ยทั้ง 6 วิชา ไม่ต่ำกว่า 84 คะแนน วิชาที่ 6 ต้องได้อย่างน้อยกี่คะแนน

  1. 1.88 คะแนน
  2. 2.90 คะแนน
  3. 3.91 คะแนน
  4. 4.93 คะแนน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. 91 คะแนน

ผลรวม 5 วิชา = 78 + 85 + 90 + 72 + 88 = 413 คะแนน ผลรวมที่ต้องได้เพื่อให้เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 84 คะแนน = 84 × 6 = 504 คะแนน วิชาที่ 6 ต้องได้อย่างน้อย = 504 − 413 = 91 คะแนน กับดัก: ค่าเฉลี่ย 5 วิชาแรกอยู่ที่ 413 ÷ 5 = 82.6 ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมาย 1.4 คะแนน ต้องดึงขึ้นให้ครบทั้ง 6 วิชา วิชาสุดท้ายจึงต้องได้ 84 + (1.4 × 5) = 91 คะแนน ผู้ที่ตอบ 88 หรือ 90 มักคำนวณส่วนที่ต้องชดเชยขาดไป ส่วน 93 คือชดเชยเกินจำเป็น

ข้อ 24

เงินเดือนของพนักงาน 7 คน ในบริษัทเล็กแห่งหนึ่ง (บาท) ได้แก่ 15,000 | 16,000 | 16,000 | 17,000 | 18,000 | 19,000 | 88,000 ค่าเฉลี่ยของเงินเดือนมากกว่ามัธยฐานอยู่เท่าไร

  1. 1.2,000 บาท
  2. 2.5,000 บาท
  3. 3.8,000 บาท
  4. 4.10,000 บาท
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 4. 10,000 บาท

ผลรวม = 15,000 + 16,000 + 16,000 + 17,000 + 18,000 + 19,000 + 88,000 = 189,000 บาท ค่าเฉลี่ย = 189,000 ÷ 7 = 27,000 บาท มัธยฐาน = ค่าตัวที่ 4 ของข้อมูลที่เรียงแล้ว = 17,000 บาท ผลต่าง = 27,000 − 17,000 = 10,000 บาท ข้อสังเกต: ค่าผิดปกติ (outlier) 88,000 บาท ดึงค่าเฉลี่ยให้สูงกว่ามัธยฐานมาก จึงเป็นเหตุผลที่ข้อมูลลักษณะนี้นิยมใช้มัธยฐานเป็นตัวแทนมากกว่าค่าเฉลี่ย ตัวเลือกอื่นเกิดจากการคำนวณผลรวมหรือมัธยฐานผิด

ข้อ 25

กราฟแท่งเปรียบเทียบผลผลิตรายไตรมาสของโรงงาน ก และโรงงาน ข (หน่วย: ตัน) โรงงาน ก : ไตรมาส 1 = 50, ไตรมาส 2 = 60, ไตรมาส 3 = 55, ไตรมาส 4 = 65 โรงงาน ข : ไตรมาส 1 = 45, ไตรมาส 2 = 70, ไตรมาส 3 = 60, ไตรมาส 4 = 55 ไตรมาสใดที่ผลผลิตของโรงงาน ข มากกว่าโรงงาน ก มากที่สุด

  1. 1.ไตรมาส 1
  2. 2.ไตรมาส 2
  3. 3.ไตรมาส 3
  4. 4.ไตรมาส 4
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ไตรมาส 2

หาผลต่าง (ข − ก) ทีละไตรมาส: ไตรมาส 1 = 45 − 50 = −5, ไตรมาส 2 = 70 − 60 = +10, ไตรมาส 3 = 60 − 55 = +5, ไตรมาส 4 = 55 − 65 = −10 ไตรมาสที่ ข มากกว่า ก มากที่สุดคือไตรมาส 2 (มากกว่า 10 ตัน) กับดัก: ไตรมาส 4 มีผลต่างขนาด 10 ตันเท่ากัน แต่เป็นกรณีที่ ก มากกว่า ข ไม่ใช่ ข มากกว่า ก จึงต้องดูทิศทางของผลต่าง ไม่ใช่ดูแค่ขนาด

ข้อ 26

แผนภูมิวงกลมแสดงผลสำรวจความพึงพอใจของผู้รับบริการ 240 คน พอใจมาก 30% | พอใจ 45% | เฉย ๆ 15% | ไม่พอใจ 10% หากถือว่า "พอใจมาก" และ "พอใจ" คือผ่านเกณฑ์ นอกนั้นไม่ผ่านเกณฑ์ ผู้ที่ผ่านเกณฑ์มากกว่าผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์กี่คน

  1. 1.120 คน
  2. 2.150 คน
  3. 3.180 คน
  4. 4.240 คน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. 120 คน

ผ่านเกณฑ์ = 30% + 45% = 75% ของ 240 = 180 คน ไม่ผ่านเกณฑ์ = 15% + 10% = 25% ของ 240 = 60 คน ผลต่าง = 180 − 60 = 120 คน (หรือคิดลัด: 75% − 25% = 50% ของ 240 = 120 คน) กับดัก: 180 คน คือจำนวนผู้ผ่านเกณฑ์ ไม่ใช่ผลต่าง และ 240 คน คือจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด

ข้อ 27

คะแนนเฉลี่ยของนักเรียน 12 คน เท่ากับ 65 คะแนน ต่อมาพบว่าบันทึกคะแนนของนักเรียนคนหนึ่งผิด โดยบันทึกไว้ 48 คะแนน ทั้งที่คะแนนจริงคือ 84 คะแนน คะแนนเฉลี่ยที่ถูกต้องของนักเรียนทั้ง 12 คน เท่ากับเท่าไร

  1. 1.65 คะแนน
  2. 2.66 คะแนน
  3. 3.67 คะแนน
  4. 4.68 คะแนน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 4. 68 คะแนน

ผลรวมเดิม = 12 × 65 = 780 คะแนน ผลรวมที่ถูกต้อง = 780 − 48 + 84 = 816 คะแนน ค่าเฉลี่ยที่ถูกต้อง = 816 ÷ 12 = 68 คะแนน คิดลัด: คะแนนรวมเพิ่มขึ้น 36 คะแนน กระจายให้ 12 คน ค่าเฉลี่ยจึงเพิ่มขึ้น 36 ÷ 12 = 3 คะแนน จาก 65 เป็น 68 กับดัก: 65 คือค่าเฉลี่ยเดิมที่ยังไม่แก้ไข ส่วน 66 และ 67 เกิดจากการหารส่วนต่างผิด

ข้อ 28

จำนวนรถที่ผ่านด่านตรวจใน 5 ชั่วโมง ได้แก่ 120, 135, 128, 142 และ x คัน ถ้า x เป็นค่าที่มากที่สุดในชุดข้อมูล และพิสัยของข้อมูลชุดนี้เท่ากับ 30 แล้ว x มีค่าเท่าไร

  1. 1.150 คัน
  2. 2.155 คัน
  3. 3.165 คัน
  4. 4.172 คัน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. 150 คัน

เมื่อ x เป็นค่ามากที่สุด ค่าต่ำสุดของชุดข้อมูลคือ 120 คัน พิสัย = ค่าสูงสุด − ค่าต่ำสุด → 30 = x − 120 → x = 150 คัน ตรวจสอบ: 150 มากกว่า 142 จริง จึงเป็นค่าสูงสุดตามเงื่อนไข กับดัก: 172 เกิดจากการนำ 30 ไปบวกกับ 142 (ค่าสูงสุดเดิม) ซึ่งผิด เพราะพิสัยต้องวัดจากค่าต่ำสุดของชุดข้อมูลคือ 120

ข้อ 29

ตารางงบเบิกจ่ายรายไตรมาส ปีงบประมาณ 2567 (หน่วย: ล้านบาท) สำนัก | ไตรมาส 1 | ไตรมาส 2 | ไตรมาส 3 | ไตรมาส 4 สำนัก ก | 45 | 55 | 70 | 80 สำนัก ข | 30 | 35 | 45 | 60 สำนัก ค | 25 | 30 | 35 | 40 สำนัก ก มียอดเบิกจ่ายรวมทั้งปีเท่ากับเท่าไร

  1. 1.230 ล้านบาท
  2. 2.240 ล้านบาท
  3. 3.250 ล้านบาท
  4. 4.260 ล้านบาท
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. 250 ล้านบาท

รวมตามแถวของสำนัก ก: 45 + 55 + 70 + 80 = 250 ล้านบาท จึงตอบ 250 ล้านบาท ตัวเลือกอื่นเกิดจากการบวกตกหล่นหรืออ่านข้ามแถว เช่น 230 เกิดจากใช้ 60 (ของสำนัก ข) แทน 80 ในไตรมาส 4

ข้อ 30

ตารางงบเบิกจ่ายรายไตรมาส ปีงบประมาณ 2567 (หน่วย: ล้านบาท) สำนัก | ไตรมาส 1 | ไตรมาส 2 | ไตรมาส 3 | ไตรมาส 4 สำนัก ก | 45 | 55 | 70 | 80 สำนัก ข | 30 | 35 | 45 | 60 สำนัก ค | 25 | 30 | 35 | 40 ไตรมาสใดมียอดเบิกจ่ายรวมของทั้ง 3 สำนักสูงสุด และเป็นจำนวนเท่าใด

  1. 1.ไตรมาส 2 — 120 ล้านบาท
  2. 2.ไตรมาส 3 — 150 ล้านบาท
  3. 3.ไตรมาส 4 — 170 ล้านบาท
  4. 4.ไตรมาส 4 — 180 ล้านบาท
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 4. ไตรมาส 4 — 180 ล้านบาท

รวมตามคอลัมน์: ไตรมาส 1 = 45+30+25 = 100, ไตรมาส 2 = 55+35+30 = 120, ไตรมาส 3 = 70+45+35 = 150, ไตรมาส 4 = 80+60+40 = 180 ล้านบาท ยอดรวมสูงสุดคือไตรมาส 4 เท่ากับ 180 ล้านบาท ตัวเลือก 'ไตรมาส 4 — 170 ล้านบาท' เป็นกับดักของผู้ที่บวกตกหล่น (ใช้ 30 แทน 40 ของสำนัก ค)

ข้อ 31

ตารางงบเบิกจ่ายรายไตรมาส ปีงบประมาณ 2567 (หน่วย: ล้านบาท) สำนัก | ไตรมาส 1 | ไตรมาส 2 | ไตรมาส 3 | ไตรมาส 4 สำนัก ก | 45 | 55 | 70 | 80 สำนัก ข | 30 | 35 | 45 | 60 สำนัก ค | 25 | 30 | 35 | 40 ไตรมาสใดที่ยอดเบิกจ่ายรวมของทั้ง 3 สำนักเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า คิดเป็นร้อยละสูงที่สุด

  1. 1.ไตรมาส 2
  2. 2.ไตรมาส 3
  3. 3.ไตรมาส 4
  4. 4.เพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละเท่ากันทุกไตรมาส
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ไตรมาส 3

ยอดรวมรายไตรมาส = 100, 120, 150, 180 ล้านบาท ตามลำดับ ไตรมาส 2: (120−100)/100 = ร้อยละ 20 ไตรมาส 3: (150−120)/120 = ร้อยละ 25 ไตรมาส 4: (180−150)/150 = ร้อยละ 20 อัตราเพิ่มสูงสุดคือไตรมาส 3 กับดักคือไตรมาส 4 ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนเงินมากที่สุด (30 ล้านบาท) แต่เมื่อคิดเป็นร้อยละของฐานที่ใหญ่กว่ากลับได้เพียงร้อยละ 20

ข้อ 32

ตารางงบเบิกจ่ายรายไตรมาส ปีงบประมาณ 2567 (หน่วย: ล้านบาท) สำนัก | ไตรมาส 1 | ไตรมาส 2 | ไตรมาส 3 | ไตรมาส 4 สำนัก ก | 45 | 55 | 70 | 80 สำนัก ข | 30 | 35 | 45 | 60 สำนัก ค | 25 | 30 | 35 | 40 ยอดเบิกจ่ายทั้งปีของสำนัก ก คิดเป็นร้อยละเท่าใดของยอดเบิกจ่ายรวมทั้ง 3 สำนัก

  1. 1.ประมาณร้อยละ 41.7
  2. 2.ประมาณร้อยละ 44.4
  3. 3.ประมาณร้อยละ 45.5
  4. 4.ประมาณร้อยละ 50.0
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. ประมาณร้อยละ 45.5

สำนัก ก = 45+55+70+80 = 250, สำนัก ข = 30+35+45+60 = 170, สำนัก ค = 25+30+35+40 = 130 รวมทั้งสิ้น 550 ล้านบาท สัดส่วนของสำนัก ก = 250 ÷ 550 × 100 = 45.45 ≈ ร้อยละ 45.5 กับดัก: ร้อยละ 50.0 เกิดจากการเทียบ 250 กับยอดรวมที่ปัดหยาบเป็น 500 ส่วนร้อยละ 41.7 เกิดจากใช้ฐาน 600 ที่ปัดขึ้นเกินจริง

ข้อ 33

ตารางงบเบิกจ่ายรายไตรมาส ปีงบประมาณ 2567 (หน่วย: ล้านบาท) สำนัก | ไตรมาส 1 | ไตรมาส 2 | ไตรมาส 3 | ไตรมาส 4 สำนัก ก | 45 | 55 | 70 | 80 สำนัก ข | 30 | 35 | 45 | 60 สำนัก ค | 25 | 30 | 35 | 40 ยอดเบิกจ่ายของสำนัก ค ในไตรมาส 4 เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1 คิดเป็นร้อยละเท่าใด

  1. 1.ร้อยละ 37.5
  2. 2.ร้อยละ 60.0
  3. 3.ร้อยละ 62.5
  4. 4.ร้อยละ 160.0
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ร้อยละ 60.0

สำนัก ค ไตรมาส 1 = 25 ล้านบาท ไตรมาส 4 = 40 ล้านบาท ร้อยละการเปลี่ยนแปลง = (40 − 25) ÷ 25 × 100 = 15 ÷ 25 × 100 = ร้อยละ 60 กับดัก: ร้อยละ 37.5 เกิดจากใช้ค่าปลายทาง (40) เป็นฐานแทนค่าตั้งต้น (15 ÷ 40) และร้อยละ 160 คืออัตราส่วน 40/25 ซึ่งเป็นสัดส่วนเทียบทั้งก้อน ไม่ใช่ 'ส่วนที่เพิ่มขึ้น'

ข้อ 34

ตารางงบเบิกจ่ายรายไตรมาส ปีงบประมาณ 2567 (หน่วย: ล้านบาท) สำนัก | ไตรมาส 1 | ไตรมาส 2 | ไตรมาส 3 | ไตรมาส 4 สำนัก ก | 45 | 55 | 70 | 80 สำนัก ข | 30 | 35 | 45 | 60 สำนัก ค | 25 | 30 | 35 | 40 หากปีงบประมาณ 2568 สำนัก ค ตั้งเป้าให้ยอดเบิกจ่ายรวมทั้งปีเพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 15 ยอดเป้าหมายจะเท่ากับเท่าไร

  1. 1.149.5 ล้านบาท
  2. 2.152.5 ล้านบาท
  3. 3.156.0 ล้านบาท
  4. 4.159.5 ล้านบาท
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. 149.5 ล้านบาท

ยอดรวมปี 2567 ของสำนัก ค = 25 + 30 + 35 + 40 = 130 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 หมายถึงบวกส่วนเพิ่ม 0.15 × 130 = 19.5 ล้านบาท ยอดเป้าหมาย = 130 + 19.5 = 149.5 ล้านบาท (หรือคิดรวบเป็น 130 × 1.15 = 149.5) กับดัก: 152.5 เกิดจากใช้ฐานผิดเป็น 150 (150 + 0.15 × 150 ปัดเศษ) และ 156.0 เกิดจากคิดเพิ่มร้อยละ 20 (130 × 1.20) แทนร้อยละ 15

ข้อ 35

ตารางจำนวนผู้ใช้บริการของศูนย์บริการประชาชน 3 แห่ง (หน่วย: คน) ศูนย์ | ปี 2566 | ปี 2567 ศูนย์เหนือ | 4,000 | 4,600 ศูนย์กลาง | 6,000 | 7,500 ศูนย์ใต้ | 5,000 | 4,500 ยอดผู้ใช้บริการรวมทั้ง 3 ศูนย์ในปี 2567 เปลี่ยนแปลงจากปี 2566 อย่างไร

  1. 1.ลดลงประมาณร้อยละ 9.6
  2. 2.เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 9.6
  3. 3.เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 10.7
  4. 4.เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 16.0
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 10.7

ยอดรวมปี 2566 = 4,000 + 6,000 + 5,000 = 15,000 คน ยอดรวมปี 2567 = 4,600 + 7,500 + 4,500 = 16,600 คน จึงเพิ่มขึ้น 1,600 คน ร้อยละการเปลี่ยนแปลง = 1,600 ÷ 15,000 × 100 = 10.67 ≈ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.7 กับดัก: ร้อยละ 9.6 เกิดจากใช้ 16,600 (ค่าปลายทาง) เป็นฐาน ส่วนร้อยละ 16.0 เกิดจากเทียบ 1,600 กับ 10,000 อย่างมักง่าย

ข้อ 36

ตารางจำนวนผู้ใช้บริการของศูนย์บริการประชาชน 3 แห่ง (หน่วย: คน) ศูนย์ | ปี 2566 | ปี 2567 ศูนย์เหนือ | 4,000 | 4,600 ศูนย์กลาง | 6,000 | 7,500 ศูนย์ใต้ | 5,000 | 4,500 ข้อใดกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงจำนวนผู้ใช้บริการของศูนย์ใต้ในปี 2567 เทียบกับปี 2566 ได้ถูกต้อง

  1. 1.ลดลงร้อยละ 10.0
  2. 2.ลดลงร้อยละ 11.1
  3. 3.ลดลงร้อยละ 5.0
  4. 4.เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.0
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. ลดลงร้อยละ 10.0

ศูนย์ใต้ลดจาก 5,000 คน เหลือ 4,500 คน ลดลง 500 คน ร้อยละการเปลี่ยนแปลง = 500 ÷ 5,000 × 100 = ลดลงร้อยละ 10 กับดัก: 'ลดลงร้อยละ 11.1' เกิดจากใช้ค่าปลายทาง 4,500 เป็นฐาน (500 ÷ 4,500) ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะการคิดร้อยละการเปลี่ยนแปลงต้องใช้ค่าตั้งต้นเป็นฐานเสมอ ส่วน 'ลดลงร้อยละ 5.0' เกิดจากเทียบ 500 กับยอดรวมทั้ง 3 ศูนย์

ข้อ 37

ตารางจำนวนผู้ใช้บริการของศูนย์บริการประชาชน 3 แห่ง (หน่วย: คน) ศูนย์ | ปี 2566 | ปี 2567 ศูนย์เหนือ | 4,000 | 4,600 ศูนย์กลาง | 6,000 | 7,500 ศูนย์ใต้ | 5,000 | 4,500 ในปี 2567 จำนวนผู้ใช้บริการเฉลี่ยต่อศูนย์เท่ากับเท่าไร

  1. 1.ประมาณ 5,000 คน
  2. 2.ประมาณ 5,200 คน
  3. 3.ประมาณ 5,400 คน
  4. 4.ประมาณ 5,533 คน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 4. ประมาณ 5,533 คน

ยอดรวมปี 2567 = 4,600 + 7,500 + 4,500 = 16,600 คน มีทั้งหมด 3 ศูนย์ ค่าเฉลี่ยต่อศูนย์ = 16,600 ÷ 3 = 5,533.33 ≈ 5,533 คน กับดัก: 5,000 คน เป็นค่าเฉลี่ยของปี 2566 (15,000 ÷ 3) ซึ่งเป็นคนละปีกับที่โจทย์ถาม

ข้อ 38

ตารางจำนวนผู้ใช้บริการของศูนย์บริการประชาชน 3 แห่ง (หน่วย: คน) ศูนย์ | ปี 2566 | ปี 2567 ศูนย์เหนือ | 4,000 | 4,600 ศูนย์กลาง | 6,000 | 7,500 ศูนย์ใต้ | 5,000 | 4,500 สัดส่วนผู้ใช้บริการของศูนย์กลางเมื่อเทียบกับยอดรวมทั้ง 3 ศูนย์ ในปี 2567 เปลี่ยนแปลงจากปี 2566 ประมาณกี่จุดร้อยละ (percentage point)

  1. 1.เพิ่มขึ้นประมาณ 2.5 จุดร้อยละ
  2. 2.เพิ่มขึ้นประมาณ 5.2 จุดร้อยละ
  3. 3.เพิ่มขึ้นประมาณ 25.0 จุดร้อยละ
  4. 4.เพิ่มขึ้นประมาณ 45.2 จุดร้อยละ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. เพิ่มขึ้นประมาณ 5.2 จุดร้อยละ

ปี 2566: สัดส่วนศูนย์กลาง = 6,000 ÷ 15,000 × 100 = ร้อยละ 40.0 ปี 2567: สัดส่วนศูนย์กลาง = 7,500 ÷ 16,600 × 100 = 45.18 ≈ ร้อยละ 45.2 ผลต่างของสัดส่วน = 45.2 − 40.0 = 5.2 จุดร้อยละ กับดัก: 25.0 จุดร้อยละ คืออัตราการเติบโตของจำนวนคนในศูนย์กลาง (6,000 → 7,500 เพิ่มร้อยละ 25) ซึ่งเป็นคนละค่ากับผลต่างของสัดส่วน ส่วน 45.2 คือสัดส่วนของปี 2567 มิใช่ผลต่าง

ข้อ 39

ตารางรายรับ-รายจ่ายของครัวเรือนหนึ่ง (หน่วย: บาท) เดือน | รายรับ | รายจ่าย มกราคม | 50,000 | 38,000 กุมภาพันธ์ | 55,000 | 42,900 มีนาคม | 60,000 | 45,000 เมษายน | 66,000 | 52,800 เดือนใดมีเงินคงเหลือ (รายรับ − รายจ่าย) มากที่สุด

  1. 1.มกราคม
  2. 2.กุมภาพันธ์
  3. 3.มีนาคม
  4. 4.เมษายน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. มีนาคม

เงินคงเหลือแต่ละเดือน: มกราคม 50,000 − 38,000 = 12,000 บาท, กุมภาพันธ์ 55,000 − 42,900 = 12,100 บาท, มีนาคม 60,000 − 45,000 = 15,000 บาท, เมษายน 66,000 − 52,800 = 13,200 บาท มากที่สุดคือมีนาคม 15,000 บาท กับดักคือเมษายน ซึ่งมีรายรับสูงสุด แต่รายจ่ายก็สูงตามจนเงินคงเหลือน้อยกว่ามีนาคม

ข้อ 40

ตารางรายรับ-รายจ่ายของครัวเรือนหนึ่ง (หน่วย: บาท) เดือน | รายรับ | รายจ่าย มกราคม | 50,000 | 38,000 กุมภาพันธ์ | 55,000 | 42,900 มีนาคม | 60,000 | 45,000 เมษายน | 66,000 | 52,800 รายจ่ายเฉลี่ยต่อเดือนของทั้ง 4 เดือนเท่ากับเท่าไร

  1. 1.44,675 บาท
  2. 2.44,950 บาท
  3. 3.45,000 บาท
  4. 4.45,300 บาท
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. 44,675 บาท

รายจ่ายรวม = 38,000 + 42,900 + 45,000 + 52,800 = 178,700 บาท ค่าเฉลี่ย = 178,700 ÷ 4 = 44,675 บาท กับดัก: 45,000 บาท เป็นรายจ่ายของเดือนมีนาคมเพียงเดือนเดียว (ค่ากลางที่ดูสวยแต่ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย) ส่วนตัวเลือกอื่นเกิดจากบวกยอดรวมตกหล่นก่อนหารด้วย 4

ข้อ 41

ตารางรายรับ-รายจ่ายของครัวเรือนหนึ่ง (หน่วย: บาท) เดือน | รายรับ | รายจ่าย มกราคม | 50,000 | 38,000 กุมภาพันธ์ | 55,000 | 42,900 มีนาคม | 60,000 | 45,000 เมษายน | 66,000 | 52,800 เดือนใดมีรายจ่ายคิดเป็นร้อยละของรายรับสูงที่สุด

  1. 1.มกราคม
  2. 2.กุมภาพันธ์
  3. 3.มีนาคม
  4. 4.เมษายน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 4. เมษายน

คิดอัตราส่วนรายจ่ายต่อรายรับเป็นร้อยละ: มกราคม 38,000 ÷ 50,000 = ร้อยละ 76 กุมภาพันธ์ 42,900 ÷ 55,000 = ร้อยละ 78 มีนาคม 45,000 ÷ 60,000 = ร้อยละ 75 เมษายน 52,800 ÷ 66,000 = ร้อยละ 80 สูงที่สุดคือเมษายน (ร้อยละ 80) กับดักคือมีนาคม ซึ่งมีเงินคงเหลือเป็นตัวเงินมากที่สุด แต่เมื่อคิดเป็นสัดส่วนของรายรับกลับใช้จ่ายน้อยที่สุด (ร้อยละ 75)

ข้อ 42

ตารางรายรับ-รายจ่ายของครัวเรือนหนึ่ง (หน่วย: บาท) เดือน | รายรับ | รายจ่าย มกราคม | 50,000 | 38,000 กุมภาพันธ์ | 55,000 | 42,900 มีนาคม | 60,000 | 45,000 เมษายน | 66,000 | 52,800 รายรับเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคมคิดเป็นร้อยละเท่าใด

  1. 1.ร้อยละ 9.1
  2. 2.ร้อยละ 10.0
  3. 3.ร้อยละ 11.0
  4. 4.ร้อยละ 12.0
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ร้อยละ 10.0

ส่วนเพิ่ม = 66,000 − 60,000 = 6,000 บาท ร้อยละการเปลี่ยนแปลง = 6,000 ÷ 60,000 × 100 = ร้อยละ 10 กับดัก: ร้อยละ 9.1 เกิดจากการใช้รายรับเดือนเมษายน (66,000) เป็นฐานแทนเดือนมีนาคม ซึ่งการคิดร้อยละที่เพิ่มขึ้นต้องใช้ค่าตั้งต้น (เดือนก่อนหน้า) เป็นฐานเสมอ

ข้อ 43

ตารางคะแนนสอบของผู้เข้าสอบ 4 คน ใน 3 วิชา (คะแนนเต็มวิชาละ 100) ผู้เข้าสอบ | วิชา ก | วิชา ข | วิชา ค สมชาย | 72 | 85 | 68 สมหญิง | 90 | 70 | 80 สมศักดิ์ | 65 | 88 | 77 สมปอง | 84 | 71 | 92 ผู้ใดมีคะแนนรวมทั้ง 3 วิชาสูงที่สุด

  1. 1.สมชาย
  2. 2.สมหญิง
  3. 3.สมศักดิ์
  4. 4.สมปอง
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 4. สมปอง

รวมคะแนนตามแถวของแต่ละคน: สมชาย 72+85+68 = 225, สมหญิง 90+70+80 = 240, สมศักดิ์ 65+88+77 = 230, สมปอง 84+71+92 = 247 ผู้ที่ได้คะแนนรวมสูงสุดจึงเป็นสมปอง กับดักคือสมหญิง ซึ่งได้คะแนนวิชา ก สูงถึง 90 (สูงสุดในตาราง) จนดูโดดเด่น แต่คะแนนรวมยังต่ำกว่าสมปองอยู่ 7 คะแนน การดูค่าสูงสุดของช่องเดียวจึงสรุปคะแนนรวมไม่ได้

ข้อ 44

ตารางคะแนนสอบของผู้เข้าสอบ 4 คน ใน 3 วิชา (คะแนนเต็มวิชาละ 100) ผู้เข้าสอบ | วิชา ก | วิชา ข | วิชา ค สมชาย | 72 | 85 | 68 สมหญิง | 90 | 70 | 80 สมศักดิ์ | 65 | 88 | 77 สมปอง | 84 | 71 | 92 คะแนนเฉลี่ยของวิชา ก จากผู้เข้าสอบทั้ง 4 คน เท่ากับเท่าไร

  1. 1.79.25 คะแนน
  2. 2.78.50 คะแนน
  3. 3.77.75 คะแนน
  4. 4.76.25 คะแนน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. 77.75 คะแนน

ค่าเฉลี่ยของวิชา ก ต้องรวมเฉพาะตัวเลขในคอลัมน์วิชา ก: 72 + 90 + 65 + 84 = 311 ค่าเฉลี่ย = 311 ÷ 4 = 77.75 คะแนน (หารด้วยจำนวนผู้เข้าสอบ 4 คน) ตัวเลือก 78.50 เป็นกับดัก เพราะเป็นค่าเฉลี่ยของคะแนนทั้งตาราง (942 ÷ 12) ซึ่งรวมวิชา ข และ ค เข้ามาด้วย ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยเฉพาะวิชา ก

ฝึกทำแบบจับเวลาและสุ่มข้อใหม่ทุกรอบ

โหมดฝึกจะสุ่มข้อใหม่ให้ทุกครั้ง เฉลยทันทีหลังตอบ และถ้าเข้าสู่ระบบไว้ระบบจะจำว่าคุณทำข้อไหนไปแล้ว พร้อมเก็บข้อที่ตอบผิดไว้ให้กลับมาแก้ตัว

เทคนิคทำข้อสอบวิชาความสามารถทั่วไป (คณิตศาสตร์)

  • อนุกรมให้ลองหาผลต่างชั้นที่หนึ่งก่อนเสมอ ถ้าไม่ลงตัวค่อยดูอัตราส่วนหรือผลต่างชั้นที่สอง
  • โจทย์วิเคราะห์ตารางกราฟ ให้อ่านคำถามก่อนอ่านตาราง จะได้ไม่เสียเวลากับตัวเลขที่ไม่ถูกถาม
  • เงื่อนไขสัญลักษณ์ต้องแปลงเป็นเส้นเดียวกันให้หมดก่อน แล้วค่อยตัดสินข้อสรุปทีละข้อ
  • จับเวลาทุกครั้งที่ฝึก เพราะข้อสอบจริงเฉลี่ยแล้วมีเวลาไม่ถึงสองนาทีต่อข้อ

หัวข้ออื่นในวิชาความสามารถทั่วไป (คณิตศาสตร์)

คำถามที่พบบ่อย

ข้อสอบการวิเคราะห์ข้อมูล (ตาราง/กราฟ) ออกสอบในสนามไหนบ้าง

หัวข้อการวิเคราะห์ข้อมูล (ตาราง/กราฟ) อยู่ในวิชาความสามารถทั่วไป (คณิตศาสตร์) ซึ่งใช้สอบในก.พ. ภาค ก และ กองทัพบก ภาค ก และ ครูผู้ช่วย ภาค ก และ นายสิบตำรวจ (สายปราบปราม) และ นายสิบตำรวจ (สายอำนวยการ) ในเว็บนี้มีข้อสอบหัวข้อนี้ทั้งหมด 44 ข้อ

แนวข้อสอบการวิเคราะห์ข้อมูล (ตาราง/กราฟ) มีเฉลยอธิบายไหม

ทุกข้อมีเฉลยพร้อมคำอธิบายว่าทำไมตัวเลือกนั้นถึงถูก และหน้านี้เปิดให้อ่านครบทั้ง 44 ข้อฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก

ฝึกทำข้อสอบการวิเคราะห์ข้อมูล (ตาราง/กราฟ) ต้องเสียเงินไหม

ไม่เสียค่าใช้จ่าย ใช้ได้ฟรีทั้งหมด ไม่ต้องสมัครสมาชิกก็เริ่มฝึกได้ แต่ถ้าเข้าสู่ระบบ ระบบจะจำว่าทำข้อไหนไปแล้วและเก็บข้อที่ตอบผิดไว้ให้กลับมาทบทวน