สินค้าราคา 250 บาท ลดราคา 20% จะต้องจ่ายเงินกี่บาท
- 1.180 บาท
- 2.200 บาท
- 3.210 บาท
- 4.230 บาท
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย▾ เฉลย
ตอบข้อ 2. 200 บาท
ส่วนลด = 250 × 20/100 = 50 บาท ดังนั้นต้องจ่าย 250 - 50 = 200 บาท
หน้านี้รวมแนวข้อสอบหัวข้อโจทย์คณิตศาสตร์พื้นฐาน จำนวน 84 ข้อ พร้อมเฉลยและคำอธิบายว่าทำไมตัวเลือกนั้นถึงถูก ทุกข้อจัดทำขึ้นใหม่ตามผังการออกข้อสอบ ไม่ใช่ข้อสอบเก่าของหน่วยงานใด อ่านฟรีทั้งหมดโดยไม่ต้องสมัครสมาชิก
สินค้าราคา 250 บาท ลดราคา 20% จะต้องจ่ายเงินกี่บาท
ตอบข้อ 2. 200 บาท
ส่วนลด = 250 × 20/100 = 50 บาท ดังนั้นต้องจ่าย 250 - 50 = 200 บาท
ปัจจุบันพ่ออายุ 45 ปี ลูกอายุ 15 ปี อีกกี่ปีพ่อจะมีอายุเป็น 2 เท่าของลูก
ตอบข้อ 3. 15 ปี
ให้อีก x ปี: 45+x = 2(15+x) → 45+x = 30+2x → x = 15 ตรวจสอบ: อีก 15 ปี พ่ออายุ 60 ลูกอายุ 30 ซึ่ง 60 = 2×30 ✓
รถยนต์คันหนึ่งวิ่งได้ระยะทาง 240 กิโลเมตร ใช้เวลา 3 ชั่วโมง อัตราเร็วเฉลี่ยเป็นเท่าไร
ตอบข้อ 3. 80 กม./ชม.
อัตราเร็วเฉลี่ย = ระยะทาง ÷ เวลา = 240 ÷ 3 = 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ผลบวกของจำนวนคู่ตั้งแต่ 2 ถึง 20 มีค่าเท่าไร
ตอบข้อ 3. 110
จำนวนคู่ 2, 4, 6, ..., 20 มีทั้งหมด 10 จำนวน ผลบวก = (พจน์แรก + พจน์สุดท้าย) × จำนวนพจน์ ÷ 2 = (2+20)×10÷2 = 110
จำนวนสองจำนวนรวมกันได้ 50 และต่างกันอยู่ 12 จำนวนที่มากกว่าคือเท่าไร
ตอบข้อ 3. 31
ให้จำนวนมากเป็น x จำนวนน้อยเป็น y: x + y = 50 และ x − y = 12 บวกสองสมการได้ 2x = 62 → x = 31 (ตรวจสอบ: y = 19, 31+19 = 50 ✓, 31−19 = 12 ✓)
ฝากเงิน 10,000 บาท ได้ดอกเบี้ยแบบธรรมดาอัตรา 3% ต่อปี เมื่อครบ 2 ปี จะได้ดอกเบี้ยกี่บาท
ตอบข้อ 2. 600 บาท
ดอกเบี้ยธรรมดา = เงินต้น × อัตรา × เวลา = 10,000 × 0.03 × 2 = 600 บาท (ถ้าเป็นดอกเบี้ยทบต้นจะได้ 609 บาท แต่โจทย์ระบุว่าเป็นดอกเบี้ยธรรมดา)
ถังน้ำใบหนึ่งจุน้ำได้ 200 ลิตร ขณะนี้มีน้ำอยู่ 3 ใน 5 ของถัง เหลือที่ว่างอีกกี่ลิตร
ตอบข้อ 2. 80 ลิตร
น้ำที่มีอยู่ = 200 × 3/5 = 120 ลิตร ดังนั้นที่ว่างที่เหลือ = 200 − 120 = 80 ลิตร (หรือคิดตรง ๆ ว่าเหลือ 2/5 ของถัง = 200 × 2/5 = 80 ลิตร)
นาย ก. อายุมากกว่านาย ข. อยู่ 5 ปี ถ้าอายุรวมกันได้ 45 ปี นาย ข. อายุกี่ปี
ตอบข้อ 2. 20 ปี
ให้นาย ข. อายุ x ปี นาย ก. จะอายุ x + 5 ปี รวมกัน: x + (x + 5) = 45 → 2x = 40 → x = 20 ปี (นาย ก. อายุ 25 ปี รวมกันได้ 45 ✓)
15% ของ 240 มีค่าเท่าไร
ตอบข้อ 3. 36
15% ของ 240 = 240 × 15/100 = 240 × 0.15 = 36
ซื้อของ 3 ชิ้น ราคาเฉลี่ยชิ้นละ 120 บาท ถ้าซื้อเพิ่มอีก 1 ชิ้น ราคา 200 บาท ราคาเฉลี่ยของของทั้ง 4 ชิ้นเป็นเท่าไร
ตอบข้อ 2. 140 บาท
ของ 3 ชิ้นแรกรวมเป็นเงิน 3 × 120 = 360 บาท เมื่อรวมชิ้นที่ 4 ได้ 360 + 200 = 560 บาท ราคาเฉลี่ยใหม่ = 560 ÷ 4 = 140 บาท
คนงาน 6 คน ทำงานชิ้นหนึ่งเสร็จใน 12 วัน ถ้าใช้คนงาน 8 คน (ทำงานเร็วเท่ากัน) จะเสร็จในกี่วัน
ตอบข้อ 2. 9 วัน
งานทั้งหมด = 6 คน × 12 วัน = 72 คน-วัน เมื่อใช้ 8 คน จะใช้เวลา 72 ÷ 8 = 9 วัน (คนมากขึ้น เวลาน้อยลง เป็นสัดส่วนผกผัน)
สินค้าราคา 800 บาท ขึ้นราคา 10% แล้วต่อมาลดราคา 10% จากราคาใหม่ ราคาสุดท้ายเป็นเท่าไร
ตอบข้อ 1. 792 บาท
ขึ้นราคา 10%: 800 × 1.10 = 880 บาท จากนั้นลด 10% จากราคาใหม่: 880 × 0.90 = 792 บาท ราคาไม่กลับมาเท่าเดิม เพราะการลด 10% คิดจากฐาน 880 ซึ่งมากกว่าฐานเดิม 800
ค่าเฉลี่ยของจำนวน 5 จำนวนเท่ากับ 24 เมื่อเพิ่มจำนวนใหม่เข้าไปอีก 1 จำนวน ค่าเฉลี่ยกลายเป็น 26 จำนวนที่เพิ่มเข้ามาคือเท่าไร
ตอบข้อ 3. 36
ผลรวมเดิม = 5 × 24 = 120 ผลรวมใหม่ = 6 × 26 = 156 จำนวนที่เพิ่ม = 156 − 120 = 36
ก. ทำงานชิ้นหนึ่งเสร็จใน 6 วัน ข. ทำงานชิ้นเดียวกันเสร็จใน 12 วัน ถ้าทั้งสองคนช่วยกันทำ จะเสร็จในกี่วัน
ตอบข้อ 2. 4 วัน
ใน 1 วัน ก. ทำได้ 1/6 ของงาน ข. ทำได้ 1/12 รวมกันได้ 1/6 + 1/12 = 3/12 = 1/4 ของงานต่อวัน จึงใช้เวลา 4 วัน
ถังน้ำใบหนึ่ง ท่อ A เปิดน้ำเข้าจนเต็มถังใช้เวลา 3 ชั่วโมง ท่อ B เปิดระบายน้ำออกจากถังที่เต็มจนหมดใช้เวลา 6 ชั่วโมง ถ้าเปิดทั้งสองท่อพร้อมกันขณะถังว่าง น้ำจะเต็มถังในกี่ชั่วโมง
ตอบข้อ 3. 6 ชั่วโมง
ใน 1 ชั่วโมง A เติมได้ 1/3 ถัง B ระบายออก 1/6 ถัง สุทธิ = 1/3 − 1/6 = 1/6 ถังต่อชั่วโมง จึงใช้เวลา 6 ชั่วโมง
ฝากเงิน 20,000 บาท ดอกเบี้ยทบต้นปีละ 10% เมื่อครบ 2 ปี จะได้ดอกเบี้ยรวมเท่าไร
ตอบข้อ 2. 4,200 บาท
สิ้นปีที่ 1 = 20,000 × 1.1 = 22,000 บาท สิ้นปีที่ 2 = 22,000 × 1.1 = 24,200 บาท ดอกเบี้ยรวม = 24,200 − 20,000 = 4,200 บาท
ห้องเรียนหนึ่งมีอัตราส่วนนักเรียนชายต่อหญิงเป็น 3 : 5 ถ้ามีนักเรียนทั้งหมด 64 คน นักเรียนหญิงมากกว่าชายกี่คน
ตอบข้อ 3. 16 คน
แบ่งเป็น 3 + 5 = 8 ส่วน แต่ละส่วน = 64 ÷ 8 = 8 คน ชาย = 24 คน หญิง = 40 คน ต่างกัน 40 − 24 = 16 คน
สินค้าชิ้นหนึ่งรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แล้วมีราคา 5,350 บาท ราคาก่อนรวมภาษีคือเท่าไร
ตอบข้อ 2. 5,000 บาท
ให้ราคาก่อนภาษี = x จะได้ 1.07x = 5,350 → x = 5,350 ÷ 1.07 = 5,000 บาท
สินค้าราคาป้าย 1,000 บาท ร้านลดราคา 20% แล้วลดซ้ำอีก 10% จากราคาที่ลดแล้ว ลูกค้าต้องจ่ายเงินเท่าไร
ตอบข้อ 2. 720 บาท
ลด 20% แรก เหลือ 1,000 × 0.8 = 800 บาท จากนั้นลดอีก 10% เหลือ 800 × 0.9 = 720 บาท (ไม่ใช่ลดรวม 30% ซึ่งจะได้ 700 บาท)
พ่อค้าซื้อสินค้ามาราคา 800 บาท ต้องการขายให้ได้กำไร 25% ของราคาทุน ต้องตั้งราคาขายเท่าไร
ตอบข้อ 2. 1,000 บาท
กำไร = 800 × 25/100 = 200 บาท ราคาขาย = 800 + 200 = 1,000 บาท
คนงาน 12 คน ทำงานชิ้นหนึ่งเสร็จใน 15 วัน ถ้าใช้คนงาน 20 คน (ทำงานเร็วเท่ากันทุกคน) จะเสร็จในกี่วัน
ตอบข้อ 2. 9 วัน
งานทั้งหมด = 12 × 15 = 180 คน-วัน ถ้ามี 20 คน จะใช้เวลา 180 ÷ 20 = 9 วัน (คนมากขึ้น เวลาลดลงเป็นสัดส่วนผกผัน)
ห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง 4 เมตร ยาว 6 เมตร ต้องการปูกระเบื้องขนาด 40 × 40 เซนติเมตร ต้องใช้กระเบื้องกี่แผ่น
ตอบข้อ 2. 150 แผ่น
พื้นที่ห้อง = 4 × 6 = 24 ตร.ม. = 240,000 ตร.ซม. พื้นที่กระเบื้อง 1 แผ่น = 40 × 40 = 1,600 ตร.ซม. จำนวนแผ่น = 240,000 ÷ 1,600 = 150 แผ่น
จำนวนนับ 3 จำนวนเรียงติดกัน รวมกันได้ 51 จำนวนที่มากที่สุดคือเท่าไร
ตอบข้อ 3. 18
ให้จำนวนกลางเป็น x จะได้ (x−1) + x + (x+1) = 3x = 51 → x = 17 ดังนั้นสามจำนวนคือ 16, 17, 18 จำนวนที่มากที่สุดคือ 18
น้ำเชื่อมเข้มข้น 20% ปริมาตร 500 มิลลิลิตร เติมน้ำเปล่าลงไปอีก 500 มิลลิลิตร ความเข้มข้นใหม่เป็นเท่าไร
ตอบข้อ 2. ร้อยละ 10
น้ำตาลที่มีอยู่ = 500 × 20% = 100 มล. (การเติมน้ำเปล่าไม่ได้เพิ่มน้ำตาล) ปริมาตรใหม่ = 500 + 500 = 1,000 มล. ความเข้มข้น = 100 ÷ 1,000 = ร้อยละ 10
นาฬิกาเรือนหนึ่งเดินเร็วกว่าปกติวันละ 2 นาที ถ้าตั้งเวลาให้ตรงตอนเที่ยงวันจันทร์ พอถึงเที่ยงวันศุกร์ นาฬิกาจะเร็วไปกี่นาที
ตอบข้อ 2. 8 นาที
จากเที่ยงวันจันทร์ถึงเที่ยงวันศุกร์ = 4 วัน (อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์) → เร็วไป 4 × 2 = 8 นาที (ระวังนับเป็น 5 วัน)
ราคาหุ้นตัวหนึ่งขึ้น 20% ในวันแรก แล้วลง 20% ในวันถัดมา ราคาสุดท้ายเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับราคาเริ่มต้น
ตอบข้อ 3. ลดลงร้อยละ 4
สมมติราคาเริ่มต้น 100 บาท วันแรกขึ้น 20% → 120 บาท วันถัดมาลง 20% ของ 120 (ไม่ใช่ของ 100) = ลด 24 บาท → 96 บาท จึงลดลง 4 บาท คิดเป็นร้อยละ 4 — ขึ้นแล้วลงเปอร์เซ็นต์เท่ากันไม่ได้กลับมาเท่าเดิม เพราะฐานคิดต่างกัน
ซื้อของ 3 ชิ้น ราคาเฉลี่ยชิ้นละ 250 บาท ถ้าชิ้นแรกราคา 180 บาท และชิ้นที่สองราคา 270 บาท ชิ้นที่สามราคาเท่าไร
ตอบข้อ 2. 300 บาท
ราคารวม = 3 × 250 = 750 บาท ชิ้นที่สาม = 750 − 180 − 270 = 300 บาท
รถไฟออกจากสถานีเวลา 09:20 น. และถึงปลายทางเวลา 13:05 น. ใช้เวลาเดินทางทั้งหมดเท่าไร
ตอบข้อ 2. 3 ชั่วโมง 45 นาที
จาก 09:20 ถึง 13:20 คือ 4 ชั่วโมง แต่ถึงจริงเวลา 13:05 ซึ่งเร็วกว่า 15 นาที จึงใช้เวลา 4 ชั่วโมง − 15 นาที = 3 ชั่วโมง 45 นาที
นาย ก. ขี่จักรยานออกจากบ้านด้วยอัตราเร็วคงที่ 12 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผ่านไป 1 ชั่วโมง นาย ข. ขี่รถจักรยานยนต์ออกตามไปทางเดียวกันด้วยอัตราเร็ว 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นาย ข. จะตามทันนาย ก. หลังจากที่ ข. ออกเดินทางไปแล้วกี่นาที
ตอบข้อ 3. 40 นาที
เมื่อ ข. เริ่มออก นาย ก. นำอยู่แล้ว 12 × 1 = 12 กิโลเมตร ข. ไล่ตามด้วยอัตราต่างความเร็ว = 30 − 12 = 18 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เวลาไล่ทัน = 12 ÷ 18 = 2/3 ชั่วโมง = 40 นาที ตัวลวง 20 นาที เกิดจากใช้ระยะนำ 12 กม. หารด้วย 30 (ลืมว่า ก. ยังเคลื่อนที่ต่อไปด้วย)
รถไฟขบวนหนึ่งยาว 150 เมตร วิ่งด้วยอัตราเร็วคงที่ 72 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผ่านสะพานยาว 250 เมตร นับตั้งแต่หัวขบวนขึ้นสะพานจนท้ายขบวนพ้นสะพาน ใช้เวลากี่วินาที
ตอบข้อ 4. 20 วินาที
แปลงหน่วย: 72 กิโลเมตรต่อชั่วโมง = 72 × 1,000 ÷ 3,600 = 20 เมตรต่อวินาที ระยะที่รถไฟต้องเคลื่อนที่ = ความยาวสะพาน + ความยาวขบวน = 250 + 150 = 400 เมตร ใช้เวลา = 400 ÷ 20 = 20 วินาที ตัวลวง 12.5 วินาที เกิดจากคิดแค่ความยาวสะพาน 250 เมตร โดยลืมว่าท้ายขบวนต้องพ้นสะพานด้วย
แบ่งเงินจำนวน 5,000 บาท ให้ ก. ข. และ ค. โดย ก. ได้เป็น 2 เท่าของ ข. และ ข. ได้เป็น 3 เท่าของ ค. ค. จะได้เงินกี่บาท
ตอบข้อ 1. 500 บาท
ให้ ค. ได้ x บาท จะได้ ข. = 3x และ ก. = 2 × 3x = 6x รวมกัน x + 3x + 6x = 10x = 5,000 ดังนั้น x = 500 บาท (ตรวจสอบ: ค. 500 + ข. 1,500 + ก. 3,000 = 5,000) ตัวลวง 1,500 บาท คือส่วนของ ข. ไม่ใช่ของ ค. ที่โจทย์ถาม
เงินของ ก. ต่อเงินของ ข. เป็นอัตราส่วน 5 : 3 ถ้า ก. ให้เงินแก่ ข. ไป 400 บาท ทั้งสองคนจะมีเงินเท่ากันพอดี เดิม ก. มีเงินกี่บาท
ตอบข้อ 3. 2,000 บาท
ให้ ก. มี 5x และ ข. มี 3x เมื่อโอนเงิน 400 บาท จะได้ 5x − 400 = 3x + 400 → 2x = 800 → x = 400 ดังนั้น ก. มีเงินเดิม 5 × 400 = 2,000 บาท (ข. มี 1,200 บาท เมื่อโอนแล้วทั้งคู่มี 1,600 บาทเท่ากัน) ตัวลวง 1,200 บาท คือเงินของ ข. และ 1,600 บาท คือเงินหลังโอนของแต่ละคน
ค่ายแห่งหนึ่งมีเสบียงพอเลี้ยงทหาร 60 คน ได้นาน 45 วัน ถ้ามีทหารเพิ่มขึ้นเป็น 90 คน โดยกินในอัตราเดิม เสบียงที่มีอยู่จะเลี้ยงได้นานกี่วัน
ตอบข้อ 3. 30 วัน
เป็นสัดส่วนผกผัน: เสบียงทั้งหมด = 60 × 45 = 2,700 คน-วัน เมื่อมีทหาร 90 คน จะอยู่ได้ 2,700 ÷ 90 = 30 วัน กับดักคือการคิดแบบสัดส่วนตรง (คนเพิ่มแล้ววันเพิ่ม) ซึ่งผิด เพราะคนกินมากขึ้น เสบียงย่อมหมดเร็วขึ้น
การชงเครื่องดื่มต้องผสมน้ำผลไม้เข้มข้นกับน้ำเปล่าในอัตราส่วน 1 : 4 ถ้าต้องการเครื่องดื่มทั้งหมด 2,000 มิลลิลิตร จะต้องใช้น้ำผลไม้เข้มข้นกี่มิลลิลิตร
ตอบข้อ 4. 400 มิลลิลิตร
อัตราส่วน 1 : 4 หมายถึงเครื่องดื่มทั้งหมดมี 1 + 4 = 5 ส่วน น้ำผลไม้เข้มข้นเป็น 1 ใน 5 ส่วน = 2,000 × 1/5 = 400 มิลลิลิตร (น้ำเปล่า 1,600 มิลลิลิตร) ตัวลวง 500 มิลลิลิตร เกิดจากคิดเป็น 1/4 ของทั้งหมด ซึ่งผิด เพราะ 4 คือส่วนของน้ำเปล่า ไม่ใช่ปริมาณรวม
คนงาน 4 คน ขุดคูน้ำยาว 60 เมตร เสร็จใน 6 วัน ถ้าต้องการขุดคูน้ำยาว 150 เมตร ให้เสร็จภายใน 10 วัน จะต้องใช้คนงานกี่คน (ทุกคนทำงานเร็วเท่ากัน)
ตอบข้อ 2. 6 คน
งานเดิมใช้แรงงาน 4 × 6 = 24 คน-วัน ต่อคู 60 เมตร คิดเป็น 24/60 = 0.4 คน-วัน ต่อ 1 เมตร คู 150 เมตร จึงต้องใช้ 150 × 0.4 = 60 คน-วัน ถ้าให้เสร็จใน 10 วัน ต้องใช้คนงาน 60 ÷ 10 = 6 คน ตัวลวง 10 คน เกิดจากขยายตามความยาวคู (เพิ่ม 2.5 เท่า) โดยลืมว่าจำนวนวันก็เพิ่มจาก 6 เป็น 10 วันด้วย
ปกติชายคนหนึ่งขับรถจากบ้านไปที่ทำงานด้วยอัตราเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถึงที่ทำงานพอดีเวลา วันหนึ่งเขาขับด้วยอัตราเร็วเพียง 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จึงถึงที่ทำงานช้ากว่าเดิม 10 นาที ระยะทางจากบ้านถึงที่ทำงานเป็นกี่กิโลเมตร
ตอบข้อ 3. 50 กิโลเมตร
ให้ระยะทาง d กิโลเมตร เวลาที่ใช้ต่างกัน 10 นาที = 1/6 ชั่วโมง จึงได้ d/50 − d/60 = 1/6 → d(60 − 50)/3,000 = 1/6 → 10d/3,000 = 1/6 → d = 50 กิโลเมตร ตรวจสอบ: ที่ 60 กม./ชม. ใช้เวลา 50 นาที ที่ 50 กม./ชม. ใช้เวลา 60 นาที ต่างกัน 10 นาทีพอดี กับดักคือการนำ 10 นาที ไปคูณความเร็วตรง ๆ ซึ่งไม่ใช่ระยะทางทั้งเส้นทาง
นักวิ่งคนหนึ่งวิ่งด้วยอัตราเร็วคงที่ 5 เมตรต่อวินาที ถ้าวิ่งต่อเนื่องเป็นเวลา 12 นาที จะวิ่งได้ระยะทางเท่าไร
ตอบข้อ 1. 3.6 กิโลเมตร
12 นาที = 12 × 60 = 720 วินาที ระยะทาง = อัตราเร็ว × เวลา = 5 × 720 = 3,600 เมตร = 3.6 กิโลเมตร ตัวลวงเกิดจากลืมแปลงนาทีเป็นวินาที หรือแปลงหน่วยเมตรเป็นกิโลเมตรผิดตำแหน่ง
ก. ลงทุน 60,000 บาท และ ข. ลงทุน 90,000 บาท ร่วมกันเปิดร้าน เมื่อสิ้นปีมีกำไร 45,000 บาท และตกลงแบ่งกำไรตามสัดส่วนเงินลงทุน ข. จะได้กำไรกี่บาท
ตอบข้อ 4. 27,000 บาท
อัตราส่วนเงินลงทุน ก. : ข. = 60,000 : 90,000 = 2 : 3 รวม 5 ส่วน กำไร 1 ส่วน = 45,000 ÷ 5 = 9,000 บาท ข. ได้ 3 ส่วน = 3 × 9,000 = 27,000 บาท (ก. ได้ 18,000 บาท) ตัวลวง 18,000 บาท คือกำไรของ ก. และ 22,500 บาท คือการแบ่งครึ่งเท่ากัน ซึ่งขัดกับข้อตกลงแบ่งตามสัดส่วนเงินลงทุน
เครื่องพิมพ์ 3 เครื่อง ช่วยกันพิมพ์เอกสารได้ 1,800 แผ่น ใน 2 ชั่วโมง ถ้าใช้เครื่องพิมพ์ 5 เครื่องที่มีความเร็วเท่ากัน จะพิมพ์เอกสาร 4,500 แผ่น เสร็จในเวลากี่ชั่วโมง
ตอบข้อ 3. 3 ชั่วโมง
อัตราการพิมพ์ต่อเครื่อง = 1,800 ÷ (3 × 2) = 300 แผ่นต่อชั่วโมง เครื่องพิมพ์ 5 เครื่อง พิมพ์ได้ 5 × 300 = 1,500 แผ่นต่อชั่วโมง ใช้เวลา 4,500 ÷ 1,500 = 3 ชั่วโมง ตัวลวง 2 ชั่วโมง 30 นาที เกิดจากเทียบสัดส่วนงานที่เพิ่มเป็น 2.5 เท่าโดยลืมนำจำนวนเครื่องที่เพิ่มขึ้นมาคิดด้วย
รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสรูปหนึ่งมีความยาวรอบรูป 36 เซนติเมตร พื้นที่ของรูปนี้เท่ากับกี่ตารางเซนติเมตร
ตอบข้อ 2. 81 ตารางเซนติเมตร
ความยาวรอบรูปของสี่เหลี่ยมจัตุรัส = 4 × ด้าน ดังนั้นด้าน = 36 ÷ 4 = 9 เซนติเมตร พื้นที่ = 9 × 9 = 81 ตารางเซนติเมตร กับดัก: 36 คือความยาวรอบรูปที่โจทย์ให้มา ไม่ใช่พื้นที่; 324 เกิดจากนำ 36 × 9 (ใช้ความยาวรอบรูปคูณด้าน); 144 เกิดจากเข้าใจผิดว่าด้านยาว 12 เซนติเมตร
รูปสามเหลี่ยมมีฐานยาว 12 เซนติเมตร และสูง 9 เซนติเมตร ถ้ารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ารูปหนึ่งมีพื้นที่เท่ากับสามเหลี่ยมรูปนี้ และมีด้านกว้าง 6 เซนติเมตร ด้านยาวของสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวกี่เซนติเมตร
ตอบข้อ 3. 9 เซนติเมตร
พื้นที่สามเหลี่ยม = 1/2 × ฐาน × สูง = 1/2 × 12 × 9 = 54 ตารางเซนติเมตร สี่เหลี่ยมผืนผ้ามีพื้นที่ 54 และกว้าง 6 → ด้านยาว = 54 ÷ 6 = 9 เซนติเมตร กับดัก: 4.5 เกิดจากหารด้วย 12 แทน 6; 12 เกิดจากลืมคูณ 1/2 (ใช้พื้นที่ 108 แล้วหารด้วย 6); 6 คือด้านกว้างที่โจทย์ให้มา
กล่องทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากใบหนึ่ง กว้าง 30 เซนติเมตร ยาว 50 เซนติเมตร สูง 40 เซนติเมตร ถ้าเติมน้ำจนเต็มพอดี จะจุน้ำได้กี่ลิตร (1 ลิตร = 1,000 ลูกบาศก์เซนติเมตร)
ตอบข้อ 1. 60 ลิตร
ปริมาตร = 30 × 50 × 40 = 60,000 ลูกบาศก์เซนติเมตร แปลงเป็นลิตร = 60,000 ÷ 1,000 = 60 ลิตร กับดัก: 60,000 คือปริมาตรในหน่วยลูกบาศก์เซนติเมตร ไม่ใช่ลิตร ส่วน 600 และ 6,000 เกิดจากหารด้วย 100 หรือ 10 ผิดหลักในการแปลงหน่วย
ถังทรงกระบอกมีรัศมีของฐาน 7 เซนติเมตร และสูง 20 เซนติเมตร ปริมาตรของถังเท่ากับกี่ลูกบาศก์เซนติเมตร (กำหนด π = 22/7)
ตอบข้อ 2. 3,080 ลูกบาศก์เซนติเมตร
ปริมาตรทรงกระบอก = πr²h = (22/7) × 7² × 20 = (22/7) × 49 × 20 = 22 × 7 × 20 = 3,080 ลูกบาศก์เซนติเมตร กับดัก: 12,320 เกิดจากนำ 14 (เส้นผ่านศูนย์กลาง) ไปแทนค่ารัศมี ทำให้ได้ผลเป็น 4 เท่าของคำตอบจริง; 1,540 เกิดจากคูณ 1/2 เข้าไปเกิน (สูตรทรงกระบอกไม่มีตัวประกอบ 1/2); 6,160 เกิดจากคูณ 2 เกินมา
ห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง 4 เมตร ยาว 5 เมตร สูง 3 เมตร ต้องการทาสีผนังทั้ง 4 ด้าน (ไม่ทาพื้นและเพดาน และไม่คิดพื้นที่ประตูหน้าต่าง) ถ้าสี 1 กระป๋องทาได้ 9 ตารางเมตร ต้องใช้สีอย่างน้อยกี่กระป๋อง
ตอบข้อ 3. 6 กระป๋อง
พื้นที่ผนัง 4 ด้าน = 2 × (กว้าง + ยาว) × สูง = 2 × (4 + 5) × 3 = 54 ตารางเมตร จำนวนสี = 54 ÷ 9 = 6 กระป๋อง กับดัก: 3 กระป๋อง เกิดจากคิดผนังเพียง 2 ด้าน (4×3 + 5×3 = 27 ตารางเมตร) ซึ่งลืมว่าผนังมีด้านละคู่
ลูกบาศก์ทึบลูกหนึ่งมีปริมาตร 216 ลูกบาศก์เซนติเมตร พื้นที่ผิวทั้งหมดของลูกบาศก์นี้เท่ากับกี่ตารางเซนติเมตร
ตอบข้อ 4. 216 ตารางเซนติเมตร
ปริมาตรลูกบาศก์ = ด้าน³ = 216 → ด้าน = 6 เซนติเมตร พื้นที่ผิวทั้งหมด = 6 × ด้าน² = 6 × 36 = 216 ตารางเซนติเมตร (บังเอิญมีค่าเท่ากับตัวเลขปริมาตรพอดีเมื่อด้านยาว 6) กับดัก: 36 คือพื้นที่หน้าเดียว; 144 คือพื้นที่เพียง 4 หน้า (ลืมฝาบนและฐานล่าง); 96 เกิดจากใช้ด้านยาว 4 (6 × 4² = 96)
นักเรียน 4 คน มีน้ำหนัก 45, 52, 48 และ 55 กิโลกรัม น้ำหนักเฉลี่ยของนักเรียนกลุ่มนี้เท่ากับกี่กิโลกรัม
ตอบข้อ 2. 50 กิโลกรัม
ผลรวม = 45 + 52 + 48 + 55 = 200 กิโลกรัม ค่าเฉลี่ย = 200 ÷ 4 = 50 กิโลกรัม กับดัก: 52 เป็นเพียงข้อมูลตัวหนึ่งในชุด ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย ส่วนวิธีที่ถูกต้องต้องหาผลรวมทั้งหมดแล้วหารด้วยจำนวนคนเสมอ
ห้องเรียนหนึ่งมีนักเรียนชาย 20 คน คะแนนสอบเฉลี่ย 70 คะแนน และนักเรียนหญิง 30 คน คะแนนสอบเฉลี่ย 80 คะแนน คะแนนเฉลี่ยของนักเรียนทั้งห้องเท่ากับกี่คะแนน
ตอบข้อ 4. 76 คะแนน
คะแนนรวมของชาย = 20 × 70 = 1,400 คะแนน คะแนนรวมของหญิง = 30 × 80 = 2,400 คะแนน คะแนนรวมทั้งห้อง = 3,800 คะแนน มีนักเรียน 50 คน → ค่าเฉลี่ย = 3,800 ÷ 50 = 76 คะแนน กับดัก: 75 คือการนำค่าเฉลี่ยทั้งสองกลุ่มมาเฉลี่ยกันตรง ๆ ((70+80)/2) ซึ่งใช้ไม่ได้เพราะจำนวนคนสองกลุ่มไม่เท่ากัน กลุ่มหญิงมีคนมากกว่า ค่าเฉลี่ยรวมจึงต้องเอียงเข้าหา 80
ค่าเฉลี่ยของจำนวน 6 จำนวนเท่ากับ 15 ถ้าตัดจำนวนหนึ่งออกไป ค่าเฉลี่ยของจำนวน 5 จำนวนที่เหลือเท่ากับ 16 จำนวนที่ถูกตัดออกไปคือจำนวนใด
ตอบข้อ 1. 10
ผลรวมเดิม = 6 × 15 = 90 ผลรวมที่เหลือ = 5 × 16 = 80 จำนวนที่ถูกตัดออก = 90 − 80 = 10 กับดัก: การเดาจากค่าเฉลี่ยโดยตรง (เช่น 16 − 5 = 11 หรือ 15 − 1 = 14) ใช้ไม่ได้ ต้องเทียบที่ผลรวม ไม่ใช่ที่ค่าเฉลี่ย
เมื่อ 5 ปีที่แล้ว แม่มีอายุเป็น 4 เท่าของลูก ถ้าปัจจุบันแม่อายุ 41 ปี ปัจจุบันลูกอายุกี่ปี
ตอบข้อ 2. 14 ปี
เมื่อ 5 ปีที่แล้ว แม่อายุ 41 − 5 = 36 ปี ซึ่งเป็น 4 เท่าของอายุลูกในตอนนั้น → ลูกอายุ 36 ÷ 4 = 9 ปี ปัจจุบันลูกอายุ 9 + 5 = 14 ปี กับดัก: 9 ปี คืออายุลูกเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ต้องบวกกลับอีก 5 ปี; ส่วน 20 ปี เกิดจากใช้เงื่อนไข 4 เท่ากับอายุปัจจุบัน ซึ่งไม่ถูกต้องเพราะเงื่อนไข 4 เท่าเป็นของเมื่อ 5 ปีที่แล้ว
อายุของ ก. ต่ออายุของ ข. เป็นอัตราส่วน 3 : 5 ถ้าทั้งสองคนมีอายุต่างกัน 8 ปี ก. มีอายุกี่ปี
ตอบข้อ 3. 12 ปี
ให้อายุเป็น 3x และ 5x ต่างกัน 5x − 3x = 2x = 8 → x = 4 ดังนั้น ก. อายุ = 3 × 4 = 12 ปี (และ ข. อายุ 5 × 4 = 20 ปี ต่างกัน 8 ปี ถูกต้อง) กับดัก: 20 ปี คืออายุของ ข. ไม่ใช่ ก.; 8 ปี คือผลต่างอายุที่โจทย์ให้มา
ปัจจุบันอายุของพ่อรวมกับอายุของลูกได้ 56 ปี อีก 6 ปีข้างหน้า พ่อจะมีอายุเป็น 3 เท่าของลูก ปัจจุบันลูกอายุกี่ปี
ตอบข้อ 1. 11 ปี
ให้ลูกอายุ s ปี พ่ออายุ 56 − s ปี อีก 6 ปี: (56 − s) + 6 = 3(s + 6) → 62 − s = 3s + 18 → 44 = 4s → s = 11 ปี ตรวจสอบ: ปัจจุบันลูก 11 ปี พ่อ 45 ปี อีก 6 ปี ลูก 17 ปี พ่อ 51 ปี ซึ่ง 51 = 3 × 17 ถูกต้อง กับดัก: 17 ปี คืออายุลูกในอีก 6 ปีข้างหน้า ไม่ใช่อายุปัจจุบัน; 14 ปี เกิดจากใช้ 56 ÷ 4 โดยลืมบวกเงื่อนไข 6 ปี
จำนวนนับตั้งแต่ 1 ถึง 100 มีกี่จำนวนที่หารด้วย 3 ลงตัว แต่หารด้วย 5 ไม่ลงตัว
ตอบข้อ 2. 27 จำนวน
จำนวนที่หารด้วย 3 ลงตัวตั้งแต่ 1–100 มี 100 ÷ 3 = 33 จำนวน (3 ถึง 99) ในจำนวนเหล่านั้น ที่หารด้วย 5 ลงตัวด้วย คือจำนวนที่หารด้วย 15 ลงตัว ได้แก่ 15, 30, 45, 60, 75, 90 รวม 6 จำนวน ดังนั้นคำตอบ = 33 − 6 = 27 จำนวน กับดัก: 33 คือจำนวนที่หารด้วย 3 ลงตัวทั้งหมด ยังไม่ได้ตัดตัวที่หารด้วย 5 ลงตัวออก
จำนวนคู่ตั้งแต่ 10 ถึง 60 (นับ 10 และ 60 ด้วย) มีทั้งหมดกี่จำนวน
ตอบข้อ 2. 26 จำนวน
จำนวนคู่เรียงเป็น 10, 12, 14, ..., 60 ซึ่งเป็นลำดับเลขคณิตที่มีผลต่างร่วม 2 จำนวนพจน์ = (60 − 10) ÷ 2 + 1 = 25 + 1 = 26 จำนวน กับดัก: 25 เกิดจากลืมบวก 1 (นับช่วงแทนการนับจำนวนพจน์); 51 คือจำนวนนับทั้งหมดตั้งแต่ 10 ถึง 60 ซึ่งรวมทั้งเลขคู่และเลขคี่
ในการเขียนจำนวนนับตั้งแต่ 1 ถึง 200 มีจำนวนทั้งหมดกี่จำนวนที่มีเลขโดด 7 ปรากฏอยู่อย่างน้อยหนึ่งตำแหน่ง
ตอบข้อ 3. 38 จำนวน
พิจารณาช่วง 1–99: หลักหน่วยเป็น 7 มี 7, 17, 27, ..., 97 รวม 10 จำนวน; หลักสิบเป็น 7 มี 70–79 รวม 10 จำนวน; ซ้ำกันคือ 77 หนึ่งจำนวน จึงมี 10 + 10 − 1 = 19 จำนวน ช่วง 100–199 มีรูปแบบเดียวกัน (107, 117, ..., 197 และ 170–179 ซ้ำที่ 177) จึงมี 19 จำนวนเช่นกัน ส่วน 100 และ 200 ไม่มีเลข 7 รวมทั้งหมด 19 + 19 = 38 จำนวน กับดัก: 20 จำนวน เกิดจากนับ 10 + 10 โดยลืมหักจำนวน 77 ที่ถูกนับซ้ำ; 19 คือคำตอบของช่วง 1–99 เท่านั้น
ทอดลูกเต๋าที่เที่ยงตรง 1 ลูก 1 ครั้ง ความน่าจะเป็นที่จะได้แต้มที่หารด้วย 3 ลงตัว เท่ากับเท่าใด
ตอบข้อ 2. 1/3
ผลลัพธ์ทั้งหมดมี 6 แบบ คือ 1–6 แต้มที่หารด้วย 3 ลงตัว ได้แก่ 3 และ 6 รวม 2 แบบ ความน่าจะเป็น = 2/6 = 1/3 กับดัก: 1/6 เกิดจากนับเฉพาะแต้ม 3 โดยลืมแต้ม 6; 1/2 เกิดจากสับสนกับความน่าจะเป็นของแต้มคู่หรือแต้มคี่
ในกล่องมีลูกบอลสีแดง 4 ลูก และสีน้ำเงิน 6 ลูก คละกันอยู่ ถ้าสุ่มหยิบลูกบอล 1 ลูกโดยไม่มองในกล่อง ความน่าจะเป็นที่จะได้ลูกบอลสีแดงเท่ากับเท่าใด
ตอบข้อ 1. 2/5
ลูกบอลทั้งหมด = 4 + 6 = 10 ลูก ความน่าจะเป็นที่ได้สีแดง = 4/10 = 2/5 กับดัก: 2/3 เกิดจากเขียนเป็น 4/6 คือเทียบจำนวนแดงกับจำนวนน้ำเงิน แทนที่จะเทียบกับจำนวนทั้งหมด; 3/5 คือความน่าจะเป็นที่จะได้สีน้ำเงิน
มีบัตรหมายเลข 1 ถึง 20 อย่างละ 1 ใบ สุ่มหยิบมา 1 ใบ ความน่าจะเป็นที่จะได้บัตรซึ่งมีหมายเลขหารด้วย 3 ลงตัว หรือหารด้วย 5 ลงตัว เท่ากับเท่าใด
ตอบข้อ 3. 9/20
หารด้วย 3 ลงตัว ได้แก่ 3, 6, 9, 12, 15, 18 รวม 6 ใบ หารด้วย 5 ลงตัว ได้แก่ 5, 10, 15, 20 รวม 4 ใบ หมายเลข 15 ถูกนับซ้ำ 1 ครั้ง จึงมีทั้งหมด 6 + 4 − 1 = 9 ใบ ความน่าจะเป็น = 9/20 กับดัก: 1/2 (= 10/20) เกิดจากบวก 6 + 4 โดยลืมหักหมายเลข 15 ที่นับซ้ำ; 3/10 คือความน่าจะเป็นเฉพาะที่หารด้วย 3 ลงตัว (6/20)
พ่อค้าขายสินค้าชิ้นหนึ่งไปในราคา 960 บาท ได้กำไร 20% ของราคาทุน ราคาทุนของสินค้าชิ้นนี้เป็นเท่าไร
ตอบข้อ 4. 800 บาท
กำไร 20% ของทุน หมายถึง ราคาขาย = ทุน × 1.20 ดังนั้น ทุน = 960 ÷ 1.20 = 800 บาท (ตรวจสอบ: กำไร = 960 − 800 = 160 บาท คิดเป็น 160/800 = 20% ของทุน ถูกต้อง) กับดักคือ 768 บาท ซึ่งเกิดจากการนำ 960 × 0.80 = 768 เป็นการหักร้อยละจากราคาขาย ไม่ใช่จากราคาทุนตามที่โจทย์กำหนด
แม่ค้าขายสินค้าชิ้นหนึ่งขาดทุน 240 บาท ซึ่งคิดเป็นการขาดทุน 15% ของราคาทุน ราคาทุนของสินค้าชิ้นนี้เป็นเท่าไร
ตอบข้อ 1. 1,600 บาท
ขาดทุน 15% ของทุน = 240 บาท ดังนั้น ทุน = 240 ÷ 0.15 = 1,600 บาท (ตรวจสอบ: 15% ของ 1,600 = 240 บาท และราคาขายจริง = 1,600 − 240 = 1,360 บาท) ตัวเลือกอื่นได้จากการหารด้วยอัตราที่ผิด เช่น 240 ÷ 0.10 = 2,400 บาท ซึ่งใช้อัตราขาดทุน 10% ไม่ตรงกับโจทย์
ร้านค้าซื้อสินค้ามาในราคาทุน 1,250 บาท แล้วขายไปในราคา 1,500 บาท ร้านค้าได้กำไรร้อยละเท่าไรของราคาทุน
ตอบข้อ 2. 20%
กำไร = 1,500 − 1,250 = 250 บาท คิดเป็นร้อยละของทุน = (250 ÷ 1,250) × 100 = 20% กับดักคือ 16.67% ซึ่งเกิดจากการหารด้วยราคาขาย (250 ÷ 1,500 ≈ 16.67%) แต่โจทย์ถามกำไรเทียบกับ 'ราคาทุน' จึงต้องหารด้วย 1,250
พ่อค้าติดป้ายราคาสินค้าสูงกว่าราคาทุน 40% แล้วประกาศลดราคาให้ลูกค้า 25% จากราคาป้าย ผลสุดท้ายพ่อค้าได้กำไรหรือขาดทุนร้อยละเท่าไรของราคาทุน
ตอบข้อ 3. กำไร 5%
ให้ทุน = 100 บาท ราคาป้าย = 100 × 1.40 = 140 บาท เมื่อลด 25% ราคาขายจริง = 140 × 0.75 = 105 บาท จึงได้กำไร 5 บาทจากทุน 100 บาท คือกำไร 5% ของทุน กับดักคือ 15% ซึ่งเกิดจากการนำ 40% − 25% = 15% มาลบกันตรง ๆ ซึ่งใช้ไม่ได้ เพราะฐานของ 40% คือราคาทุน แต่ฐานของ 25% คือราคาป้าย
สินค้าชิ้นหนึ่งมีราคาทุน 600 บาท ร้านค้าต้องการขายให้ได้กำไร 20% ของราคาทุน หลังจากลดราคาให้ลูกค้า 20% จากราคาป้ายแล้ว ร้านค้าต้องติดป้ายราคาไว้เท่าไร
ตอบข้อ 2. 900 บาท
ราคาขายจริงที่ต้องการ = 600 × 1.20 = 720 บาท ราคาขายจริง = ราคาป้าย × 0.80 ดังนั้น ราคาป้าย = 720 ÷ 0.80 = 900 บาท (ตรวจสอบ: 900 − 20% = 720 บาท กำไร 120 บาท = 20% ของทุน 600 บาท) กับดักคือ 864 บาท ซึ่งเกิดจากการนำ 720 × 1.20 = 864 คือการบวกเพิ่ม 20% แทนที่จะหารด้วย 0.80
ร้านค้าจัดโปรโมชันลดราคา 20% จากราคาป้าย แล้วลดซ้ำอีก 25% จากราคาที่ลดแล้ว การลดเช่นนี้เทียบเท่ากับการลดราคาครั้งเดียวร้อยละเท่าไร
ตอบข้อ 1. 40%
ราคาที่ต้องจ่ายคิดเป็น 0.80 × 0.75 = 0.60 ของราคาป้าย จึงเท่ากับได้ส่วนลดรวม 1 − 0.60 = 0.40 หรือ 40% กับดักคือ 45% ซึ่งเกิดจากการนำ 20% + 25% มาบวกกันตรง ๆ ซึ่งผิด เพราะส่วนลดครั้งที่สองคิดจากฐานราคาที่ลดแล้ว ไม่ใช่ราคาป้ายเดิม
สินค้าราคาป้าย 2,400 บาท ร้านลดราคา 15% แล้วลดซ้ำอีก 10% จากราคาที่ลดแล้ว จากนั้นจึงคิดภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% จากราคาสุทธิ ลูกค้าต้องจ่ายเงินทั้งสิ้นเท่าไร
ตอบข้อ 3. 1,964.52 บาท
ลดครั้งแรก: 2,400 × 0.85 = 2,040 บาท ลดครั้งที่สอง: 2,040 × 0.90 = 1,836 บาท บวกภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%: 1,836 × 1.07 = 1,964.52 บาท ตัวเลือก 1,836.00 บาท เป็นกับดักของผู้ที่ลืมบวกภาษี ส่วน 1,926.00 บาท เกิดจากการรวมส่วนลดเป็น 25% ครั้งเดียว (2,400 × 0.75 × 1.07 = 1,926.00) ซึ่งผิดหลักส่วนลดซ้อน
หน่วยงานจ่ายค่าจ้างให้ผู้รับจ้าง 50,000 บาท โดยต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 3% ผู้รับจ้างจะได้รับเงินจริงเท่าไร
ตอบข้อ 1. 48,500 บาท
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย = 50,000 × 3% = 1,500 บาท เงินที่ได้รับจริง = 50,000 − 1,500 = 48,500 บาท ตัวเลือก 49,500 บาท เป็นกับดักของผู้ที่คิดอัตรา 1% ส่วน 51,500 บาท ผิดเพราะเป็นการบวกเพิ่มแทนที่จะหักออก
ฝากเงิน 24,000 บาท ได้ดอกเบี้ยเชิงเดี่ยวอัตรา 5% ต่อปี เมื่อฝากครบ 8 เดือน จะได้ดอกเบี้ยเท่าไร
ตอบข้อ 3. 800 บาท
ดอกเบี้ยเชิงเดี่ยว = เงินต้น × อัตรา × เวลา = 24,000 × 0.05 × (8/12) = 24,000 × 0.05 × 2/3 = 800 บาท กับดักคือ 1,200 บาท ซึ่งเป็นดอกเบี้ยเต็มปี (24,000 × 5%) โดยลืมปรับสัดส่วนเวลาให้เหลือ 8 เดือน
ฝากเงิน 15,000 บาท แบบดอกเบี้ยเชิงเดี่ยว เมื่อครบ 4 ปี ได้ดอกเบี้ยรวม 3,600 บาท ธนาคารให้ดอกเบี้ยอัตราร้อยละเท่าไรต่อปี
ตอบข้อ 4. 6%
จากสูตรดอกเบี้ยเชิงเดี่ยว I = P × r × t จะได้ 3,600 = 15,000 × r × 4 → 60,000r = 3,600 → r = 0.06 หรือ 6% ต่อปี (ตรวจสอบ: 15,000 × 6% = 900 บาทต่อปี × 4 ปี = 3,600 บาท) ผู้ตอบผิดมักลืมคูณจำนวนปีเข้าไปในสูตร หรือคิดสัดส่วนเวลาคลาดเคลื่อน จึงได้อัตราที่ต่ำหรือสูงกว่าความเป็นจริง
ฝากเงิน 20,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 8% ต่อปี โดยคิดดอกเบี้ยทบต้นทุกครึ่งปี เมื่อครบ 1 ปี จะมีเงินรวมเท่าไร
ตอบข้อ 2. 21,632 บาท
ทบต้นทุกครึ่งปี ต้องใช้อัตราต่อครึ่งปี = 8% ÷ 2 = 4% และจำนวนงวด = 2 งวด ดังนั้นเงินรวม = 20,000 × (1.04)² = 20,000 × 1.0816 = 21,632 บาท (ครึ่งปีแรกได้ 800 บาท รวม 20,800 บาท ครึ่งปีหลังได้ 20,800 × 4% = 832 บาท รวม 21,632 บาท) กับดักคือ 21,600 บาท ซึ่งคิดดอกเบี้ย 8% เพียงครั้งเดียวตอนสิ้นปีโดยไม่ทบต้นระหว่างงวด
เงินต้น 100,000 บาท ฝากไว้ 2 ปี อัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี การฝากแบบดอกเบี้ยทบต้นจะได้ดอกเบี้ยมากกว่าการฝากแบบดอกเบี้ยเชิงเดี่ยวอยู่เท่าไร
ตอบข้อ 1. 250 บาท
ดอกเบี้ยเชิงเดี่ยว = 100,000 × 5% × 2 = 10,000 บาท ส่วนแบบทบต้น เงินรวม = 100,000 × (1.05)² = 110,250 บาท จึงได้ดอกเบี้ย 10,250 บาท ผลต่าง = 10,250 − 10,000 = 250 บาท (ซึ่งก็คือดอกเบี้ยของดอกเบี้ยปีแรก: 5,000 × 5% = 250 บาท) กับดักคือ 10,250 บาท ซึ่งเป็นดอกเบี้ยทบต้นทั้งก้อน ไม่ใช่ 'ผลต่าง' ตามที่โจทย์ถาม
ค่าโดยสารรายการหนึ่งปรับขึ้น 25% จากราคาเดิม ต่อมาต้องการปรับลดให้กลับมาเท่ากับราคาเดิมพอดี จะต้องลดจากราคาใหม่ร้อยละเท่าไร
ตอบข้อ 1. 20%
ให้ราคาเดิม = 100 บาท ราคาใหม่ = 125 บาท ต้องลดลง 25 บาท คิดเป็นร้อยละของราคาใหม่ = (25 ÷ 125) × 100 = 20% กับดักคือ 25% ซึ่งเป็นการนำอัตราที่ขึ้นมาใช้ลดกลับ ทั้งที่ฐานของการขึ้นคือ 100 บาท แต่ฐานของการลดคือ 125 บาท จึงได้ร้อยละไม่เท่ากัน
การสอบครั้งหนึ่งมีผู้เข้าสอบ 800 คน ปรากฏว่ามีผู้สอบผ่าน 65% ของผู้เข้าสอบทั้งหมด มีผู้สอบไม่ผ่านกี่คน
ตอบข้อ 3. 280 คน
ผู้สอบไม่ผ่านคิดเป็น 100% − 65% = 35% ของผู้เข้าสอบ = 800 × 0.35 = 280 คน (ตรวจสอบ: ผู้สอบผ่าน = 800 × 0.65 = 520 คน และ 520 + 280 = 800 คน) กับดักคือ 520 คน ซึ่งเป็นจำนวนผู้สอบผ่าน ไม่ใช่ผู้สอบไม่ผ่านตามที่โจทย์ถาม
พนักงานคนหนึ่งมีเงินเดือน 18,000 บาท ปีแรกได้ปรับขึ้นเงินเดือน 5% ปีถัดมาได้ปรับขึ้นอีก 10% จากเงินเดือนที่ปรับแล้ว ปัจจุบันพนักงานคนนี้ได้เงินเดือนเท่าไร
ตอบข้อ 4. 20,790 บาท
หลังปรับปีแรก = 18,000 × 1.05 = 18,900 บาท หลังปรับปีที่สอง = 18,900 × 1.10 = 20,790 บาท กับดักคือ 20,700 บาท ซึ่งเกิดจากการรวมอัตราเป็น 15% แล้วคิดครั้งเดียว (18,000 × 1.15) ซึ่งผิด เพราะการขึ้น 10% ครั้งที่สองคิดจากฐานเงินเดือนใหม่ 18,900 บาท
พ่อค้าขายสินค้า 2 ชิ้น ในราคาชิ้นละ 1,200 บาทเท่ากัน โดยชิ้นแรกได้กำไร 20% ของราคาทุน ส่วนชิ้นที่สองขาดทุน 20% ของราคาทุน เมื่อรวมทั้งสองชิ้น พ่อค้าได้กำไรหรือขาดทุนเท่าไร
ตอบข้อ 4. ขาดทุน 100 บาท
ชิ้นแรก: ทุน = 1,200 ÷ 1.20 = 1,000 บาท ชิ้นที่สอง: ทุน = 1,200 ÷ 0.80 = 1,500 บาท ต้นทุนรวม = 2,500 บาท แต่ขายได้รวม = 2,400 บาท จึงขาดทุน 100 บาท กับดักคือ 'เท่าทุนพอดี' ซึ่งเกิดจากการเข้าใจผิดว่ากำไร 20% กับขาดทุน 20% หักล้างกัน ทั้งที่ฐานราคาทุนของสองชิ้นไม่เท่ากัน
สินค้าราคาป้าย 5,000 บาท ร้าน ก. ลดราคา 10% แล้วลดซ้ำอีก 10% จากราคาที่ลดแล้ว ส่วนร้าน ข. ลดราคาครั้งเดียว 20% ลูกค้าที่ซื้อจากร้าน ก. ต้องจ่ายมากกว่าร้าน ข. อยู่เท่าไร
ตอบข้อ 2. 50 บาท
ร้าน ก.: 5,000 × 0.90 × 0.90 = 5,000 × 0.81 = 4,050 บาท ร้าน ข.: 5,000 × 0.80 = 4,000 บาท ดังนั้นร้าน ก. แพงกว่า 4,050 − 4,000 = 50 บาท กับดักคือ 'ไม่ต่างกัน' ซึ่งเกิดจากการเข้าใจผิดว่าลด 10% สองครั้งเท่ากับลด 20% ครั้งเดียว ความจริงส่วนลดซ้อนให้ส่วนลดรวมเพียง 19% เท่านั้น
ร้านค้าจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มขายสินค้าชิ้นหนึ่งในราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แล้วเป็นเงิน 4,280 บาท ถ้าสินค้าชิ้นนี้มีราคาทุน 3,200 บาท ร้านค้าได้กำไรร้อยละเท่าไรของราคาทุน (ภาษีมูลค่าเพิ่มต้องนำส่งรัฐ ไม่ถือเป็นรายได้ของร้าน)
ตอบข้อ 3. 25%
ราคาขายก่อนภาษี = 4,280 ÷ 1.07 = 4,000 บาท (ภาษี 280 บาทต้องนำส่งรัฐ) กำไรของร้าน = 4,000 − 3,200 = 800 บาท คิดเป็น (800 ÷ 3,200) × 100 = 25% ของราคาทุน กับดักคือ 33.75% ซึ่งเกิดจากการนำราคารวมภาษี 4,280 บาทมาหักทุน (1,080 ÷ 3,200) ทั้งที่ภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ใช่รายได้ของร้าน
แบ่งเงิน 4,800 บาท ให้คนสามคนตามอัตราส่วน 2 : 3 : 7 คนที่ได้เงินมากที่สุดจะได้กี่บาท
ตอบข้อ 3. 2,800 บาท
ผลรวมของส่วน = 2 + 3 + 7 = 12 ส่วน ดังนั้น 1 ส่วน = 4,800 ÷ 12 = 400 บาท คนที่ได้มากที่สุดได้ 7 ส่วน = 7 × 400 = 2,800 บาท ตัวลวง 800 บาท คือส่วนของคนที่ได้น้อยที่สุด (2 ส่วน) และ 1,200 บาท คือส่วนกลาง (3 ส่วน) ส่วน 2,400 บาท เกิดจากการเข้าใจผิดว่าแบ่งครึ่ง
แผนที่ฉบับหนึ่งใช้มาตราส่วน 1 : 50,000 ถ้าวัดระยะระหว่างสองหมู่บ้านบนแผนที่ได้ 6 เซนติเมตร ระยะทางจริงเป็นเท่าไร
ตอบข้อ 2. 3 กิโลเมตร
ระยะจริง = 6 × 50,000 = 300,000 เซนติเมตร แปลงหน่วย: 300,000 ÷ 100 = 3,000 เมตร = 3 กิโลเมตร ตัวลวงเกิดจากการแปลงหน่วยผิดตำแหน่งทศนิยม (หาร 100 หรือ 1,000 ผิดขั้น) ต้องจำว่า 1 กิโลเมตร = 100,000 เซนติเมตร
แม่ครัวใช้ข้าวสาร 5 กิโลกรัม หุงเลี้ยงคนได้ 40 คน ถ้าต้องเลี้ยงคน 100 คน โดยกินในอัตราเดิม ต้องใช้ข้าวสารกี่กิโลกรัม
ตอบข้อ 2. 12.5 กิโลกรัม
เป็นสัดส่วนตรง: ข้าวสารต่อคน = 5 ÷ 40 = 0.125 กิโลกรัม/คน เลี้ยง 100 คน ใช้ 0.125 × 100 = 12.5 กิโลกรัม (หรือคิดเป็น 5 × 100/40 = 12.5) ตัวลวง 20 กิโลกรัม เกิดจากคูณ 4 เพราะเข้าใจผิดว่าคนเพิ่มเป็น 4 เท่า ทั้งที่เพิ่มเป็น 2.5 เท่า
คนงาน 8 คน ปูถนนได้ยาว 600 เมตร ใน 5 วัน ถ้าใช้คนงาน 12 คน ที่ทำงานเร็วเท่ากัน ทำงาน 3 วัน จะปูถนนได้ยาวกี่เมตร
ตอบข้อ 4. 540 เมตร
หาผลงานต่อคนต่อวันก่อน: 600 ÷ (8 × 5) = 600 ÷ 40 = 15 เมตรต่อคนต่อวัน เมื่อใช้คนงาน 12 คน ทำงาน 3 วัน = 12 × 3 = 36 คน-วัน จะปูได้ 36 × 15 = 540 เมตร ตัวลวง 600 เมตร เกิดจากคิดว่าผลงานเท่าเดิม ส่วนตัวลวงอื่นเกิดจากปรับเฉพาะจำนวนคนหรือเฉพาะจำนวนวัน โดยไม่ได้ปรับทั้งสองตัวพร้อมกัน
คนงาน 12 คน รับงานที่ต้องทำเสร็จใน 20 วัน เมื่อทำงานไปได้ 5 วัน มีคนงานลาออก 2 คน คนงานที่เหลือต้องใช้เวลาอีกกี่วันจึงจะทำงานส่วนที่เหลือเสร็จ
ตอบข้อ 2. 18 วัน
งานทั้งหมด = 12 × 20 = 240 คน-วัน ทำไปแล้ว 5 วัน = 12 × 5 = 60 คน-วัน เหลืองาน 180 คน-วัน คนงานที่เหลือ 10 คน จึงใช้เวลา 180 ÷ 10 = 18 วัน ตัวลวง 15 วัน คือเวลาที่เหลือตามกำหนดเดิม (20 − 5) ซึ่งใช้ไม่ได้เพราะคนลดลง งานจึงต้องช้ากว่ากำหนด
งานชิ้นหนึ่งประเมินว่าคนงาน 15 คน ทำเสร็จใน 12 วัน แต่ผู้ว่าจ้างต้องการให้เสร็จภายใน 9 วัน จะต้องเพิ่มคนงานอีกกี่คน (ทุกคนทำงานเร็วเท่ากัน)
ตอบข้อ 2. 5 คน
งานทั้งหมด = 15 × 12 = 180 คน-วัน ถ้าจะเสร็จใน 9 วัน ต้องใช้คนงาน 180 ÷ 9 = 20 คน จึงต้องเพิ่มอีก 20 − 15 = 5 คน ตัวลวง 20 คน คือจำนวนคนงานทั้งหมดที่ต้องใช้ ไม่ใช่จำนวนที่ต้อง 'เพิ่ม' ตามที่โจทย์ถาม
ก. และ ข. ช่วยกันทำงานชิ้นหนึ่งเสร็จใน 8 วัน ถ้า ก. ทำคนเดียวเสร็จใน 12 วัน แล้ว ข. ทำงานชิ้นนี้คนเดียวจะเสร็จในกี่วัน
ตอบข้อ 4. 24 วัน
อัตราทำงานรวมต่อวัน = 1/8 ของงาน อัตราของ ก. = 1/12 ดังนั้นอัตราของ ข. = 1/8 − 1/12 = 3/24 − 2/24 = 1/24 ของงานต่อวัน ข. จึงทำคนเดียวเสร็จใน 24 วัน ตัวลวง 4 วัน เกิดจากนำ 12 − 8 มาลบกันตรง ๆ ซึ่งผิด เพราะต้องลบกันที่ 'อัตราทำงาน' ไม่ใช่ 'จำนวนวัน'
ชายคนหนึ่งขับรถจากบ้านไปต่างจังหวัดด้วยอัตราเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และขับกลับตามเส้นทางเดิมด้วยอัตราเร็ว 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราเร็วเฉลี่ยตลอดการเดินทางไป-กลับเป็นเท่าไร
ตอบข้อ 2. 48 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
สมมติระยะทางเที่ยวเดียว 120 กิโลเมตร ขาไปใช้เวลา 120/60 = 2 ชั่วโมง ขากลับใช้ 120/40 = 3 ชั่วโมง รวมระยะทาง 240 กิโลเมตร ใช้เวลา 5 ชั่วโมง อัตราเร็วเฉลี่ย = 240 ÷ 5 = 48 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตัวลวง 50 คือค่าเฉลี่ยเลขคณิตของ 60 กับ 40 ซึ่งใช้ไม่ได้ เพราะเวลาที่ใช้แต่ละเที่ยวไม่เท่ากัน (ต้องใช้ค่าเฉลี่ยฮาร์มอนิก 2ab/(a+b))
เมือง ก. และเมือง ข. ห่างกัน 300 กิโลเมตร รถคันที่หนึ่งออกจากเมือง ก. ด้วยอัตราเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมกับรถคันที่สองที่ออกจากเมือง ข. ด้วยอัตราเร็ว 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง วิ่งสวนเข้าหากันตามเส้นทางเดียวกัน รถทั้งสองคันจะพบกันหลังออกเดินทางไปแล้วกี่ชั่วโมง
ตอบข้อ 1. 2 ชั่วโมง
เมื่อวิ่งเข้าหากัน ระยะห่างลดลงด้วยอัตรารวม = 80 + 70 = 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เวลาที่พบกัน = 300 ÷ 150 = 2 ชั่วโมง ตัวลวงเกิดจากการนำระยะทางไปหารด้วยความเร็วของรถเพียงคันเดียว (เช่น 300 ÷ 100 หรือ 300 ÷ 80) ซึ่งลืมว่ารถทั้งสองคันเคลื่อนที่เข้าหากันพร้อมกัน
ฝึกทำแบบจับเวลาและสุ่มข้อใหม่ทุกรอบ
โหมดฝึกจะสุ่มข้อใหม่ให้ทุกครั้ง เฉลยทันทีหลังตอบ และถ้าเข้าสู่ระบบไว้ระบบจะจำว่าคุณทำข้อไหนไปแล้ว พร้อมเก็บข้อที่ตอบผิดไว้ให้กลับมาแก้ตัว
หัวข้อโจทย์คณิตศาสตร์พื้นฐาน อยู่ในวิชาความสามารถทั่วไป (คณิตศาสตร์) ซึ่งใช้สอบในก.พ. ภาค ก และ กองทัพบก ภาค ก และ ครูผู้ช่วย ภาค ก และ นายสิบตำรวจ (สายปราบปราม) และ นายสิบตำรวจ (สายอำนวยการ) ในเว็บนี้มีข้อสอบหัวข้อนี้ทั้งหมด 84 ข้อ
ทุกข้อมีเฉลยพร้อมคำอธิบายว่าทำไมตัวเลือกนั้นถึงถูก และหน้านี้เปิดให้อ่านครบทั้ง 84 ข้อฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก
ไม่เสียค่าใช้จ่าย ใช้ได้ฟรีทั้งหมด ไม่ต้องสมัครสมาชิกก็เริ่มฝึกได้ แต่ถ้าเข้าสู่ระบบ ระบบจะจำว่าทำข้อไหนไปแล้วและเก็บข้อที่ตอบผิดไว้ให้กลับมาทบทวน