คลังแนวข้อสอบกระดานอันดับ

แนวข้อสอบเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการเรียนรู้ 25 ข้อ พร้อมเฉลย

ในคลัง 25 ข้อวิชาความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอนครูผู้ช่วย ภาค ข (ไม่รวมวิชาเอก)

หน้านี้รวมแนวข้อสอบหัวข้อเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการเรียนรู้ จำนวน 25 ข้อ พร้อมเฉลยและคำอธิบายว่าทำไมตัวเลือกนั้นถึงถูก ทุกข้อจัดทำขึ้นใหม่ตามผังการออกข้อสอบ ไม่ใช่ข้อสอบเก่าของหน่วยงานใด อ่านฟรีทั้งหมดโดยไม่ต้องสมัครสมาชิก

ข้อสอบเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการเรียนรู้ พร้อมเฉลย ครบทั้ง 25 ข้อ

ข้อ 1

กรอบแนวคิด TPACK ที่ใช้อธิบายความรู้ที่ครูยุคดิจิทัลควรมี ประกอบด้วยองค์ความรู้ 3 ด้านที่ทับซ้อนกัน ได้แก่ข้อใด

  1. 1.ความรู้ด้านเทคโนโลยี ความรู้ด้านการสอน และความรู้ในเนื้อหาวิชา
  2. 2.ความรู้ด้านทฤษฎี ความรู้ด้านปฏิบัติ และความรู้ด้านการประเมิน
  3. 3.ความรู้ด้านหลักสูตร ความรู้ด้านผู้เรียน และความรู้ด้านชุมชน
  4. 4.ความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ ความรู้ด้านภาษา และความรู้ด้านการวิจัย
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. ความรู้ด้านเทคโนโลยี ความรู้ด้านการสอน และความรู้ในเนื้อหาวิชา

TPACK ย่อมาจาก Technological Pedagogical Content Knowledge ประกอบด้วยความรู้ด้านเทคโนโลยี (TK) ความรู้ด้านการสอน (PK) และความรู้ในเนื้อหาวิชา (CK) โดยจุดสำคัญอยู่ที่บริเวณที่ทั้งสามด้านทับซ้อนกัน กรอบนี้ชี้ว่าการรู้จักใช้แอปพลิเคชันอย่างเดียวยังไม่พอ ครูต้องรู้ว่าเทคโนโลยีตัวใดเหมาะกับการสอนเนื้อหาเรื่องใดด้วยวิธีใด

ข้อ 2

โมเดล SAMR ใช้อธิบายระดับการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเรียนการสอน ระดับใดถือว่าเป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อ "สร้างงานที่เดิมทำไม่ได้เลย"

  1. 1.Substitution (ทดแทน)
  2. 2.Augmentation (เพิ่มประสิทธิภาพ)
  3. 3.Modification (ปรับเปลี่ยน)
  4. 4.Redefinition (นิยามใหม่)
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 4. Redefinition (นิยามใหม่)

SAMR แบ่งการใช้เทคโนโลยีเป็น 4 ระดับ ได้แก่ Substitution (ใช้แทนของเดิมโดยไม่เปลี่ยนหน้าที่ เช่น พิมพ์แทนเขียน) Augmentation (แทนที่พร้อมเพิ่มความสามารถ เช่น พิมพ์แล้วมีตัวตรวจคำผิด) Modification (ออกแบบงานใหม่ให้ต่างจากเดิมอย่างมีนัยสำคัญ) และ Redefinition (สร้างงานที่เดิมเป็นไปไม่ได้เลย เช่น ให้นักเรียนร่วมทำโครงงานกับเพื่อนต่างประเทศแบบเรียลไทม์) สองระดับแรกเป็นการเสริม สองระดับหลังเป็นการเปลี่ยนรูปการเรียนรู้

ข้อ 3

ครูมอบหมายให้นักเรียนหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต ทักษะใดที่ครูควรสอนควบคู่ไปด้วยเป็นอันดับแรก

  1. 1.ทักษะการพิมพ์สัมผัสให้เร็วขึ้น
  2. 2.ทักษะการประเมินความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูลและการอ้างอิงที่ถูกต้อง
  3. 3.ทักษะการตกแต่งรูปภาพประกอบรายงาน
  4. 4.ทักษะการใช้โปรแกรมนำเสนอให้สวยงาม
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ทักษะการประเมินความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูลและการอ้างอิงที่ถูกต้อง

การรู้เท่าทันสารสนเทศ (information literacy) คือความสามารถประเมินว่าแหล่งข้อมูลใดน่าเชื่อถือ ใครเป็นผู้เผยแพร่ ข้อมูลเป็นปัจจุบันหรือไม่ และมีอคติหรือผลประโยชน์ทับซ้อนหรือเปล่า พร้อมทั้งอ้างอิงแหล่งที่มาอย่างถูกต้องเพื่อไม่ให้เป็นการคัดลอกผลงาน ทักษะนี้สำคัญกว่าทักษะเชิงเทคนิคอย่างการพิมพ์เร็วหรือการตกแต่งงาน เพราะข้อมูลที่ผิดจะทำให้ผลงานทั้งชิ้นผิดตาม

ข้อ 4

ครูต้องการเผยแพร่ภาพถ่ายกิจกรรมที่มีใบหน้านักเรียนลงเพจของโรงเรียน ควรปฏิบัติอย่างไรจึงสอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

  1. 1.เผยแพร่ได้ทันที เพราะเป็นกิจกรรมของโรงเรียนซึ่งเป็นเรื่องสาธารณะ
  2. 2.เผยแพร่ได้ถ้าไม่ระบุชื่อนักเรียนกำกับไว้ใต้ภาพ
  3. 3.ขอความยินยอมจากนักเรียนและผู้ปกครองก่อน โดยแจ้งวัตถุประสงค์การใช้ให้ชัดเจน
  4. 4.เผยแพร่ได้ถ้าตั้งค่าการมองเห็นเป็นเฉพาะผู้ติดตามเพจ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. ขอความยินยอมจากนักเรียนและผู้ปกครองก่อน โดยแจ้งวัตถุประสงค์การใช้ให้ชัดเจน

ภาพใบหน้าที่ระบุตัวบุคคลได้ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การนำไปเผยแพร่จึงต้องมีฐานทางกฎหมายรองรับ ซึ่งกรณีทั่วไปคือการขอความยินยอมโดยแจ้งวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน และเนื่องจากนักเรียนส่วนใหญ่เป็นผู้เยาว์จึงต้องขอจากผู้ปกครองด้วย การไม่ระบุชื่อหรือจำกัดผู้เห็นไม่ได้ทำให้ภาพหมดสภาพความเป็นข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อ 5

ข้อใดเป็นการใช้เทคโนโลยีในการจัดการเรียนรู้ที่ "ไม่เหมาะสม" ที่สุด

  1. 1.ใช้แบบทดสอบออนไลน์ที่เฉลยทันทีเพื่อให้ผู้เรียนตรวจสอบความเข้าใจระหว่างเรียน
  2. 2.เปิดวิดีโอให้นักเรียนดูตลอดคาบโดยครูไม่ตั้งคำถามหรืออภิปรายใด ๆ
  3. 3.ใช้กระดานร่วมออนไลน์ให้นักเรียนทุกกลุ่มเห็นความคิดของกันและกัน
  4. 4.ใช้เครื่องมือสำรวจความคิดเห็นแบบทันทีเพื่อเช็กความเข้าใจกลางคาบ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. เปิดวิดีโอให้นักเรียนดูตลอดคาบโดยครูไม่ตั้งคำถามหรืออภิปรายใด ๆ

การเปิดวิดีโอทิ้งไว้โดยไม่มีการตั้งคำถาม อภิปราย หรือกิจกรรมต่อยอด ทำให้ผู้เรียนอยู่ในสภาพผู้รับสารเชิงรับ (passive) และไม่เกิดการประมวลความรู้ ตามกรอบ SAMR ถือเป็นการใช้เทคโนโลยีระดับ Substitution ที่ไม่ได้เพิ่มคุณค่าใด ตัวเลือกอื่นล้วนใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างการมีปฏิสัมพันธ์และให้ข้อมูลย้อนกลับ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่แท้จริงของเครื่องมือดิจิทัล

ข้อ 6

การนำผลงานของผู้อื่นมาใช้โดยไม่อ้างอิงแหล่งที่มา แล้วทำให้เข้าใจว่าเป็นผลงานของตน เรียกว่าอะไร

  1. 1.การอ้างอิงแบบแทรกในเนื้อหา
  2. 2.การคัดลอกผลงาน (Plagiarism)
  3. 3.การสังเคราะห์งานวิจัย
  4. 4.การใช้งานที่เป็นธรรม (Fair Use)
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. การคัดลอกผลงาน (Plagiarism)

Plagiarism คือการนำถ้อยคำ ความคิด หรือผลงานของผู้อื่นมาใช้โดยไม่ให้เครดิต จนทำให้ผู้อ่านเข้าใจว่าเป็นผลงานของตนเอง ถือเป็นการละเมิดจริยธรรมทางวิชาการและอาจละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย ครูควรสอนวิธีอ้างอิงและการถอดความอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น มากกว่าจับผิดเมื่อเกิดเหตุแล้ว ส่วนการใช้งานที่เป็นธรรมเป็นข้อยกเว้นทางลิขสิทธิ์ที่ยังต้องอ้างอิงแหล่งที่มาอยู่ดี

ข้อ 7

คำว่า "ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล" (Digital Divide) ในบริบทการศึกษา หมายถึงข้อใด

  1. 1.ความแตกต่างของความเร็วอินเทอร์เน็ตระหว่างผู้ให้บริการแต่ละราย
  2. 2.ความแตกต่างในการเข้าถึงอุปกรณ์ เครือข่าย และทักษะการใช้เทคโนโลยี ระหว่างผู้เรียนแต่ละกลุ่ม
  3. 3.ความแตกต่างระหว่างระบบปฏิบัติการที่โรงเรียนแต่ละแห่งเลือกใช้
  4. 4.ความแตกต่างของราคาอุปกรณ์ดิจิทัลในแต่ละช่วงเวลา
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ความแตกต่างในการเข้าถึงอุปกรณ์ เครือข่าย และทักษะการใช้เทคโนโลยี ระหว่างผู้เรียนแต่ละกลุ่ม

ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลหมายถึงช่องว่างระหว่างผู้ที่เข้าถึงอุปกรณ์ เครือข่าย และมีทักษะใช้เทคโนโลยีได้ กับผู้ที่เข้าไม่ถึงหรือใช้ไม่เป็น ในทางการศึกษาเรื่องนี้สำคัญมาก เพราะการมอบหมายงานที่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตหรืออุปกรณ์ส่วนตัวโดยไม่ตรวจสอบความพร้อมก่อน จะกลายเป็นการลงโทษผู้เรียนที่ยากจนโดยไม่ตั้งใจ

ข้อ 8

ครูจะใช้เครื่องมือสำรวจความเข้าใจแบบทันที (เช่น การโหวตออนไลน์กลางคาบ) ให้เกิดประโยชน์สูงสุดควรทำอย่างไร

  1. 1.เก็บผลไว้เป็นคะแนนเก็บโดยไม่ต้องแจ้งผลให้นักเรียนทราบ
  2. 2.ใช้ผลที่ได้ปรับการสอนทันที เช่น อธิบายซ้ำหรือข้ามไปเนื้อหาถัดไปตามความเข้าใจของชั้นเรียน
  3. 3.ใช้เฉพาะตอนต้นคาบเพื่อเช็กชื่อผู้เข้าเรียน
  4. 4.ประกาศชื่อนักเรียนที่ตอบผิดเพื่อกระตุ้นให้ตั้งใจเรียนมากขึ้น
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ใช้ผลที่ได้ปรับการสอนทันที เช่น อธิบายซ้ำหรือข้ามไปเนื้อหาถัดไปตามความเข้าใจของชั้นเรียน

คุณค่าของการวัดระหว่างเรียนอยู่ที่การนำผลมาปรับการสอนทันที ซึ่งก็คือการประเมินเพื่อพัฒนา (formative assessment) ถ้าเก็บผลไว้เฉย ๆ หรือใช้เพียงเช็กชื่อ ก็เสียโอกาสที่เครื่องมือนี้มีเหนือแบบทดสอบท้ายบท ส่วนการประกาศชื่อผู้ตอบผิดขัดกับหลักการสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการเรียนรู้ และทำให้นักเรียนเลือกไม่ตอบดีกว่าตอบผิด

ข้อ 9

ข้อใดคือแนวปฏิบัติที่ถูกต้องเมื่อครูต้องการให้นักเรียนใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ช่วยในการเรียน

  1. 1.ห้ามใช้โดยเด็ดขาดทุกกรณี เพราะถือเป็นการทุจริตเสมอ
  2. 2.อนุญาตให้ใช้แทนการทำงานทั้งหมด เพราะเป็นทักษะแห่งอนาคต
  3. 3.กำหนดขอบเขตการใช้ให้ชัดเจน ให้ผู้เรียนแจ้งว่าใช้ช่วยส่วนใด และฝึกให้ตรวจสอบความถูกต้องของผลลัพธ์เสมอ
  4. 4.อนุญาตเฉพาะนักเรียนที่มีผลการเรียนดี เพราะจะใช้ได้อย่างเหมาะสมกว่า
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. กำหนดขอบเขตการใช้ให้ชัดเจน ให้ผู้เรียนแจ้งว่าใช้ช่วยส่วนใด และฝึกให้ตรวจสอบความถูกต้องของผลลัพธ์เสมอ

แนวปฏิบัติที่สมดุลคือกำหนดกติกาให้ชัดว่าใช้ได้ในขั้นตอนใดบ้าง ให้ผู้เรียนเปิดเผยว่าใช้ช่วยส่วนใด และเน้นย้ำให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ได้เสมอ เพราะเครื่องมือเหล่านี้สร้างข้อความที่ฟังดูน่าเชื่อถือได้แม้เนื้อหาจะผิด การห้ามเด็ดขาดทำให้ผู้เรียนใช้อย่างหลบซ่อนและไม่ได้รับการสอนให้ใช้เป็น ส่วนการอนุญาตให้ใช้แทนงานทั้งหมดทำให้ไม่เกิดการเรียนรู้

ข้อ 10

การจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) หมายถึงข้อใด

  1. 1.การผสมผู้เรียนต่างระดับชั้นให้เรียนร่วมกันในห้องเดียว
  2. 2.การผสานการเรียนแบบเผชิญหน้าในชั้นเรียนเข้ากับการเรียนผ่านสื่อออนไลน์อย่างเป็นระบบ
  3. 3.การสอนหลายวิชาพร้อมกันในคาบเดียว
  4. 4.การใช้ครูหลายคนสอนในห้องเดียวกัน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. การผสานการเรียนแบบเผชิญหน้าในชั้นเรียนเข้ากับการเรียนผ่านสื่อออนไลน์อย่างเป็นระบบ

Blended Learning คือการออกแบบการเรียนรู้ที่ผสานกิจกรรมในชั้นเรียนแบบเผชิญหน้าเข้ากับกิจกรรมออนไลน์อย่างมีแผน โดยแต่ละช่องทางทำหน้าที่ที่ตนถนัด เช่น ใช้ออนไลน์สำหรับการรับเนื้อหาและฝึกซ้ำ ใช้เวลาในห้องสำหรับการอภิปรายและปฏิบัติ ส่วนการสอนหลายวิชาพร้อมกันคือการบูรณาการ และการสอนร่วมกันหลายคนคือ co-teaching

ข้อ 11

ครูพบว่านักเรียนบางคนไม่มีอุปกรณ์และอินเทอร์เน็ตที่บ้าน แต่ต้องมอบหมายงานที่ใช้สื่อออนไลน์ ครูควรทำอย่างไรเหมาะสมที่สุด

  1. 1.ยกเลิกการใช้สื่อออนไลน์ทั้งหมด เพื่อความเท่าเทียมของทุกคน
  2. 2.ให้นักเรียนกลุ่มนั้นได้คะแนนศูนย์ในงานที่ทำไม่ได้
  3. 3.จัดทางเลือกให้เข้าถึงได้ เช่น เปิดห้องคอมพิวเตอร์นอกเวลา จัดสื่อออฟไลน์ หรือให้ทำงานเป็นคู่
  4. 4.ให้นักเรียนไปยืมอุปกรณ์จากเพื่อนหรือญาติมาใช้เอง
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. จัดทางเลือกให้เข้าถึงได้ เช่น เปิดห้องคอมพิวเตอร์นอกเวลา จัดสื่อออฟไลน์ หรือให้ทำงานเป็นคู่

หลักการออกแบบการเรียนรู้ที่เป็นธรรมคือไม่ลดคุณภาพของงานลงเพราะข้อจำกัดของบางคน แต่จัดทางเลือกให้ทุกคนเข้าถึงงานคุณภาพเดียวกันได้ เช่น เปิดห้องคอมพิวเตอร์ ให้ยืมอุปกรณ์ จัดสื่อออฟไลน์ หรือจับคู่ทำงาน การยกเลิกทั้งหมดคือการลดโอกาสของทุกคน การให้คะแนนศูนย์คือการลงโทษความยากจน และการผลักภาระให้นักเรียนไปหาอุปกรณ์เองไม่ใช่การแก้ปัญหา

ข้อ 12

สื่อการเรียนรู้ที่เผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ (Creative Commons) มีความหมายว่าอย่างไร

  1. 1.เป็นสื่อที่ไม่มีลิขสิทธิ์ ใครนำไปใช้อย่างไรก็ได้โดยไม่มีเงื่อนไข
  2. 2.เป็นสื่อที่ยังมีลิขสิทธิ์ แต่เจ้าของอนุญาตให้ใช้ได้ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตแต่ละแบบ
  3. 3.เป็นสื่อของหน่วยงานราชการที่ห้ามนำไปใช้เชิงพาณิชย์ทุกกรณี
  4. 4.เป็นสื่อที่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์รายปีให้ผู้สร้างจึงจะใช้ได้
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. เป็นสื่อที่ยังมีลิขสิทธิ์ แต่เจ้าของอนุญาตให้ใช้ได้ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตแต่ละแบบ

ครีเอทีฟคอมมอนส์ไม่ได้แปลว่าไม่มีลิขสิทธิ์ แต่เป็นการที่เจ้าของลิขสิทธิ์ประกาศล่วงหน้าว่าอนุญาตให้ผู้อื่นใช้ได้ภายใต้เงื่อนไขใด เช่น ต้องแสดงที่มา (BY) ห้ามใช้เพื่อการค้า (NC) ห้ามดัดแปลง (ND) หรือต้องเผยแพร่ต่อด้วยสัญญาเดียวกัน (SA) ผู้ใช้จึงต้องอ่านเงื่อนไขของแต่ละชิ้นก่อนเสมอ โดยเงื่อนไขแสดงที่มามีอยู่ในเกือบทุกแบบ

ข้อ 13

ระบบจัดการเรียนรู้ (Learning Management System: LMS) ทำหน้าที่หลักในข้อใด

  1. 1.ตรวจจับการทุจริตในการสอบออนไลน์โดยเฉพาะ
  2. 2.เป็นแพลตฟอร์มรวมศูนย์สำหรับจัดเก็บเนื้อหา มอบหมายงาน ติดตามความก้าวหน้า และสื่อสารกับผู้เรียน
  3. 3.ผลิตสื่อวิดีโอและภาพกราฟิกสำหรับการสอน
  4. 4.จัดตารางสอนและคำนวณภาระงานของครู
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. เป็นแพลตฟอร์มรวมศูนย์สำหรับจัดเก็บเนื้อหา มอบหมายงาน ติดตามความก้าวหน้า และสื่อสารกับผู้เรียน

LMS คือระบบที่รวมการจัดการเรียนการสอนไว้ในที่เดียว ทั้งการเผยแพร่เนื้อหา มอบหมายและรับงาน ทำแบบทดสอบ บันทึกคะแนน ติดตามความก้าวหน้าของผู้เรียน และสื่อสารระหว่างครูกับผู้เรียน ประโยชน์สำคัญคือครูเห็นข้อมูลการเรียนรู้เป็นภาพรวมและใช้ปรับการสอนได้ ไม่ใช่เครื่องมือผลิตสื่อหรือระบบบริหารงานบุคคล

ข้อ 14

การนำกลไกของเกม เช่น การเก็บแต้ม การไต่ระดับ และการได้รับตราสัญลักษณ์ มาใช้ในการเรียนการสอน เรียกว่าอะไร

  1. 1.Game-Based Learning
  2. 2.Gamification
  3. 3.Simulation
  4. 4.Edutainment
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. Gamification

Gamification คือการนำองค์ประกอบและกลไกของเกม เช่น แต้ม ระดับ ตราสัญลักษณ์ และกระดานอันดับ มาใช้ในบริบทที่ไม่ใช่เกม เพื่อเพิ่มแรงจูงใจและการมีส่วนร่วม ต่างจาก Game-Based Learning ซึ่งใช้ตัวเกมจริง ๆ เป็นสื่อการเรียนรู้ ข้อควรระวังคือกลไกเหล่านี้เป็นแรงจูงใจภายนอก ถ้าใช้มากเกินไปอาจบั่นทอนแรงจูงใจภายในของผู้เรียนได้

ข้อ 15

แนวคิด "การออกแบบการเรียนรู้ที่เป็นสากล" (Universal Design for Learning: UDL) มีหลักการสำคัญตรงกับข้อใด

  1. 1.ใช้สื่อและวิธีสอนแบบเดียวกันกับผู้เรียนทุกคนเพื่อความเท่าเทียม
  2. 2.ออกแบบการเรียนรู้ให้มีช่องทางการนำเสนอ การมีส่วนร่วม และการแสดงออกที่หลากหลายตั้งแต่ต้น เพื่อให้ผู้เรียนทุกกลุ่มเข้าถึงได้โดยไม่ต้องปรับภายหลัง
  3. 3.จัดห้องเรียนแยกสำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ
  4. 4.ใช้มาตรฐานสากลของต่างประเทศแทนหลักสูตรแกนกลาง
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ออกแบบการเรียนรู้ให้มีช่องทางการนำเสนอ การมีส่วนร่วม และการแสดงออกที่หลากหลายตั้งแต่ต้น เพื่อให้ผู้เรียนทุกกลุ่มเข้าถึงได้โดยไม่ต้องปรับภายหลัง

UDL เสนอให้ออกแบบการเรียนรู้ให้เข้าถึงได้ตั้งแต่ต้น แทนการปรับแก้เป็นรายกรณีภายหลัง โดยจัดให้มีความหลากหลายในสามด้าน คือช่องทางการนำเสนอเนื้อหา ช่องทางการสร้างการมีส่วนร่วมและแรงจูงใจ และช่องทางที่ผู้เรียนใช้แสดงสิ่งที่รู้ เช่น มีทั้งข้อความ ภาพ และเสียง และให้เลือกส่งงานเป็นเรียงความ คลิป หรือการนำเสนอได้

ข้อ 16

ครูทราบว่านักเรียนถูกกลั่นแกล้งทางออนไลน์โดยเพื่อนร่วมชั้น ควรแนะนำให้ผู้ถูกกระทำทำสิ่งใดเป็นลำดับแรก

  1. 1.ตอบโต้กลับทันทีเพื่อไม่ให้ถูกมองว่าอ่อนแอ
  2. 2.ลบข้อความและบัญชีของตนทิ้งทั้งหมดเพื่อหนีปัญหา
  3. 3.บันทึกหลักฐาน เช่น ภาพหน้าจอ แล้วแจ้งครูหรือผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ และไม่ตอบโต้
  4. 4.ประกาศเรื่องนี้ลงสื่อสังคมออนไลน์เพื่อให้สังคมช่วยกดดัน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. บันทึกหลักฐาน เช่น ภาพหน้าจอ แล้วแจ้งครูหรือผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ และไม่ตอบโต้

แนวปฏิบัติที่แนะนำคือหยุด บันทึก และบอก คือไม่ตอบโต้เพราะการโต้กลับมักทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น บันทึกหลักฐานไว้เพราะข้อความอาจถูกลบ และแจ้งผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้เพื่อให้เข้าช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ การลบทุกอย่างทิ้งทำให้เสียหลักฐาน ส่วนการประกาศต่อสาธารณะอาจกลายเป็นการละเมิดผู้อื่นและขยายความเสียหายต่อตัวผู้ถูกกระทำเอง

ข้อ 17

การเรียนออนไลน์แบบ "ไม่ประสานเวลา" (Asynchronous) มีข้อดีที่สำคัญที่สุดในข้อใด

  1. 1.ผู้เรียนได้รับคำตอบจากครูทันทีที่สงสัย
  2. 2.ผู้เรียนเรียนได้ตามเวลาและจังหวะของตนเอง เหมาะกับผู้ที่มีข้อจำกัดด้านเวลาหรือสัญญาณอินเทอร์เน็ต
  3. 3.ครูควบคุมความสนใจของผู้เรียนได้ดีกว่าการเรียนสด
  4. 4.ลดภาระการเตรียมสื่อของครูลง เพราะไม่ต้องเตรียมล่วงหน้า
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ผู้เรียนเรียนได้ตามเวลาและจังหวะของตนเอง เหมาะกับผู้ที่มีข้อจำกัดด้านเวลาหรือสัญญาณอินเทอร์เน็ต

การเรียนแบบไม่ประสานเวลาให้ผู้เรียนเข้าถึงเนื้อหาเมื่อใดก็ได้และทบทวนซ้ำได้ตามจังหวะของตน จึงเหมาะกับผู้เรียนที่มีข้อจำกัดด้านเวลา อุปกรณ์ หรือสัญญาณ ส่วนข้อเสียคือขาดปฏิสัมพันธ์ทันทีและต้องอาศัยวินัยในการกำกับตนเองสูง การเรียนสดจึงยังจำเป็นสำหรับการอภิปรายและการตอบข้อสงสัย ในทางปฏิบัติจึงมักใช้สองแบบผสมกัน

ข้อ 18

ครูต้องการใช้เพลงประกอบวิดีโอการสอนที่จะเผยแพร่ในช่องทางสาธารณะของโรงเรียน ควรปฏิบัติอย่างไร

  1. 1.ใช้เพลงใดก็ได้ เพราะเป็นการใช้เพื่อการศึกษาจึงไม่ผิดกฎหมาย
  2. 2.ใช้เพลงที่เจ้าของอนุญาตให้ใช้ได้ หรือเพลงที่เผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตที่ยอมให้ใช้ พร้อมแสดงที่มาตามเงื่อนไข
  3. 3.ใช้ได้ถ้าตัดมาไม่เกิน 30 วินาที
  4. 4.ใช้ได้ถ้าเครดิตชื่อศิลปินไว้ท้ายคลิป
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ใช้เพลงที่เจ้าของอนุญาตให้ใช้ได้ หรือเพลงที่เผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตที่ยอมให้ใช้ พร้อมแสดงที่มาตามเงื่อนไข

ข้อยกเว้นการใช้งานเพื่อการศึกษามีขอบเขตจำกัดและไม่ครอบคลุมการเผยแพร่ต่อสาธารณะโดยอัตโนมัติ ทางที่ปลอดภัยคือใช้ผลงานที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของ หรือใช้ผลงานที่เผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตซึ่งยอมให้ใช้ พร้อมปฏิบัติตามเงื่อนไข เช่น แสดงที่มา ความเชื่อที่ว่าตัดสั้นแค่ไหนก็ได้หรือให้เครดิตแล้วจบ เป็นความเข้าใจผิดที่พบบ่อยและไม่ทำให้พ้นความรับผิด

ข้อ 19

"การคิดเชิงคำนวณ" (Computational Thinking) ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญในข้อใด

  1. 1.การแยกส่วนประกอบ การหารูปแบบ การคิดเชิงนามธรรม และการออกแบบขั้นตอนวิธี
  2. 2.การบวก ลบ คูณ หาร อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
  3. 3.การใช้เครื่องคิดเลขและโปรแกรมตารางคำนวณ
  4. 4.การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาคอมพิวเตอร์อย่างน้อยหนึ่งภาษา
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. การแยกส่วนประกอบ การหารูปแบบ การคิดเชิงนามธรรม และการออกแบบขั้นตอนวิธี

การคิดเชิงคำนวณเป็นวิธีคิดแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วยการแยกปัญหาใหญ่เป็นส่วนย่อย (decomposition) การหารูปแบบที่ซ้ำกัน (pattern recognition) การคิดเชิงนามธรรมโดยตัดรายละเอียดที่ไม่จำเป็นออก (abstraction) และการออกแบบขั้นตอนวิธีแก้ปัญหา (algorithm design) ทักษะนี้ใช้ได้กับทุกวิชา ไม่จำเป็นต้องเขียนโปรแกรมหรือใช้คอมพิวเตอร์เลยก็ได้

ข้อ 20

ครูควรเลือกสื่อดิจิทัลเข้ามาใช้ในบทเรียนโดยพิจารณาจากเกณฑ์ใดเป็นอันดับแรก

  1. 1.ความทันสมัยและความนิยมของเครื่องมือในขณะนั้น
  2. 2.ความสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้และธรรมชาติของเนื้อหา
  3. 3.ราคาและจำนวนฟังก์ชันที่เครื่องมือมี
  4. 4.ความคุ้นเคยของครูกับเครื่องมือนั้นเพียงอย่างเดียว
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ความสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้และธรรมชาติของเนื้อหา

หลักการเลือกสื่อคือให้จุดประสงค์การเรียนรู้เป็นตัวตั้ง แล้วเลือกสื่อที่ช่วยให้บรรลุจุดประสงค์นั้นได้ดีที่สุด ไม่ใช่เลือกเครื่องมือก่อนแล้วหาทางยัดเนื้อหาเข้าไป ซึ่งเป็นกับดักที่พบบ่อยเมื่อมีเครื่องมือใหม่ออกมา หลังจากนั้นจึงพิจารณาความพร้อมของผู้เรียนและครู และการเข้าถึงของผู้เรียนทุกคนเป็นเงื่อนไขประกอบ

ข้อ 21

การนำข้อมูลการเรียนรู้ของผู้เรียนที่เก็บจากระบบดิจิทัลมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงการสอน เรียกว่าอะไร และมีข้อควรระวังใด

  1. 1.Learning Analytics — ต้องระวังเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้เรียนและการตีความข้อมูลเกินกว่าที่ข้อมูลบอกได้
  2. 2.Data Mining — ต้องระวังเรื่องความเร็วของระบบเครือข่าย
  3. 3.Big Data — ต้องระวังเรื่องพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่ไม่เพียงพอ
  4. 4.Machine Learning — ต้องระวังเรื่องค่าใช้จ่ายด้านลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. Learning Analytics — ต้องระวังเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้เรียนและการตีความข้อมูลเกินกว่าที่ข้อมูลบอกได้

Learning Analytics คือการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลการเรียนรู้ของผู้เรียนเพื่อทำความเข้าใจและปรับปรุงการเรียนการสอน ข้อควรระวังสำคัญมีสองด้าน คือความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลผู้เรียนซึ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคล และการตีความเกินข้อมูล เช่น สรุปว่านักเรียนไม่ตั้งใจเพราะเข้าระบบน้อย ทั้งที่อาจเป็นเพราะไม่มีอินเทอร์เน็ตที่บ้าน

ข้อ 22

ข้อใดเป็นแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยของบัญชีผู้ใช้ที่ครูควรสอนผู้เรียนและปฏิบัติเองด้วย

  1. 1.ใช้รหัสผ่านเดียวกันทุกบริการเพื่อไม่ให้ลืม
  2. 2.ตั้งรหัสผ่านที่คาดเดายาก ไม่ใช้ซ้ำข้ามบริการ และเปิดการยืนยันตัวตนสองขั้นตอนเมื่อทำได้
  3. 3.บันทึกรหัสผ่านไว้ในสมุดที่วางบนโต๊ะทำงานเพื่อความสะดวก
  4. 4.แชร์บัญชีของครูให้นักเรียนใช้ร่วมกันเพื่อประหยัดค่าบริการ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ตั้งรหัสผ่านที่คาดเดายาก ไม่ใช้ซ้ำข้ามบริการ และเปิดการยืนยันตัวตนสองขั้นตอนเมื่อทำได้

แนวปฏิบัติพื้นฐานคือใช้รหัสผ่านที่ยาวและคาดเดายาก ไม่ใช้ซ้ำข้ามบริการเพราะหากบริการหนึ่งข้อมูลรั่วจะกระทบทุกบัญชี และเปิดการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน สำหรับครูเรื่องนี้สำคัญเป็นพิเศษ เพราะบัญชีของครูมักเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของนักเรียนจำนวนมาก การแชร์บัญชีจึงเป็นความเสี่ยงต่อข้อมูลของบุคคลที่สามด้วย

ข้อ 23

เทคโนโลยีความจริงเสริม (Augmented Reality: AR) เหมาะกับการจัดการเรียนรู้ในลักษณะใดมากที่สุด

  1. 1.การท่องจำคำศัพท์จำนวนมากในเวลาสั้น
  2. 2.การให้ผู้เรียนเห็นวัตถุหรือปรากฏการณ์ที่มองไม่เห็นหรือเข้าถึงยากในโลกจริง ซ้อนทับกับสภาพแวดล้อมรอบตัว
  3. 3.การสอบวัดผลปลายภาคที่ต้องการความเที่ยงตรงสูง
  4. 4.การส่งการบ้านและตรวจงานอัตโนมัติ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. การให้ผู้เรียนเห็นวัตถุหรือปรากฏการณ์ที่มองไม่เห็นหรือเข้าถึงยากในโลกจริง ซ้อนทับกับสภาพแวดล้อมรอบตัว

จุดแข็งของ AR คือการซ้อนข้อมูลหรือวัตถุเสมือนลงบนสภาพแวดล้อมจริงที่ผู้เรียนเห็นอยู่ จึงเหมาะกับเนื้อหาที่นามธรรมหรือเข้าถึงยาก เช่น โครงสร้างอวัยวะภายใน ระบบสุริยะ หรือโครงสร้างโมเลกุล ทำให้ผู้เรียนเห็นภาพและหมุนดูรอบด้านได้ ส่วนงานที่เป็นการท่องจำหรือการตรวจงานมีเครื่องมืออื่นที่เหมาะกว่าและต้นทุนต่ำกว่ามาก

ข้อ 24

ทรัพยากรการศึกษาแบบเปิด (Open Educational Resources: OER) หมายถึงข้อใด

  1. 1.สื่อการสอนที่ครูทุกคนในโรงเรียนใช้ร่วมกันภายในองค์กร
  2. 2.สื่อและทรัพยากรการเรียนรู้ที่เผยแพร่ให้ใช้ ดัดแปลง และเผยแพร่ต่อได้โดยเสรีภายใต้สัญญาอนุญาตที่กำหนด
  3. 3.สื่อการเรียนรู้ที่ต้องสมัครสมาชิกรายเดือนจึงจะเข้าถึงได้
  4. 4.หนังสือเรียนที่กระทรวงศึกษาธิการจัดพิมพ์แจกให้สถานศึกษา
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. สื่อและทรัพยากรการเรียนรู้ที่เผยแพร่ให้ใช้ ดัดแปลง และเผยแพร่ต่อได้โดยเสรีภายใต้สัญญาอนุญาตที่กำหนด

OER คือสื่อและทรัพยากรการเรียนรู้ที่เผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตซึ่งเปิดให้นำไปใช้ ดัดแปลง ผสมผสาน และเผยแพร่ต่อได้ โดยทั่วไปต้องแสดงที่มา ประโยชน์สำคัญคือช่วยลดต้นทุนและทำให้ครูปรับสื่อให้เข้ากับบริบทผู้เรียนของตนได้ ต่างจากสื่อที่ใช้ได้เฉพาะภายในองค์กรหรือสื่อที่ต้องเสียค่าสมาชิก

ข้อ 25

ครูโพสต์ข้อความตำหนิพฤติกรรมของนักเรียนคนหนึ่งพร้อมรูปถ่ายลงเฟซบุ๊กส่วนตัวที่เปิดสาธารณะ การกระทำนี้มีปัญหาอย่างไร

  1. 1.ไม่มีปัญหา เพราะเป็นบัญชีส่วนตัวของครูเอง
  2. 2.ไม่มีปัญหา ถ้าครูไม่ได้ระบุชื่อนักเรียนกำกับไว้
  3. 3.อาจละเมิดสิทธิเด็กและกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งยังขัดจรรยาบรรณวิชาชีพต่อผู้รับบริการ
  4. 4.มีปัญหาเฉพาะกรณีที่ผู้ปกครองร้องเรียนเท่านั้น
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. อาจละเมิดสิทธิเด็กและกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งยังขัดจรรยาบรรณวิชาชีพต่อผู้รับบริการ

การเผยแพร่ภาพและเรื่องราวที่ทำให้เสียชื่อเสียงของเด็กต่อสาธารณะ ขัดกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็กซึ่งห้ามเผยแพร่ข้อมูลอันน่าจะเกิดความเสียหายแก่เด็ก ขัดกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และขัดจรรยาบรรณต่อผู้รับบริการที่กำหนดให้ครูต้องไม่กระทำการใดอันเป็นเหตุให้ศิษย์เสื่อมเสีย ทั้งนี้ความรับผิดเกิดขึ้นตั้งแต่โพสต์ ไม่ใช่ต่อเมื่อมีผู้ร้องเรียน

ฝึกทำแบบจับเวลาและสุ่มข้อใหม่ทุกรอบ

โหมดฝึกจะสุ่มข้อใหม่ให้ทุกครั้ง เฉลยทันทีหลังตอบ และถ้าเข้าสู่ระบบไว้ระบบจะจำว่าคุณทำข้อไหนไปแล้ว พร้อมเก็บข้อที่ตอบผิดไว้ให้กลับมาแก้ตัว

เทคนิคทำข้อสอบวิชาความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน

  • ข้อสอบส่วนใหญ่เป็นสถานการณ์ในห้องเรียน ให้เลือกคำตอบที่ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางไว้ก่อน
  • แยกการวัดผลระหว่างเรียนกับการวัดผลสรุปรวมให้ขาด เป็นจุดที่ตัวเลือกลวงชอบเล่น
  • จิตวิทยาพัฒนาการต้องจำชื่อทฤษฎีคู่กับเจ้าของทฤษฎีและขั้นพัฒนาการให้ได้
  • การวิจัยในชั้นเรียนเน้นขั้นตอนและการเลือกเครื่องมือ ไม่ได้ถามสถิติลึก

หัวข้ออื่นในวิชาความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน

คำถามที่พบบ่อย

ข้อสอบเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการเรียนรู้ ออกสอบในสนามไหนบ้าง

หัวข้อเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการเรียนรู้ อยู่ในวิชาความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน ซึ่งใช้สอบในครูผู้ช่วย ภาค ข (ไม่รวมวิชาเอก) ในเว็บนี้มีข้อสอบหัวข้อนี้ทั้งหมด 25 ข้อ

แนวข้อสอบเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการเรียนรู้ มีเฉลยอธิบายไหม

ทุกข้อมีเฉลยพร้อมคำอธิบายว่าทำไมตัวเลือกนั้นถึงถูก และหน้านี้เปิดให้อ่านครบทั้ง 25 ข้อฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก

ฝึกทำข้อสอบเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการเรียนรู้ ต้องเสียเงินไหม

ไม่เสียค่าใช้จ่าย ใช้ได้ฟรีทั้งหมด ไม่ต้องสมัครสมาชิกก็เริ่มฝึกได้ แต่ถ้าเข้าสู่ระบบ ระบบจะจำว่าทำข้อไหนไปแล้วและเก็บข้อที่ตอบผิดไว้ให้กลับมาทบทวน