คลังแนวข้อสอบกระดานอันดับ

แนวข้อสอบความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ 25 ข้อ พร้อมเฉลย

ในคลัง 25 ข้อวิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดีก.พ. ภาค กกองทัพบก ภาค กครูผู้ช่วย ภาค ก

หน้านี้รวมแนวข้อสอบหัวข้อความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ จำนวน 25 ข้อ พร้อมเฉลยและคำอธิบายว่าทำไมตัวเลือกนั้นถึงถูก ทุกข้อจัดทำขึ้นใหม่ตามผังการออกข้อสอบ ไม่ใช่ข้อสอบเก่าของหน่วยงานใด อ่านฟรีทั้งหมดโดยไม่ต้องสมัครสมาชิก

ข้อสอบความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ พร้อมเฉลย ครบทั้ง 25 ข้อ

ข้อ 1

ข้อใดคือความแตกต่างสำคัญระหว่างความผิด "ต่อเจ้าพนักงาน" กับความผิด "ต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ" ตามประมวลกฎหมายอาญา

  1. 1.ความผิดต่อเจ้าพนักงานผู้กระทำคือบุคคลทั่วไปที่กระทำต่อเจ้าพนักงาน ส่วนความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการผู้กระทำต้องเป็นเจ้าพนักงานเอง
  2. 2.ความผิดต่อเจ้าพนักงานเป็นความผิดที่ยอมความได้ ส่วนความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการยอมความไม่ได้
  3. 3.ความผิดต่อเจ้าพนักงานมีโทษหนักกว่าความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการเสมอ
  4. 4.ความผิดทั้งสองกลุ่มมีผู้กระทำเป็นเจ้าพนักงานเหมือนกัน ต่างกันเพียงชื่อหมวด
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. ความผิดต่อเจ้าพนักงานผู้กระทำคือบุคคลทั่วไปที่กระทำต่อเจ้าพนักงาน ส่วนความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการผู้กระทำต้องเป็นเจ้าพนักงานเอง

ความผิดต่อเจ้าพนักงาน เช่น การแจ้งความเท็จ การให้สินบน หรือการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ผู้กระทำคือบุคคลภายนอกที่กระทำต่อเจ้าพนักงาน ส่วนความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการเป็นความผิดที่ผู้กระทำต้องมีฐานะเป็นเจ้าพนักงานและใช้หรือละเว้นการใช้อำนาจหน้าที่ของตนโดยมิชอบ ผู้ที่ไม่ใช่เจ้าพนักงานจึงเป็นได้เพียงตัวการร่วม ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนเท่านั้น

ข้อ 2

เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด ได้เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือของผู้อื่นโดยทุจริต เป็นความผิดฐานใด

  1. 1.เจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147
  2. 2.ลักทรัพย์ธรรมดา ตามมาตรา 334
  3. 3.ฉ้อโกง ตามมาตรา 341
  4. 4.เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 เท่านั้น
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. เจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147

มาตรา 147 บัญญัติความผิดฐานเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ไว้โดยเฉพาะ สำหรับเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด แล้วเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือของผู้อื่นโดยทุจริต หรือยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย โทษหนักกว่าการยักยอกธรรมดามาก เพราะเป็นการทรยศต่อความไว้วางใจที่รัฐมอบให้

ข้อ 3

เจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง เป็นความผิดฐานใด

  1. 1.เจ้าพนักงานรับสินบน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149
  2. 2.กรรโชกทรัพย์
  3. 3.รับของโจร
  4. 4.ไม่เป็นความผิด หากผลของการกระทำนั้นชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้ว
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. เจ้าพนักงานรับสินบน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149

มาตรา 149 เป็นบทหลักเรื่องเจ้าพนักงานรับสินบน จุดสำคัญคือความผิดสำเร็จตั้งแต่ "เรียก" หรือ "ยอมจะรับ" แล้ว ไม่ต้องรอให้ได้รับทรัพย์สินจริง และไม่สำคัญว่าสิ่งที่เจ้าพนักงานจะทำให้นั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้องอยู่แล้วหรือไม่ เพราะกฎหมายมุ่งคุ้มครองความสุจริตและความเชื่อถือในการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐ

ข้อ 4

เจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น เป็นความผิดตามข้อใด

  1. 1.ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148
  2. 2.ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
  3. 3.ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337 (กรรโชก)
  4. 4.ไม่เป็นความผิด เพราะเป็นการใช้อำนาจตามตำแหน่ง
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148

มาตรา 148 เป็นความผิดฐานเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจให้บุคคลใดมอบทรัพย์สินให้ ต่างจากมาตรา 149 ตรงที่ 149 เป็นการที่เจ้าพนักงานเรียกหรือรับโดยผู้ให้สมัครใจแลกกับการทำหรือไม่ทำการในตำแหน่ง ส่วน 148 มีลักษณะบีบบังคับหรือชักจูงโดยอาศัยอำนาจในตำแหน่งเป็นเครื่องมือ

ข้อ 5

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กำหนดพฤติการณ์ความผิดไว้กี่ลักษณะ อะไรบ้าง

  1. 1.ลักษณะเดียว คือ ปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
  2. 2.สองลักษณะ คือ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด และปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
  3. 3.สองลักษณะ คือ รับสินบน และยักยอกทรัพย์ของทางราชการ
  4. 4.สามลักษณะ คือ ทุจริต ประมาท และละเลย
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. สองลักษณะ คือ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด และปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

มาตรา 157 ครอบคลุมสองพฤติการณ์ คือ (1) ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด และ (2) ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ความสำคัญคือครอบคลุมทั้งการ "ทำ" ที่ไม่ควรทำ และการ "ไม่ทำ" ในสิ่งที่มีหน้าที่ต้องทำ จึงเป็นบทที่ถูกอ้างถึงบ่อยที่สุดในคดีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐถูกกล่าวหา

ข้อ 6

คำว่า "โดยทุจริต" ตามประมวลกฎหมายอาญา หมายความว่าอย่างไร

  1. 1.เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น
  2. 2.การกระทำที่ผิดระเบียบของทางราชการทุกกรณี
  3. 3.การกระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
  4. 4.การกระทำที่ทำให้ทางราชการเสียหายทางการเงินเท่านั้น
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 นิยาม "โดยทุจริต" ว่าหมายความว่า เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น จุดที่ควรระวังคือประโยชน์ไม่จำเป็นต้องเป็นตัวเงินเสมอไป และไม่จำเป็นต้องเป็นประโยชน์ของผู้กระทำเอง การเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องก็เข้านิยามนี้ ส่วนการทำผิดระเบียบโดยไม่มีเจตนาแสวงหาประโยชน์เป็นเรื่องทางวินัย ไม่ใช่ทุจริตเสมอไป

ข้อ 7

เจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด เข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นเนื่องด้วยกิจการนั้น เป็นความผิดตามข้อใด

  1. 1.ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152
  2. 2.ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147
  3. 3.ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 164
  4. 4.ไม่เป็นความผิด หากราชการไม่ได้เสียหาย
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152

มาตรา 152 เป็นความผิดฐานเจ้าพนักงานมีส่วนได้เสียในกิจการที่ตนมีหน้าที่จัดการหรือดูแล เช่น เป็นกรรมการจัดซื้อจัดจ้างแล้วให้ญาติเข้าเสนอราคา ความผิดนี้เกิดจากการมีส่วนได้เสียโดยตรง โดยไม่ต้องรอให้ราชการเสียหายจริง เพราะกฎหมายมุ่งขจัดสถานการณ์ที่ผลประโยชน์ทับซ้อนตั้งแต่ต้นทาง

ข้อ 8

เจ้าพนักงานรู้หรือได้มาซึ่งความลับในราชการ แล้วกระทำการให้ผู้อื่นล่วงรู้ความลับนั้นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือแก่ราชการ เป็นความผิดตามข้อใด

  1. 1.ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 164
  2. 2.ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
  3. 3.ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149
  4. 4.พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ เท่านั้น
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 164

มาตรา 164 บัญญัติความผิดฐานเจ้าพนักงานเปิดเผยความลับในราชการที่ตนรู้หรือได้มาเนื่องจากตำแหน่งหน้าที่ องค์ประกอบสำคัญคือ "ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย" ซึ่งไม่ต้องรอให้ความเสียหายเกิดขึ้นจริง ตัวอย่างที่พบบ่อยคือการนำข้อมูลในสำนวนคดีหรือข้อมูลผู้เสียหายไปเผยแพร่

ข้อ 9

เจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสาร หรือกรอกข้อความลงในเอกสาร แล้วรับรองเป็นหลักฐานว่าตนได้กระทำการอย่างใดขึ้นอันเป็นความเท็จ เป็นความผิดตามข้อใด

  1. 1.ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162
  2. 2.ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 (ปลอมเอกสารทั่วไป)
  3. 3.ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 (แจ้งความเท็จ)
  4. 4.ไม่เป็นความผิด หากไม่มีผู้ใดเสียหาย
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162

มาตรา 162 เป็นความผิดฐานเจ้าพนักงานทำเอกสารอันเป็นเท็จ ครอบคลุมการรับรองเป็นหลักฐานว่าตนได้กระทำการอย่างใดขึ้นอันเป็นความเท็จ หรือรับรองข้อเท็จจริงที่ตนมิได้มีการสอบสวนว่าเป็นความจริง ต่างจากมาตรา 264 ที่เป็นการปลอมเอกสารของผู้อื่นโดยบุคคลทั่วไป ส่วนมาตรา 161 เป็นกรณีเจ้าพนักงานปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่

ข้อ 10

นายทะเบียนได้รับคำขอจดทะเบียนที่เอกสารครบถ้วนถูกต้อง แต่จงใจดองเรื่องไว้ไม่ดำเนินการ เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอเดือดร้อนจนต้องมาติดต่อเป็นการส่วนตัว การกระทำนี้เข้าลักษณะใด

  1. 1.ไม่เป็นความผิด เพราะยังไม่ได้ปฏิเสธคำขอ
  2. 2.ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามมาตรา 157
  3. 3.เป็นเพียงความผิดทางวินัยฐานประพฤติตนไม่เหมาะสม
  4. 4.เป็นความผิดฐานกรรโชกทรัพย์
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามมาตรา 157

การจงใจไม่ดำเนินการทั้งที่มีหน้าที่ต้องทำและเงื่อนไขครบถ้วนแล้ว คือการ "ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ" เมื่อทำไปโดยมุ่งให้ผู้ยื่นคำขอเดือดร้อน ก็เข้าองค์ประกอบ "เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด" ตามมาตรา 157 ครบถ้วน โดยไม่ต้องมีการเรียกรับทรัพย์สินก็เป็นความผิดแล้ว และการเป็นความผิดอาญาไม่ตัดความรับผิดทางวินัยที่จะดำเนินไปคู่ขนานกัน

ข้อ 11

เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่จ่ายทรัพย์เกินกว่าที่ควรจ่ายเพื่อประโยชน์แก่ผู้หนึ่งผู้ใด เป็นความผิดตามข้อใด

  1. 1.ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 153
  2. 2.ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147
  3. 3.ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 164
  4. 4.ไม่เป็นความผิด หากผู้รับคืนเงินส่วนเกินภายหลัง
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 153

มาตรา 153 บัญญัติความผิดสำหรับเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่จ่ายทรัพย์ แล้วจ่ายทรัพย์นั้นเกินกว่าที่ควรจ่ายเพื่อประโยชน์แก่ผู้หนึ่งผู้ใด ความผิดสำเร็จเมื่อมีการจ่ายเกิน การคืนเงินภายหลังเป็นเพียงการบรรเทาความเสียหาย ซึ่งศาลอาจนำมาประกอบดุลพินิจในการกำหนดโทษ แต่ไม่ลบล้างความผิดที่เกิดขึ้นแล้ว

ข้อ 12

นายสมชายเป็นบุคคลทั่วไป ได้ร่วมวางแผนกับเจ้าพนักงานคนหนึ่งในการเบียดบังเงินของทางราชการ ข้อใดกล่าวถูกต้อง

  1. 1.นายสมชายไม่มีความผิดใด ๆ เพราะไม่ได้เป็นเจ้าพนักงาน
  2. 2.นายสมชายอาจมีความผิดในฐานะตัวการร่วม ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุน แล้วแต่พฤติการณ์ แม้ตนจะไม่ใช่เจ้าพนักงาน
  3. 3.นายสมชายต้องรับผิดในฐานะเจ้าพนักงานเช่นเดียวกันทุกประการ
  4. 4.ต้องรอให้เจ้าพนักงานถูกลงโทษก่อน จึงจะดำเนินคดีกับนายสมชายได้
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. นายสมชายอาจมีความผิดในฐานะตัวการร่วม ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุน แล้วแต่พฤติการณ์ แม้ตนจะไม่ใช่เจ้าพนักงาน

ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการเป็นความผิดเฉพาะตัวของผู้มีคุณสมบัติเป็นเจ้าพนักงาน บุคคลภายนอกจึงเป็นตัวการในความผิดนั้นโดยลำพังไม่ได้ แต่หลักเรื่องตัวการ ผู้ใช้ และผู้สนับสนุนยังใช้บังคับอยู่ ผู้ที่ร่วมวางแผนหรือช่วยเหลือจึงต้องรับผิดตามส่วนของตน และการดำเนินคดีกับแต่ละคนเป็นอิสระต่อกัน ไม่ต้องรอผลของอีกคน

ข้อ 13

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับความรับผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

  1. 1.รับผิดทางอาญาแล้ว ไม่ต้องรับผิดทางวินัยอีก
  2. 2.อาจต้องรับผิดทั้งทางอาญา ทางวินัย และทางแพ่ง ซึ่งเป็นความรับผิดคนละระบบและดำเนินไปคู่ขนานกันได้
  3. 3.รับผิดทางวินัยเท่านั้น เพราะเป็นเรื่องภายในของหน่วยงาน
  4. 4.ต้องรอคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีอาญาก่อน จึงจะดำเนินการทางวินัยได้
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. อาจต้องรับผิดทั้งทางอาญา ทางวินัย และทางแพ่ง ซึ่งเป็นความรับผิดคนละระบบและดำเนินไปคู่ขนานกันได้

ความรับผิดทางอาญา ทางวินัย และทางแพ่งมีวัตถุประสงค์ องค์กรผู้พิจารณา และมาตรฐานการพิสูจน์ต่างกัน จึงดำเนินไปคู่ขนานกันได้และไม่ต้องรอกัน หน่วยงานสามารถดำเนินการทางวินัยได้ทันทีเมื่อมีมูล โดยไม่ต้องรอผลคดีอาญา และการที่ศาลยกฟ้องคดีอาญาเพราะพยานหลักฐานไม่พอ ก็ไม่ได้แปลว่าผู้นั้นพ้นความผิดทางวินัยเสมอไป

ข้อ 14

เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ดูแลรักษาทรัพย์หรือเอกสารใด ได้กระทำการให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น หรือทำให้สูญหายซึ่งทรัพย์หรือเอกสารนั้น เป็นความผิดตามข้อใด

  1. 1.ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 158
  2. 2.ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 (ทำให้เสียทรัพย์)
  3. 3.ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188
  4. 4.ไม่เป็นความผิด หากทำไปโดยความประมาท
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 158

มาตรา 158 บัญญัติความผิดสำหรับเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ดูแลรักษาทรัพย์หรือเอกสาร แล้วทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์หรือเอกสารนั้น รวมทั้งการยินยอมให้ผู้อื่นกระทำเช่นนั้น จึงหนักกว่าความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ธรรมดา เพราะเป็นการทำลายสิ่งที่ตนได้รับมอบหมายให้รักษา

ข้อ 15

ตำรวจจราจรเรียกเงินจากผู้ขับขี่ที่ทำผิดกฎจราจร โดยแลกกับการไม่ออกใบสั่ง ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด

  1. 1.ไม่เป็นความผิด เพราะเป็นการตกลงกันด้วยความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย
  2. 2.ตำรวจมีความผิดฐานเจ้าพนักงานเรียกรับสินบน ส่วนผู้ขับขี่ที่ให้เงินก็อาจมีความผิดฐานให้สินบนแก่เจ้าพนักงานด้วย
  3. 3.ผิดเฉพาะตำรวจ ส่วนผู้ขับขี่ถือเป็นผู้เสียหายเสมอ
  4. 4.เป็นเพียงความผิดทางวินัยของตำรวจเท่านั้น
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ตำรวจมีความผิดฐานเจ้าพนักงานเรียกรับสินบน ส่วนผู้ขับขี่ที่ให้เงินก็อาจมีความผิดฐานให้สินบนแก่เจ้าพนักงานด้วย

ฝั่งเจ้าพนักงานเข้าความผิดฐานเรียกรับสินบนตามมาตรา 149 ซึ่งสำเร็จตั้งแต่การเรียก ส่วนฝั่งผู้ขับขี่ที่ให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินแก่เจ้าพนักงานเพื่อจูงใจให้กระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่ ก็เป็นความผิดฐานให้สินบนแก่เจ้าพนักงานอีกส่วนหนึ่ง ผู้ให้จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ความสมัครใจของทั้งสองฝ่ายไม่ทำให้พ้นความผิด เพราะกฎหมายคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ ไม่ใช่ประโยชน์ของคู่กรณี

ข้อ 16

ข้อใดคือความแตกต่างระหว่างมาตรา 147 (เจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์) กับมาตรา 157 (ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ)

  1. 1.มาตรา 147 เน้นการเบียดบังทรัพย์ที่ตนมีหน้าที่ดูแลไปเป็นของตนหรือผู้อื่น ส่วนมาตรา 157 เป็นบททั่วไปเรื่องการใช้หรือละเว้นการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต
  2. 2.มาตรา 147 ใช้กับข้าราชการ ส่วนมาตรา 157 ใช้กับพนักงานรัฐวิสาหกิจ
  3. 3.มาตรา 147 เป็นความผิดที่ยอมความได้ ส่วนมาตรา 157 ยอมความไม่ได้
  4. 4.ทั้งสองมาตรามีองค์ประกอบเหมือนกันทุกประการ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. มาตรา 147 เน้นการเบียดบังทรัพย์ที่ตนมีหน้าที่ดูแลไปเป็นของตนหรือผู้อื่น ส่วนมาตรา 157 เป็นบททั่วไปเรื่องการใช้หรือละเว้นการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต

มาตรา 147 เป็นบทเฉพาะที่มุ่งเอาผิดกับการเบียดบังตัวทรัพย์ที่เจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษา ส่วนมาตรา 157 เป็นบททั่วไปที่ใช้เมื่อการกระทำไม่เข้าบทเฉพาะใด หลักการตีความคือ เมื่อการกระทำเข้าบทเฉพาะแล้ว ให้ปรับด้วยบทเฉพาะนั้น ความผิดทั้งสองมาตราเป็นความผิดอาญาแผ่นดินซึ่งยอมความไม่ได้

ข้อ 17

เจ้าพนักงานกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง โดยเห็นแก่ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดซึ่งตนได้เรียก รับ หรือยอมจะรับไว้ "ก่อนที่ตนได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงาน" ข้อใดกล่าวถูกต้อง

  1. 1.ไม่เป็นความผิด เพราะขณะเรียกรับยังไม่มีฐานะเป็นเจ้าพนักงาน
  2. 2.เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 150 ซึ่งบัญญัติกรณีนี้ไว้โดยเฉพาะ
  3. 3.เป็นความผิดฐานฉ้อโกงเท่านั้น
  4. 4.เป็นความผิดเฉพาะเมื่อทรัพย์สินนั้นมีมูลค่าเกินหนึ่งแสนบาท
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 150 ซึ่งบัญญัติกรณีนี้ไว้โดยเฉพาะ

มาตรา 150 อุดช่องว่างกรณีที่มีการเรียกหรือรับประโยชน์ไว้ล่วงหน้าก่อนได้รับแต่งตั้ง แล้วมากระทำการหรือไม่กระทำการในตำแหน่งภายหลังเพื่อตอบแทนประโยชน์นั้น หากไม่มีมาตรานี้ ผู้กระทำอาจอ้างว่าขณะรับยังไม่ใช่เจ้าพนักงานจึงไม่ผิด กฎหมายจึงบัญญัติไว้ชัดเจน และไม่มีเกณฑ์มูลค่าขั้นต่ำ

ข้อ 18

ข้อใดคือเหตุผลสำคัญที่กฎหมายกำหนดโทษความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการไว้หนักกว่าความผิดทำนองเดียวกันของบุคคลทั่วไป

  1. 1.เพราะเจ้าพนักงานมีรายได้สูงกว่าประชาชนทั่วไป
  2. 2.เพราะเป็นการใช้อำนาจที่รัฐและประชาชนมอบความไว้วางใจให้ ไปแสวงหาประโยชน์หรือก่อความเสียหาย ซึ่งกระทบต่อความเชื่อถือในระบบราชการโดยรวม
  3. 3.เพราะเจ้าพนักงานมีความรู้กฎหมายมากกว่า จึงไม่อาจอ้างความไม่รู้ได้
  4. 4.เพราะจำนวนคดีประเภทนี้มีมากกว่าคดีประเภทอื่น
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. เพราะเป็นการใช้อำนาจที่รัฐและประชาชนมอบความไว้วางใจให้ ไปแสวงหาประโยชน์หรือก่อความเสียหาย ซึ่งกระทบต่อความเชื่อถือในระบบราชการโดยรวม

อำนาจของเจ้าพนักงานเป็นอำนาจที่ได้รับมอบมาเพื่อใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะ การนำไปใช้แสวงหาประโยชน์ส่วนตัวหรือกลั่นแกล้งผู้อื่นจึงไม่ได้เสียหายเฉพาะผู้ถูกกระทำ แต่ทำลายความเชื่อถือของประชาชนต่อระบบราชการทั้งระบบ กฎหมายจึงกำหนดโทษไว้สูงเป็นพิเศษ ส่วนข้อ 3 แม้จะฟังดูสมเหตุสมผล แต่หลักที่ว่าความไม่รู้กฎหมายไม่เป็นข้อแก้ตัวใช้กับทุกคนอยู่แล้ว จึงไม่ใช่เหตุผลของการเพิ่มโทษ

ข้อ 19

เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่เรียกเก็บภาษีอากรหรือค่าธรรมเนียม ละเว้นไม่เรียกเก็บ หรือเรียกเก็บน้อยกว่าที่ต้องเรียกเก็บ โดยทุจริต เป็นความผิดตามข้อใด

  1. 1.ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 154
  2. 2.ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147
  3. 3.ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 164
  4. 4.เป็นเพียงความบกพร่องทางวินัย ไม่เป็นความผิดอาญา
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 154

มาตรา 154 บัญญัติความผิดสำหรับเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่เรียกเก็บหรือตรวจสอบภาษีอากร ค่าธรรมเนียม หรือเงินอื่นใด แล้วละเว้นไม่เรียกเก็บ หรือเรียกเก็บน้อยกว่าที่ต้องเรียกเก็บ โดยทุจริต หรือกระทำการหรือไม่กระทำการเพื่อให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีมิต้องเสียหรือเสียน้อยไปกว่าที่จะต้องเสีย เป็นการปกป้องรายได้ของแผ่นดินโดยตรง

ข้อ 20

ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งนำรถยนต์ของทางราชการไปใช้รับส่งบุตรของตนเป็นประจำทุกวัน โดยเบิกค่าน้ำมันจากงบประมาณของโรงเรียน ข้อใดกล่าวถูกต้อง

  1. 1.ไม่เป็นความผิด เพราะเป็นสวัสดิการที่ผู้บริหารพึงได้รับ
  2. 2.อาจเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ เพราะเป็นการใช้ทรัพย์สินและงบประมาณของราชการเพื่อประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่มีอำนาจ
  3. 3.เป็นความผิดเฉพาะเมื่อโรงเรียนขาดแคลนงบประมาณ
  4. 4.ไม่เป็นความผิด หากไม่มีผู้ใดร้องเรียน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. อาจเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ เพราะเป็นการใช้ทรัพย์สินและงบประมาณของราชการเพื่อประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่มีอำนาจ

การนำทรัพย์สินและงบประมาณของทางราชการไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่มีอำนาจ เข้าลักษณะแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเอง จึงอาจเป็นทั้งความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการและความผิดทางวินัย ทั้งยังต้องชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งด้วย การที่ไม่มีผู้ร้องเรียนไม่ทำให้การกระทำนั้นชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน

ข้อ 21

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ "ผลประโยชน์ทับซ้อน" (Conflict of Interest) ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ

  1. 1.เกิดขึ้นเมื่อทุจริตแล้วเท่านั้น
  2. 2.เป็นสถานการณ์ที่ประโยชน์ส่วนตนอาจมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องเปิดเผยและถอนตัวจากการพิจารณา แม้ยังไม่เกิดความเสียหาย
  3. 3.เป็นเรื่องจริยธรรมล้วน ๆ ไม่มีผลทางกฎหมายใด ๆ
  4. 4.เกิดได้เฉพาะกับผู้บริหารระดับสูงเท่านั้น
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. เป็นสถานการณ์ที่ประโยชน์ส่วนตนอาจมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องเปิดเผยและถอนตัวจากการพิจารณา แม้ยังไม่เกิดความเสียหาย

ผลประโยชน์ทับซ้อนคือสถานการณ์ที่ประโยชน์ส่วนตนอาจกระทบความเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ กฎหมายจึงกำหนดให้เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนได้เสียต้องหยุดการพิจารณาและแจ้งผู้บังคับบัญชา และในบางกรณีการเข้ามีส่วนได้เสียก็เป็นความผิดอาญาตามมาตรา 152 เอง จุดสำคัญคือกฎหมายป้องกันไว้ตั้งแต่ก่อนเกิดความเสียหาย ไม่ต้องรอให้มีการทุจริตจริง

ข้อ 22

เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสอบสวนคดีอาญา กระทำการโดยมิชอบเพื่อช่วยเหลือบุคคลหนึ่งมิให้ต้องรับโทษ ข้อใดกล่าวถูกต้อง

  1. 1.ไม่เป็นความผิด เพราะเป็นดุลพินิจในการสอบสวน
  2. 2.เป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ซึ่งประมวลกฎหมายอาญาบัญญัติไว้เป็นอีกหมวดหนึ่งต่างหากและมีโทษหนัก
  3. 3.เป็นเพียงความผิดทางวินัยของหน่วยงานต้นสังกัด
  4. 4.เป็นความผิดฐานให้ที่พำนักแก่ผู้กระทำผิดเท่านั้น
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. เป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ซึ่งประมวลกฎหมายอาญาบัญญัติไว้เป็นอีกหมวดหนึ่งต่างหากและมีโทษหนัก

ประมวลกฎหมายอาญาแยก "ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม" ไว้อีกหมวดหนึ่งต่างหากจากความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการทั่วไป ครอบคลุมเจ้าพนักงานในการยุติธรรม เช่น พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ และเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวน โดยกำหนดโทษไว้หนัก เพราะกระทบต่อกระบวนการยุติธรรมซึ่งเป็นหลักประกันสุดท้ายของประชาชน

ข้อ 23

ข้อใด "ไม่ใช่" องค์ประกอบที่ต้องพิจารณาในการวินิจฉัยความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

  1. 1.ผู้กระทำต้องเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย
  2. 2.ต้องเป็นการกระทำในเรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของผู้นั้น
  3. 3.ต้องมีเจตนาพิเศษ คือ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือกระทำโดยทุจริต
  4. 4.ต้องมีความเสียหายเป็นตัวเงินเกิดขึ้นจริงแก่ทางราชการ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 4. ต้องมีความเสียหายเป็นตัวเงินเกิดขึ้นจริงแก่ทางราชการ

องค์ประกอบของมาตรา 157 คือผู้กระทำเป็นเจ้าพนักงาน กระทำในเรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ และมีเจตนาพิเศษคือเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือกระทำโดยทุจริต แต่กฎหมายใช้ถ้อยคำว่า "เพื่อให้เกิดความเสียหาย" ซึ่งเป็นเรื่องของเจตนา ไม่ได้กำหนดให้ความเสียหายต้องเกิดขึ้นจริง และความเสียหายก็ไม่จำกัดเฉพาะที่เป็นตัวเงิน อาจเป็นความเสียหายต่อสิทธิ เสรีภาพ หรือชื่อเสียงก็ได้

ข้อ 24

เจ้าพนักงานปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่นั้น จะต้องรับผิดอย่างไรเมื่อเทียบกับบุคคลทั่วไปที่ปลอมเอกสาร

  1. 1.รับผิดเท่ากับบุคคลทั่วไป เพราะเป็นการปลอมเอกสารเหมือนกัน
  2. 2.รับผิดตามบทเฉพาะสำหรับเจ้าพนักงานซึ่งมีโทษหนักกว่าการปลอมเอกสารของบุคคลทั่วไป
  3. 3.ไม่ต้องรับผิดทางอาญา เพราะมีอำนาจจัดทำเอกสารนั้นอยู่แล้ว
  4. 4.รับผิดเบากว่า เพราะถือว่าทำในหน้าที่ราชการ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. รับผิดตามบทเฉพาะสำหรับเจ้าพนักงานซึ่งมีโทษหนักกว่าการปลอมเอกสารของบุคคลทั่วไป

มาตรา 161 บัญญัติไว้เฉพาะสำหรับเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ทำเอกสาร กรอกข้อความลงในเอกสาร หรือดูแลรักษาเอกสาร แล้วกระทำการปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่นั้น โทษหนักกว่าการปลอมเอกสารของบุคคลทั่วไป เพราะเอกสารราชการเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องเชื่อถือได้ และผู้กระทำอาศัยอำนาจที่รัฐมอบให้เป็นเครื่องมือ

ข้อ 25

เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้หนึ่งได้รับของขวัญราคาสูงจากผู้ประกอบการที่กำลังยื่นขออนุญาตกับหน่วยงานของตน แนวปฏิบัติที่ถูกต้องคือข้อใด

  1. 1.รับไว้ได้ หากไม่ได้ให้คุณให้โทษแก่ผู้ให้ในภายหลัง
  2. 2.ไม่รับ และหากปฏิเสธไม่ได้ให้รายงานผู้บังคับบัญชาและส่งมอบให้หน่วยงานตามระเบียบ
  3. 3.รับไว้แล้วนำไปบริจาคเป็นการส่วนตัวถือว่าเพียงพอ
  4. 4.รับไว้ได้ หากมูลค่าไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ไม่รับ และหากปฏิเสธไม่ได้ให้รายงานผู้บังคับบัญชาและส่งมอบให้หน่วยงานตามระเบียบ

การรับทรัพย์สินจากผู้มีส่วนได้เสียในเรื่องที่ตนมีอำนาจพิจารณา เสี่ยงเข้าข่ายเจ้าพนักงานรับสินบนตามมาตรา 149 ซึ่งสำเร็จตั้งแต่การรับหรือยอมจะรับ โดยไม่ต้องรอว่าจะเอื้อประโยชน์ให้จริงหรือไม่ แนวปฏิบัติที่ปลอดภัยคือปฏิเสธตั้งแต่ต้น หากปฏิเสธไม่ได้ตามธรรมเนียมก็ต้องรายงานผู้บังคับบัญชาและส่งมอบตามระเบียบว่าด้วยการให้หรือรับของขวัญของเจ้าหน้าที่ของรัฐ การนำไปบริจาคเองไม่ลบล้างการรับที่เกิดขึ้นแล้ว

ฝึกทำแบบจับเวลาและสุ่มข้อใหม่ทุกรอบ

โหมดฝึกจะสุ่มข้อใหม่ให้ทุกครั้ง เฉลยทันทีหลังตอบ และถ้าเข้าสู่ระบบไว้ระบบจะจำว่าคุณทำข้อไหนไปแล้ว พร้อมเก็บข้อที่ตอบผิดไว้ให้กลับมาแก้ตัว

เทคนิคทำข้อสอบวิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี

  • จับหลักว่า "ใครเป็นผู้มีอำนาจ" ในแต่ละเรื่องให้ได้ก่อน แล้วรายละเอียดจะตามมาเอง
  • โทษทางวินัยให้จำเรียงลำดับจากเบาไปหนัก แล้วแยกให้ออกว่าอะไรคือวินัยร้ายแรง
  • ข้อสอบชอบถามความต่างระหว่างละเมิดที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่กับที่ไม่ใช่ ให้ฝึกแยกสองกรณีนี้

หัวข้ออื่นในวิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี

คำถามที่พบบ่อย

ข้อสอบความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ออกสอบในสนามไหนบ้าง

หัวข้อความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ อยู่ในวิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี ซึ่งใช้สอบในก.พ. ภาค ก และ กองทัพบก ภาค ก และ ครูผู้ช่วย ภาค ก ในเว็บนี้มีข้อสอบหัวข้อนี้ทั้งหมด 25 ข้อ

แนวข้อสอบความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ มีเฉลยอธิบายไหม

ทุกข้อมีเฉลยพร้อมคำอธิบายว่าทำไมตัวเลือกนั้นถึงถูก และหน้านี้เปิดให้อ่านครบทั้ง 25 ข้อฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก

ฝึกทำข้อสอบความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ต้องเสียเงินไหม

ไม่เสียค่าใช้จ่าย ใช้ได้ฟรีทั้งหมด ไม่ต้องสมัครสมาชิกก็เริ่มฝึกได้ แต่ถ้าเข้าสู่ระบบ ระบบจะจำว่าทำข้อไหนไปแล้วและเก็บข้อที่ตอบผิดไว้ให้กลับมาทบทวน