คลังแนวข้อสอบกระดานอันดับ

แนวข้อสอบ พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 47 ข้อ พร้อมเฉลย

ในคลัง 47 ข้อวิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดีก.พ. ภาค กกองทัพบก ภาค กครูผู้ช่วย ภาค ก

หน้านี้รวมแนวข้อสอบหัวข้อพ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน จำนวน 47 ข้อ พร้อมเฉลยและคำอธิบายว่าทำไมตัวเลือกนั้นถึงถูก ทุกข้อจัดทำขึ้นใหม่ตามผังการออกข้อสอบ ไม่ใช่ข้อสอบเก่าของหน่วยงานใด อ่านฟรีทั้งหมดโดยไม่ต้องสมัครสมาชิก

ข้อสอบ พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พร้อมเฉลย ครบทั้ง 47 ข้อ

ข้อ 1

ข้อใด "ไม่ใช่" อำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

  1. 1.สั่งให้ราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ชี้แจง แสดงความคิดเห็น หรือทำรายงาน
  2. 2.สั่งสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการของราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
  3. 3.ยับยั้งการปฏิบัติราชการใด ๆ ที่ขัดต่อนโยบายหรือมติของคณะรัฐมนตรี
  4. 4.พิพากษาคดีปกครองที่ประชาชนฟ้องหน่วยงานของรัฐ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 4. พิพากษาคดีปกครองที่ประชาชนฟ้องหน่วยงานของรัฐ

มาตรา 11 ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีในการกำกับโดยทั่วไปซึ่งการบริหารราชการแผ่นดิน สั่งให้ชี้แจงหรือทำรายงาน สั่งสอบสวนข้อเท็จจริง ยับยั้งการปฏิบัติราชการที่ขัดต่อนโยบายหรือมติคณะรัฐมนตรี รวมทั้งแต่งตั้งข้าราชการและวางระเบียบปฏิบัติราชการ แต่การพิจารณาพิพากษาคดีปกครองเป็นอำนาจของศาลปกครอง ซึ่งเป็นองค์กรตุลาการที่แยกจากฝ่ายบริหารตามหลักการแบ่งแยกอำนาจ

ข้อ 2

การที่กฎหมายกำหนดให้ส่วนราชการต้องกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงานแต่ละงานและประกาศให้ประชาชนทราบ สอดคล้องกับหลักการใดมากที่สุด

  1. 1.หลักความมั่นคงของรัฐ
  2. 2.หลักความโปร่งใสและการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน
  3. 3.หลักการรวมศูนย์อำนาจ
  4. 4.หลักการประหยัดงบประมาณ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. หลักความโปร่งใสและการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

การประกาศระยะเวลาแล้วเสร็จของงานทำให้ประชาชนคาดหมายได้ว่าจะได้รับบริการเมื่อใด และใช้เป็นเครื่องมือตรวจสอบการทำงานของรัฐได้ จึงเป็นการนำหลักความโปร่งใสและการอำนวยความสะดวกตามมาตรา 3/1 มาปฏิบัติจริง แม้จะช่วยเรื่องประสิทธิภาพด้วย แต่วัตถุประสงค์ตรงที่สุดคือประโยชน์และสิทธิของประชาชนผู้รับบริการ

ข้อ 3

ข้าราชการในสังกัดกรมหนึ่งซึ่งไปประจำอยู่ที่สำนักงานประจำจังหวัด อยู่ในบังคับบัญชาของผู้ใดในทางการบริหารราชการส่วนภูมิภาค

  1. 1.อธิบดีของกรมต้นสังกัดเท่านั้น
  2. 2.ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะหัวหน้าบังคับบัญชาบรรดาข้าราชการฝ่ายบริหารส่วนภูมิภาคในเขตจังหวัด
  3. 3.นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
  4. 4.ปลัดกระทรวงมหาดไทยโดยตรง
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะหัวหน้าบังคับบัญชาบรรดาข้าราชการฝ่ายบริหารส่วนภูมิภาคในเขตจังหวัด

มาตรา 57 กำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวหน้าบังคับบัญชาบรรดาข้าราชการฝ่ายบริหารส่วนภูมิภาคในเขตจังหวัด แม้ข้าราชการเหล่านั้นจะสังกัดกรมต่าง ๆ ก็ตาม กลไกนี้ทำให้การทำงานในพื้นที่มีเอกภาพและบูรณาการได้ ส่วนกรมต้นสังกัดยังคงดูแลด้านวิชาการ ความก้าวหน้าในสายงาน และการบริหารงานบุคคล

ข้อ 4

เมื่อส่วนราชการเห็นว่าภารกิจใดหมดความจำเป็นหรือซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น ควรดำเนินการอย่างไรตามหลักในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

  1. 1.คงภารกิจนั้นไว้เพื่อรักษาอัตรากำลังของหน่วยงาน
  2. 2.เสนอให้ยกเลิกภารกิจ หรือยุบเลิกส่วนราชการนั้น ตามหลักการลดภารกิจและยุบเลิกหน่วยงานที่ไม่จำเป็น
  3. 3.โอนภารกิจให้เอกชนดำเนินการโดยไม่ต้องมีกฎหมายรองรับ
  4. 4.ขยายภารกิจให้ครอบคลุมงานของหน่วยงานอื่นด้วย
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. เสนอให้ยกเลิกภารกิจ หรือยุบเลิกส่วนราชการนั้น ตามหลักการลดภารกิจและยุบเลิกหน่วยงานที่ไม่จำเป็น

มาตรา 3/1 ระบุการลดภารกิจและยุบเลิกหน่วยงานที่ไม่จำเป็นไว้เป็นหนึ่งในเป้าหมายของการบริหารราชการ เมื่อภารกิจหมดความจำเป็นหรือซ้ำซ้อน ส่วนราชการจึงควรเสนอให้ยกเลิกหรือยุบเลิก เพื่อไม่ให้สิ้นเปลืองงบประมาณและกำลังคนโดยเปล่าประโยชน์ ส่วนการถ่ายโอนภารกิจให้เอกชนต้องมีกฎหมายรองรับและมีกลไกกำกับดูแล

ข้อ 5

หลักการ "การกระจายอำนาจตัดสินใจ" ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน มุ่งแก้ปัญหาใดเป็นสำคัญ

  1. 1.ปัญหาการขาดแคลนงบประมาณของหน่วยงาน
  2. 2.ปัญหาการรอการอนุมัติหลายชั้นจนงานล่าช้าและไม่ตอบสนองประชาชน
  3. 3.ปัญหาการทุจริตของข้าราชการระดับล่าง
  4. 4.ปัญหาจำนวนข้าราชการมากเกินไป
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ปัญหาการรอการอนุมัติหลายชั้นจนงานล่าช้าและไม่ตอบสนองประชาชน

การกระจายอำนาจตัดสินใจมุ่งให้ผู้ที่อยู่ใกล้ปัญหาและใกล้ประชาชนที่สุดมีอำนาจตัดสินใจได้ โดยไม่ต้องส่งเรื่องขึ้นไปรออนุมัติหลายชั้นจนงานล่าช้า จึงเชื่อมโยงโดยตรงกับเป้าหมายเรื่องการลดขั้นตอนการปฏิบัติงานและการตอบสนองความต้องการของประชาชนตามมาตรา 3/1 ส่วนการป้องกันการทุจริตเป็นเรื่องของระบบตรวจสอบซึ่งเป็นคนละกลไก

ข้อ 6

ในการปฏิบัติราชการของส่วนราชการ หากมีกรณีที่ต้องดำเนินการเรื่องเดียวกันแต่เกี่ยวข้องหลายส่วนราชการ กฎหมายมุ่งให้ดำเนินการอย่างไร

  1. 1.ให้แต่ละส่วนราชการดำเนินการแยกกันโดยอิสระ ไม่ต้องประสานงาน
  2. 2.ให้มีการประสานและบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนและเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
  3. 3.ให้ส่วนราชการที่มีงบประมาณมากที่สุดเป็นผู้ดำเนินการเพียงหน่วยเดียว
  4. 4.ให้เสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีทุกครั้งเพื่อชี้ขาดว่าใครควรทำ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ให้มีการประสานและบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนและเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ

เป้าหมายเรื่องการเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐและความคุ้มค่าในเชิงภารกิจแห่งรัฐตามมาตรา 3/1 บังคับให้ส่วนราชการต้องประสานและบูรณาการการทำงาน เพื่อไม่ให้ทำงานซ้ำซ้อนกันและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า กลไกในทางปฏิบัติได้แก่การมอบหมายเจ้าภาพหลัก การตั้งคณะกรรมการร่วม และการจัดทำแผนบูรณาการในระดับจังหวัด

ข้อ 7

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ "ทบวง" ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

  1. 1.ทบวงมีได้เฉพาะที่มีฐานะเทียบเท่ากระทรวงเท่านั้น
  2. 2.ทบวงอาจมีฐานะเทียบเท่ากระทรวง หรืออาจเป็นทบวงซึ่งสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีหรือกระทรวงก็ได้
  3. 3.ทบวงมีฐานะเป็นกรมเสมอ
  4. 4.ทบวงเป็นหน่วยงานของราชการส่วนภูมิภาค
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ทบวงอาจมีฐานะเทียบเท่ากระทรวง หรืออาจเป็นทบวงซึ่งสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีหรือกระทรวงก็ได้

มาตรา 7 กำหนดให้ราชการส่วนกลางประกอบด้วยสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงหรือทบวงซึ่งมีฐานะเทียบเท่ากระทรวง ทบวงซึ่งสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีหรือกระทรวง และกรม ทบวงจึงมีได้สองลักษณะ คือเทียบเท่ากระทรวง หรือเป็นหน่วยที่สังกัดอยู่ภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรีหรือกระทรวง

ข้อ 8

ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 การจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินแบ่งออกเป็นกี่ส่วน อะไรบ้าง

  1. 1.2 ส่วน คือ ราชการส่วนกลาง และราชการส่วนภูมิภาค
  2. 2.3 ส่วน คือ ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค และราชการส่วนท้องถิ่น
  3. 3.3 ส่วน คือ ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนจังหวัด และราชการส่วนอำเภอ
  4. 4.4 ส่วน คือ ราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. 3 ส่วน คือ ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค และราชการส่วนท้องถิ่น

มาตรา 4 บัญญัติให้จัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค และราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินตามกฎหมายฉบับนี้ ส่วนจังหวัดและอำเภอเป็นหน่วยย่อยที่อยู่ในราชการส่วนภูมิภาค ไม่ใช่ส่วนแยกต่างหาก

ข้อ 9

ข้อใด "ไม่ใช่" ราชการบริหารส่วนกลางตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

  1. 1.สำนักนายกรัฐมนตรี
  2. 2.กระทรวงหรือทบวงซึ่งมีฐานะเทียบเท่ากระทรวง
  3. 3.กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม
  4. 4.จังหวัด
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 4. จังหวัด

มาตรา 7 กำหนดให้ราชการส่วนกลางประกอบด้วย สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงหรือทบวงซึ่งมีฐานะเทียบเท่ากระทรวง ทบวงซึ่งสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีหรือกระทรวง และกรมหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ส่วนจังหวัดเป็นราชการบริหารส่วนภูมิภาคตามมาตรา 51

ข้อ 10

ราชการบริหารส่วนภูมิภาคตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ประกอบด้วยหน่วยใดบ้าง

  1. 1.จังหวัด และอำเภอ
  2. 2.จังหวัด อำเภอ และตำบล
  3. 3.จังหวัด อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน
  4. 4.จังหวัด และเทศบาล
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. จังหวัด และอำเภอ

มาตรา 51 กำหนดให้ราชการบริหารส่วนภูมิภาคมีเพียง 2 ระดับ คือ จังหวัด และอำเภอ ส่วนตำบลและหมู่บ้านเป็นการปกครองท้องที่ตามกฎหมายลักษณะปกครองท้องที่ ไม่ใช่ราชการบริหารส่วนภูมิภาคตามกฎหมายฉบับนี้ และเทศบาลเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น

ข้อ 11

ข้อใด "ไม่ใช่" ราชการบริหารส่วนท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

  1. 1.องค์การบริหารส่วนจังหวัด
  2. 2.เทศบาล
  3. 3.อำเภอ
  4. 4.องค์การบริหารส่วนตำบล
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. อำเภอ

มาตรา 70 กำหนดให้ราชการบริหารส่วนท้องถิ่นได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล สุขาภิบาล และราชการส่วนท้องถิ่นอื่นตามที่มีกฎหมายกำหนด ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมองค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ส่วนอำเภอเป็นราชการบริหารส่วนภูมิภาค ผู้เข้าสอบมักสับสนเพราะอำเภอกับเทศบาลตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน

ข้อ 12

การตั้ง ยุบ และเปลี่ยนแปลงเขต "จังหวัด" ต้องดำเนินการโดยตราเป็นกฎหมายระดับใด

  1. 1.พระราชบัญญัติ
  2. 2.พระราชกฤษฎีกา
  3. 3.กฎกระทรวง
  4. 4.ประกาศกระทรวงมหาดไทย
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. พระราชบัญญัติ

มาตรา 52 กำหนดว่าการตั้ง ยุบ และเปลี่ยนแปลงเขตจังหวัด ให้ตราเป็นพระราชบัญญัติ ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดในบรรดาหน่วยการปกครอง จุดที่ต้องจำคู่กันคือ การตั้ง ยุบ และเปลี่ยนแปลงเขตอำเภอให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ส่วนตำบลและหมู่บ้านใช้ประกาศกระทรวงมหาดไทย

ข้อ 13

การตั้ง ยุบ และเปลี่ยนแปลงเขต "อำเภอ" ต้องดำเนินการโดยตราเป็นกฎหมายระดับใด

  1. 1.พระราชบัญญัติ
  2. 2.พระราชกฤษฎีกา
  3. 3.กฎกระทรวง
  4. 4.ประกาศกระทรวงมหาดไทย
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. พระราชกฤษฎีกา

มาตรา 61 กำหนดว่าการตั้ง ยุบ และเปลี่ยนแปลงเขตอำเภอ ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ซึ่งเป็นกฎหมายที่ฝ่ายบริหารตราขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่านรัฐสภา ต่างจากการตั้งจังหวัดที่ต้องตราเป็นพระราชบัญญัติ ข้อนี้เป็นคู่เปรียบเทียบที่ออกสอบบ่อยมาก

ข้อ 14

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับฐานะทางกฎหมายของ "จังหวัด" และ "อำเภอ"

  1. 1.จังหวัดมีฐานะเป็นนิติบุคคล ส่วนอำเภอไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล
  2. 2.ทั้งจังหวัดและอำเภอมีฐานะเป็นนิติบุคคล
  3. 3.ทั้งจังหวัดและอำเภอไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล
  4. 4.อำเภอมีฐานะเป็นนิติบุคคล ส่วนจังหวัดไม่มี
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. จังหวัดมีฐานะเป็นนิติบุคคล ส่วนอำเภอไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล

มาตรา 52 วรรคสอง บัญญัติว่าจังหวัดมีฐานะเป็นนิติบุคคล จึงเป็นผู้ทรงสิทธิและหน้าที่ ทำนิติกรรมและถูกฟ้องคดีในนามจังหวัดได้ ส่วนอำเภอไม่มีบทบัญญัติให้เป็นนิติบุคคล การดำเนินการทางกฎหมายในระดับอำเภอจึงต้องกระทำในนามของจังหวัดหรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

ข้อ 15

สำนักนายกรัฐมนตรีมีฐานะตามข้อใด

  1. 1.มีฐานะเป็นกรม
  2. 2.มีฐานะเป็นกระทรวง
  3. 3.มีฐานะเป็นทบวง
  4. 4.มีฐานะเป็นราชการส่วนภูมิภาค
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. มีฐานะเป็นกระทรวง

มาตรา 7 วรรคสอง กำหนดว่าสำนักนายกรัฐมนตรีมีฐานะเป็นกระทรวง โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบในการกำหนดนโยบาย ส่วนราชการภายในสำนักนายกรัฐมนตรีที่มีฐานะเป็นกรมก็มีอยู่หลายหน่วย เช่น สำนักงาน ก.พ. และสำนักงบประมาณ

ข้อ 16

ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน การบริหารราชการต้องเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ใดเป็นสำคัญ

  1. 1.เพื่อความมั่นคงของหน่วยงานราชการเป็นหลัก
  2. 2.เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ความมีประสิทธิภาพ ความคุ้มค่าในเชิงภารกิจแห่งรัฐ
  3. 3.เพื่อลดจำนวนข้าราชการให้เหลือน้อยที่สุด
  4. 4.เพื่อเพิ่มรายได้ของรัฐจากค่าธรรมเนียม
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ความมีประสิทธิภาพ ความคุ้มค่าในเชิงภารกิจแห่งรัฐ

มาตรา 3/1 วางหลักว่าการบริหารราชการต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ความมีประสิทธิภาพ ความคุ้มค่าในเชิงภารกิจแห่งรัฐ การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน การลดภารกิจและยุบเลิกหน่วยงานที่ไม่จำเป็น การกระจายภารกิจและทรัพยากรให้ท้องถิ่น การกระจายอำนาจตัดสินใจ และการอำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชน มาตรานี้เป็นที่มาของพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

ข้อ 17

ในกระทรวงหนึ่ง ข้าราชการผู้ใดเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการของส่วนราชการในกระทรวง รองจากรัฐมนตรี

  1. 1.อธิบดี
  2. 2.ปลัดกระทรวง
  3. 3.เลขานุการรัฐมนตรี
  4. 4.ผู้ตรวจราชการกระทรวง
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ปลัดกระทรวง

มาตรา 21 กำหนดให้ปลัดกระทรวงเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการของส่วนราชการในกระทรวงรองจากรัฐมนตรี และรับผิดชอบควบคุมราชการประจำในกระทรวง แปลงนโยบายเป็นแนวทางและแผนปฏิบัติราชการ ปลัดกระทรวงจึงเป็นข้าราชการประจำสูงสุดของกระทรวง ต่างจากรัฐมนตรีซึ่งเป็นฝ่ายการเมือง

ข้อ 18

โดยหลัก กระทรวงหนึ่งประกอบด้วยส่วนราชการใดบ้าง

  1. 1.สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง และกรม
  2. 2.สำนักงานปลัดกระทรวงและกรมเท่านั้น
  3. 3.สำนักงานรัฐมนตรีและกรมเท่านั้น
  4. 4.กรมและจังหวัด
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง และกรม

มาตรา 18 กำหนดให้กระทรวงมีส่วนราชการ ได้แก่ สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง และกรมหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีฐานะเป็นกรม โดยสำนักงานรัฐมนตรีไม่มีฐานะเป็นกรม ทำหน้าที่ราชการทางการเมือง ส่วนจังหวัดเป็นราชการส่วนภูมิภาค ไม่ใช่ส่วนราชการภายในกระทรวง

ข้อ 19

ผู้ใดเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของกรม

  1. 1.ปลัดกระทรวง
  2. 2.อธิบดี
  3. 3.รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
  4. 4.ผู้ว่าราชการจังหวัด
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. อธิบดี

มาตรา 32 กำหนดให้กรมมีอธิบดีเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของกรมให้เป็นไปตามนโยบาย แนวทาง และแผนการปฏิบัติราชการของกระทรวง ปลัดกระทรวงบังคับบัญชาในระดับกระทรวง ส่วนรัฐมนตรีเป็นผู้กำกับดูแลในฐานะฝ่ายการเมือง

ข้อ 20

การแบ่งส่วนราชการภายในกรม ต้องดำเนินการโดยออกเป็นกฎหมายระดับใด

  1. 1.พระราชบัญญัติ
  2. 2.พระราชกฤษฎีกา
  3. 3.กฎกระทรวง
  4. 4.ระเบียบกรม
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. กฎกระทรวง

มาตรา 33 กำหนดให้การแบ่งส่วนราชการภายในกรมให้ออกเป็นกฎกระทรวง และให้ระบุอำนาจหน้าที่ของแต่ละส่วนราชการไว้ในกฎกระทรวงด้วย ส่วนการจัดตั้ง รวม หรือโอนกรมทั้งกรมนั้นต้องตราเป็นพระราชบัญญัติ เว้นแต่กรณีที่ไม่มีการกำหนดตำแหน่งหรืออัตราข้าราชการเพิ่มขึ้น ซึ่งกฎหมายเปิดให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกาได้

ข้อ 21

ผู้ว่าราชการจังหวัดมีสถานะตามข้อใด

  1. 1.เป็นผู้แทนของกระทรวงมหาดไทยเพียงกระทรวงเดียวในจังหวัด
  2. 2.เป็นผู้รับนโยบายและคำสั่งจากนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม มาปฏิบัติให้เหมาะสมกับท้องที่ และเป็นหัวหน้าบังคับบัญชาบรรดาข้าราชการฝ่ายบริหารส่วนภูมิภาคในเขตจังหวัด
  3. 3.เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการส่วนท้องถิ่นทั้งหมดในจังหวัด
  4. 4.เป็นเพียงผู้ประสานงานที่ไม่มีอำนาจบังคับบัญชา
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. เป็นผู้รับนโยบายและคำสั่งจากนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม มาปฏิบัติให้เหมาะสมกับท้องที่ และเป็นหัวหน้าบังคับบัญชาบรรดาข้าราชการฝ่ายบริหารส่วนภูมิภาคในเขตจังหวัด

มาตรา 54 และ 57 กำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้รับนโยบายและคำสั่งจากนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม มาปฏิบัติการให้เหมาะสมกับท้องที่และประชาชน และเป็นหัวหน้าบังคับบัญชาบรรดาข้าราชการฝ่ายบริหารส่วนภูมิภาคในเขตจังหวัด จึงไม่ได้เป็นผู้แทนของกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจ "กำกับดูแล" ตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่บังคับบัญชา

ข้อ 22

ผู้ใดเป็นหัวหน้าปกครองบังคับบัญชาบรรดาข้าราชการในอำเภอ และรับผิดชอบงานบริหารราชการของอำเภอ

  1. 1.ปลัดอำเภอ
  2. 2.นายอำเภอ
  3. 3.กำนัน
  4. 4.นายกเทศมนตรี
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. นายอำเภอ

มาตรา 62 กำหนดให้ในอำเภอหนึ่งมีนายอำเภอคนหนึ่งเป็นหัวหน้าปกครองบังคับบัญชาบรรดาข้าราชการในอำเภอ และรับผิดชอบงานบริหารราชการของอำเภอ โดยนายอำเภอสังกัดกระทรวงมหาดไทย ส่วนกำนันเป็นผู้ปกครองท้องที่ระดับตำบลตามกฎหมายลักษณะปกครองท้องที่ และนายกเทศมนตรีเป็นผู้บริหารท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้ง

ข้อ 23

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ "การมอบอำนาจ" ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

  1. 1.ผู้มอบอำนาจหมดอำนาจในเรื่องที่มอบไปแล้ว จะกำกับติดตามอีกไม่ได้
  2. 2.การมอบอำนาจต้องทำเป็นหนังสือ และผู้มอบอำนาจยังมีหน้าที่กำกับดูแลติดตามผลการปฏิบัติราชการของผู้รับมอบอำนาจ
  3. 3.การมอบอำนาจทำด้วยวาจาได้ หากเป็นเรื่องเร่งด่วน
  4. 4.ผู้รับมอบอำนาจสามารถมอบอำนาจต่อไปให้ผู้อื่นได้เสมอ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. การมอบอำนาจต้องทำเป็นหนังสือ และผู้มอบอำนาจยังมีหน้าที่กำกับดูแลติดตามผลการปฏิบัติราชการของผู้รับมอบอำนาจ

มาตรา 38 กำหนดให้การมอบอำนาจต้องทำเป็นหนังสือ และมาตรา 40 กำหนดให้ผู้มอบอำนาจมีหน้าที่กำกับดูแลและติดตามผลการปฏิบัติราชการของผู้รับมอบอำนาจ พร้อมทั้งแนะนำหรือแก้ไขการปฏิบัติราชการนั้นได้ ผู้มอบอำนาจจึงไม่ได้พ้นความรับผิดชอบไป ส่วนการมอบอำนาจช่วงต่อจะทำได้เฉพาะกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ทำได้เท่านั้น

ข้อ 24

ข้อใดคือความแตกต่างสำคัญระหว่าง "การรักษาราชการแทน" กับ "การปฏิบัติราชการแทน"

  1. 1.การรักษาราชการแทนใช้เมื่อไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งหรือผู้ดำรงตำแหน่งไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ส่วนการปฏิบัติราชการแทนเกิดจากการที่ผู้มีอำนาจมอบอำนาจให้ผู้อื่นทำแทนทั้งที่ตนยังปฏิบัติหน้าที่อยู่
  2. 2.การรักษาราชการแทนต้องทำเป็นหนังสือ ส่วนการปฏิบัติราชการแทนทำด้วยวาจาได้
  3. 3.การรักษาราชการแทนใช้กับข้าราชการการเมือง ส่วนการปฏิบัติราชการแทนใช้กับข้าราชการประจำ
  4. 4.ทั้งสองอย่างมีความหมายเหมือนกัน ต่างกันเพียงชื่อเรียก
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. การรักษาราชการแทนใช้เมื่อไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งหรือผู้ดำรงตำแหน่งไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ส่วนการปฏิบัติราชการแทนเกิดจากการที่ผู้มีอำนาจมอบอำนาจให้ผู้อื่นทำแทนทั้งที่ตนยังปฏิบัติหน้าที่อยู่

การรักษาราชการแทนตามมาตรา 46 ถึง 48 เกิดขึ้นเมื่อตำแหน่งว่างลง หรือผู้ดำรงตำแหน่งไม่อาจปฏิบัติราชการได้ จึงต้องมีผู้เข้ามาทำหน้าที่แทนทั้งตำแหน่ง ส่วนการปฏิบัติราชการแทนเกิดจากการมอบอำนาจตามมาตรา 38 ซึ่งผู้มอบยังคงดำรงตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่อยู่ เพียงแต่กระจายอำนาจบางเรื่องออกไปเพื่อความคล่องตัว

ข้อ 25

ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ผู้ใดเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในสำนักนายกรัฐมนตรี และมีอำนาจกำกับโดยทั่วไปซึ่งการบริหารราชการแผ่นดิน

  1. 1.ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
  2. 2.นายกรัฐมนตรี
  3. 3.เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
  4. 4.รองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. นายกรัฐมนตรี

มาตรา 11 กำหนดให้นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลมีอำนาจหน้าที่กำกับโดยทั่วไปซึ่งการบริหารราชการแผ่นดิน สั่งให้ราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นชี้แจงแสดงความคิดเห็นหรือทำรายงาน สั่งสอบสวนข้อเท็จจริง และบังคับบัญชาข้าราชการฝ่ายบริหารทุกตำแหน่งซึ่งสังกัดกระทรวง ทบวง กรม และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเป็นกรม ส่วนปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีบังคับบัญชาข้าราชการประจำในสำนักนายกรัฐมนตรีรองจากนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี

ข้อ 26

คณะกรรมการที่ทำหน้าที่เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการและงานของรัฐอย่างอื่น คือคณะกรรมการใด

  1. 1.คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)
  2. 2.คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)
  3. 3.คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.)
  4. 4.คณะกรรมการกฤษฎีกา
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)

มาตรา 71/1 และมาตราต่อเนื่องกำหนดให้มีคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ เรียกโดยย่อว่า ก.พ.ร. ทำหน้าที่เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการและงานของรัฐอย่างอื่น รวมทั้งการปรับปรุงโครงสร้างส่วนราชการ ต่างจาก ก.พ. ซึ่งดูแลการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐ และ ก.พ.ค. ซึ่งพิจารณาอุทธรณ์และร้องทุกข์

ข้อ 27

คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด (ก.ธ.จ.) มีหน้าที่ตามข้อใด

  1. 1.บังคับบัญชาข้าราชการในจังหวัดแทนผู้ว่าราชการจังหวัด
  2. 2.สอดส่องและเสนอแนะการปฏิบัติภารกิจของหน่วยงานของรัฐในจังหวัดให้ใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
  3. 3.พิจารณาลงโทษทางวินัยแก่ข้าราชการในจังหวัด
  4. 4.อนุมัติงบประมาณประจำปีของจังหวัด
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. สอดส่องและเสนอแนะการปฏิบัติภารกิจของหน่วยงานของรัฐในจังหวัดให้ใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

มาตรา 55/1 กำหนดให้ในจังหวัดหนึ่งนอกจากกรุงเทพมหานคร ให้มีคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด มีหน้าที่สอดส่องและเสนอแนะการปฏิบัติภารกิจของหน่วยงานของรัฐในจังหวัดให้ใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยมีผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีซึ่งมีเขตอำนาจในจังหวัดเป็นประธาน และมีผู้แทนภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจเอกชน และสมาชิกสภาท้องถิ่นเป็นกรรมการ จึงเป็นกลไกตรวจสอบจากภายนอก ไม่ใช่ผู้บังคับบัญชาหรือผู้ลงโทษทางวินัย

ข้อ 28

เมื่อนายกรัฐมนตรีไม่อาจปฏิบัติราชการได้ และไม่มีรองนายกรัฐมนตรี ผู้ใดเป็นผู้รักษาราชการแทน

  1. 1.ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
  2. 2.รัฐมนตรีคนหนึ่งซึ่งคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
  3. 3.ประธานสภาผู้แทนราษฎร
  4. 4.เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. รัฐมนตรีคนหนึ่งซึ่งคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

มาตรา 41 กำหนดว่าในกรณีที่นายกรัฐมนตรีไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้ามีรองนายกรัฐมนตรีหลายคนให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้าไม่มีรองนายกรัฐมนตรีหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน

ข้อ 29

ผู้รักษาราชการแทนตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน มีอำนาจหน้าที่อย่างไร

  1. 1.มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ซึ่งตนแทน
  2. 2.มีอำนาจเฉพาะงานธุรการประจำวัน ตัดสินใจเรื่องสำคัญไม่ได้
  3. 3.มีอำนาจกึ่งหนึ่งของผู้ซึ่งตนแทน
  4. 4.ไม่มีอำนาจใด ๆ จนกว่าจะได้รับมอบอำนาจเป็นหนังสือ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ซึ่งตนแทน

มาตรา 48 กำหนดว่าให้ผู้รักษาราชการแทนมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ซึ่งตนแทน ในกรณีที่มีกฎหมายอื่น กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี หรือคำสั่งใด แต่งตั้งให้ผู้ดำรงตำแหน่งนั้นเป็นกรรมการหรือให้มีอำนาจหน้าที่ใด ก็ให้ผู้รักษาราชการแทนทำหน้าที่นั้นด้วย เว้นแต่จะมีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

ข้อ 30

การรวมหรือการโอนส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรม โดยไม่มีการกำหนดตำแหน่งหรืออัตราของข้าราชการหรือลูกจ้างเพิ่มขึ้น สามารถดำเนินการได้โดยกฎหมายระดับใด

  1. 1.พระราชบัญญัติ
  2. 2.พระราชกฤษฎีกา
  3. 3.กฎกระทรวง
  4. 4.มติคณะรัฐมนตรี
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. พระราชกฤษฎีกา

โดยหลักการจัดตั้ง รวม หรือโอนส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมต้องตราเป็นพระราชบัญญัติ แต่มาตรา 8 ทวิ เปิดข้อยกเว้นว่า หากเป็นการรวมหรือโอนที่ไม่มีการกำหนดตำแหน่งหรืออัตราของข้าราชการหรือลูกจ้างเพิ่มขึ้น ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกาได้ เพื่อให้การปรับโครงสร้างราชการทำได้คล่องตัวขึ้นโดยไม่เพิ่มภาระงบประมาณ

ข้อ 31

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ "สำนักงานรัฐมนตรี" ในกระทรวง

  1. 1.มีฐานะเป็นกรม และมีอธิบดีเป็นผู้บังคับบัญชา
  2. 2.ไม่มีฐานะเป็นกรม มีเลขานุการรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชา และรับผิดชอบราชการทางการเมือง
  3. 3.มีฐานะเทียบเท่ากระทรวง
  4. 4.เป็นหน่วยงานของราชการส่วนภูมิภาค
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ไม่มีฐานะเป็นกรม มีเลขานุการรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชา และรับผิดชอบราชการทางการเมือง

มาตรา 19 กำหนดว่าสำนักงานรัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการทางการเมือง มีเลขานุการรัฐมนตรีซึ่งเป็นข้าราชการการเมืองเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของสำนักงานรัฐมนตรี ขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวง โดยสำนักงานรัฐมนตรีไม่มีฐานะเป็นกรม ต่างจากสำนักงานปลัดกระทรวงซึ่งมีฐานะเป็นกรม

ข้อ 32

กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา จัดอยู่ในราชการส่วนใด

  1. 1.ราชการส่วนกลาง
  2. 2.ราชการส่วนภูมิภาค
  3. 3.ราชการส่วนท้องถิ่น
  4. 4.ไม่จัดอยู่ในส่วนใดตามกฎหมายนี้
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. ราชการส่วนท้องถิ่น

กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ จึงจัดอยู่ในราชการบริหารส่วนท้องถิ่นตามมาตรา 70 ในฐานะ "ราชการส่วนท้องถิ่นอื่นตามที่มีกฎหมายกำหนด" ข้อสังเกตสำคัญคือกรุงเทพมหานครไม่มีราชการส่วนภูมิภาค จึงไม่มีผู้ว่าราชการจังหวัดแบบจังหวัดอื่น แต่มีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่มาจากการเลือกตั้ง และมีเขตแทนอำเภอ

ข้อ 33

ในจังหวัดหนึ่ง ผู้ใดเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการรองจากผู้ว่าราชการจังหวัด และรับผิดชอบงานประจำของสำนักงานจังหวัด

  1. 1.รองผู้ว่าราชการจังหวัด
  2. 2.ปลัดจังหวัด
  3. 3.นายอำเภอเมือง
  4. 4.หัวหน้าสำนักงานจังหวัด
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. รองผู้ว่าราชการจังหวัด

มาตรา 54 และ 55 กำหนดให้ในจังหวัดหนึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้รับนโยบายและเป็นหัวหน้าบังคับบัญชา และมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการรองจากผู้ว่าราชการจังหวัด ส่วนปลัดจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการเฉพาะในสายงานของตน

ข้อ 34

การจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ต้องคำนึงถึงสิ่งใด

  1. 1.ความต้องการของหน่วยราชการส่วนกลางเป็นหลัก
  2. 2.ความต้องการและศักยภาพของประชาชนในท้องถิ่น โดยจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัด
  3. 3.ปริมาณงบประมาณที่ได้รับจัดสรรเพียงอย่างเดียว
  4. 4.นโยบายของพรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาลเท่านั้น
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ความต้องการและศักยภาพของประชาชนในท้องถิ่น โดยจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัด

มาตรา 53/1 กำหนดให้จังหวัดจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในระดับชาติ และความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นในจังหวัด โดยในการจัดทำแผนต้องจัดให้มีการประชุมปรึกษาหารือร่วมกันระหว่างหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น และผู้แทนภาคประชาสังคม ซึ่งสะท้อนหลักการมีส่วนร่วมของประชาชน

ข้อ 35

ข้อใดคือความแตกต่างระหว่างอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีต่อ "ราชการส่วนภูมิภาค" กับที่มีต่อ "องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น" ในจังหวัด

  1. 1.ต่อราชการส่วนภูมิภาคเป็นอำนาจบังคับบัญชา ส่วนต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นอำนาจกำกับดูแลตามที่กฎหมายกำหนด
  2. 2.ต่อทั้งสองฝ่ายเป็นอำนาจบังคับบัญชาเหมือนกัน
  3. 3.ต่อทั้งสองฝ่ายเป็นเพียงอำนาจแนะนำ ไม่มีผลบังคับ
  4. 4.ต่อราชการส่วนภูมิภาคเป็นอำนาจกำกับดูแล ส่วนต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นอำนาจบังคับบัญชา
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. ต่อราชการส่วนภูมิภาคเป็นอำนาจบังคับบัญชา ส่วนต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นอำนาจกำกับดูแลตามที่กฎหมายกำหนด

ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวหน้าบังคับบัญชาบรรดาข้าราชการฝ่ายบริหารส่วนภูมิภาคในเขตจังหวัดตามมาตรา 57 จึงสั่งการได้โดยตรง แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความเป็นอิสระตามหลักการกระจายอำนาจ ผู้ว่าราชการจังหวัดจึงมีเพียงอำนาจ "กำกับดูแล" เท่าที่กฎหมายจัดตั้งองค์กรนั้นกำหนดไว้ เช่น การยับยั้งข้อบัญญัติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ความแตกต่างระหว่างการบังคับบัญชากับการกำกับดูแลเป็นประเด็นที่ออกสอบบ่อย

ข้อ 36

ในกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่อาจปฏิบัติราชการได้ และไม่มีรองผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ใดเป็นผู้รักษาราชการแทน

  1. 1.ผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัด และถ้าไม่มี ให้ปลัดจังหวัดเป็นผู้รักษาราชการแทน
  2. 2.นายอำเภอเมืองในจังหวัดนั้น
  3. 3.หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดที่มีอาวุโสสูงสุด
  4. 4.ปลัดกระทรวงมหาดไทย
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. ผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัด และถ้าไม่มี ให้ปลัดจังหวัดเป็นผู้รักษาราชการแทน

มาตรา 56 กำหนดว่าในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้าไม่มีรองผู้ว่าราชการจังหวัดให้ผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้รักษาราชการแทน และถ้าไม่มีทั้งสองตำแหน่งให้ปลัดจังหวัดเป็นผู้รักษาราชการแทน ลำดับนี้เป็นไปตามสายการบังคับบัญชาของราชการส่วนภูมิภาค

ข้อ 37

ตามหลักในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน การกระจายภารกิจและทรัพยากรให้แก่ท้องถิ่น สอดคล้องกับหลักการใด

  1. 1.หลักการรวมอำนาจ
  2. 2.หลักการแบ่งอำนาจ
  3. 3.หลักการกระจายอำนาจ
  4. 4.หลักการควบรวมหน่วยงาน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. หลักการกระจายอำนาจ

การกระจายภารกิจและทรัพยากรให้แก่ท้องถิ่นเป็นการดำเนินการตามหลักการกระจายอำนาจ ซึ่งมอบอำนาจตัดสินใจและทรัพยากรให้องค์กรที่มีความเป็นอิสระตามกฎหมายไปดำเนินการเอง ต่างจากหลักการแบ่งอำนาจซึ่งเป็นการส่งเจ้าหน้าที่ของส่วนกลางออกไปปฏิบัติงานในภูมิภาคแต่ยังขึ้นตรงต่อส่วนกลาง อันเป็นที่มาของราชการส่วนภูมิภาค และต่างจากหลักการรวมอำนาจที่รวมการตัดสินใจไว้ที่ส่วนกลาง

ข้อ 38

ราชการส่วนภูมิภาค (จังหวัดและอำเภอ) เกิดขึ้นตามหลักการใดในการจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

  1. 1.หลักการรวมอำนาจ
  2. 2.หลักการแบ่งอำนาจ
  3. 3.หลักการกระจายอำนาจ
  4. 4.หลักการมีส่วนร่วมของประชาชน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. หลักการแบ่งอำนาจ

ราชการส่วนภูมิภาคเกิดจากหลักการแบ่งอำนาจ คือส่วนกลางส่งข้าราชการออกไปปฏิบัติราชการในพื้นที่ โดยผู้ปฏิบัติยังคงเป็นข้าราชการของส่วนกลางและอยู่ในบังคับบัญชาของส่วนกลาง จึงต่างจากราชการส่วนท้องถิ่นซึ่งเกิดจากหลักการกระจายอำนาจ มีผู้บริหารมาจากการเลือกตั้งและมีความเป็นอิสระในการบริหารตามกฎหมาย

ข้อ 39

ผู้ตรวจราชการของส่วนราชการมีบทบาทตามข้อใด

  1. 1.บังคับบัญชาข้าราชการในพื้นที่ที่ตนตรวจราชการ
  2. 2.ตรวจและติดตามผลการปฏิบัติราชการของหน่วยงานในความรับผิดชอบ เพื่อรายงานและเสนอแนะต่อผู้บังคับบัญชา
  3. 3.พิจารณาลงโทษทางวินัยแก่ข้าราชการที่ตรวจพบความบกพร่อง
  4. 4.อนุมัติงบประมาณให้หน่วยงานที่ไปตรวจ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ตรวจและติดตามผลการปฏิบัติราชการของหน่วยงานในความรับผิดชอบ เพื่อรายงานและเสนอแนะต่อผู้บังคับบัญชา

ผู้ตรวจราชการทำหน้าที่ตรวจและติดตามผลการปฏิบัติราชการ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย กฎหมาย และแผนงาน แล้วรายงานพร้อมข้อเสนอแนะต่อผู้บังคับบัญชา บทบาทจึงเป็นการตรวจสอบและให้ข้อมูล ไม่ใช่การบังคับบัญชาหรือลงโทษทางวินัย ซึ่งเป็นอำนาจของผู้บังคับบัญชาตามสายงาน

ข้อ 40

ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน การปฏิบัติราชการที่มีลักษณะเป็นการบริการประชาชน ส่วนราชการควรดำเนินการอย่างไร

  1. 1.กำหนดขั้นตอนให้มากที่สุดเพื่อความรอบคอบในการตรวจสอบ
  2. 2.ลดขั้นตอนการปฏิบัติงานและกระจายอำนาจการตัดสินใจ เพื่ออำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชน
  3. 3.ให้ประชาชนติดต่อได้เฉพาะที่ส่วนกลางเท่านั้นเพื่อความเป็นเอกภาพ
  4. 4.ให้รอการอนุมัติจากรัฐมนตรีทุกเรื่องก่อนดำเนินการ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ลดขั้นตอนการปฏิบัติงานและกระจายอำนาจการตัดสินใจ เพื่ออำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชน

มาตรา 3/1 วางหลักไว้ชัดเจนว่าการบริหารราชการต้องมีการลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน การกระจายอำนาจตัดสินใจ และการอำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชน ทั้งยังกำหนดให้ส่วนราชการต้องจัดให้มีการเปิดเผยข้อมูลและกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงานให้ประชาชนทราบ การเพิ่มขั้นตอนหรือรวมอำนาจกลับไปที่ส่วนกลางจึงขัดกับหลักการนี้

ข้อ 41

การตั้ง ยุบ และเปลี่ยนแปลงเขต "ตำบลและหมู่บ้าน" ดำเนินการโดยวิธีใด

  1. 1.ตราเป็นพระราชบัญญัติ
  2. 2.ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
  3. 3.ออกเป็นประกาศกระทรวงมหาดไทย
  4. 4.ออกเป็นกฎกระทรวง
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. ออกเป็นประกาศกระทรวงมหาดไทย

การตั้ง ยุบ และเปลี่ยนแปลงเขตตำบลและหมู่บ้านเป็นเรื่องของการปกครองท้องที่ ซึ่งดำเนินการโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย จำง่าย ๆ ว่าลำดับความยากง่ายไล่จากใหญ่ไปเล็กคือ จังหวัดใช้พระราชบัญญัติ อำเภอใช้พระราชกฤษฎีกา และตำบลหมู่บ้านใช้ประกาศกระทรวงมหาดไทย

ข้อ 42

ในกรณีที่มีการมอบอำนาจโดยชอบแล้ว ผู้รับมอบอำนาจปฏิบัติราชการไปโดยมีความบกพร่อง ข้อใดกล่าวถูกต้อง

  1. 1.ผู้มอบอำนาจพ้นความรับผิดชอบทั้งหมด เพราะได้มอบอำนาจไปแล้ว
  2. 2.ผู้มอบอำนาจยังคงมีหน้าที่กำกับดูแลติดตาม และอาจแนะนำหรือแก้ไขการปฏิบัติราชการของผู้รับมอบอำนาจได้
  3. 3.ผู้รับมอบอำนาจต้องรับผิดทางอาญาเสมอ
  4. 4.การมอบอำนาจนั้นตกเป็นโมฆะย้อนหลัง
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ผู้มอบอำนาจยังคงมีหน้าที่กำกับดูแลติดตาม และอาจแนะนำหรือแก้ไขการปฏิบัติราชการของผู้รับมอบอำนาจได้

มาตรา 40 กำหนดให้ผู้มอบอำนาจมีหน้าที่กำกับดูแลและติดตามผลการปฏิบัติราชการของผู้รับมอบอำนาจ และให้มีอำนาจแนะนำหรือแก้ไขการปฏิบัติราชการของผู้รับมอบอำนาจได้ หลักนี้ทำให้การมอบอำนาจไม่กลายเป็นการโยนความรับผิดชอบ ส่วนความรับผิดทางอาญาต้องพิจารณาองค์ประกอบความผิดเป็นรายกรณี ไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ

ข้อ 43

สำนักงานปลัดกระทรวงมีฐานะตามข้อใด

  1. 1.ไม่มีฐานะเป็นกรม
  2. 2.มีฐานะเป็นกรม
  3. 3.มีฐานะเป็นทบวง
  4. 4.มีฐานะเทียบเท่ากระทรวง
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. มีฐานะเป็นกรม

มาตรา 18 และ 21 กำหนดให้สำนักงานปลัดกระทรวงมีฐานะเป็นกรม มีปลัดกระทรวงเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ รับผิดชอบราชการประจำของกระทรวง กำกับเร่งรัดการปฏิบัติราชการของส่วนราชการในกระทรวง และเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการรองจากรัฐมนตรี ข้อนี้เป็นคู่เปรียบเทียบกับสำนักงานรัฐมนตรีซึ่งไม่มีฐานะเป็นกรม

ข้อ 44

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการที่ส่วนราชการต้องจัดทำแผนปฏิบัติราชการ

  1. 1.จัดทำเฉพาะเมื่อได้รับคำสั่งจากรัฐมนตรีเป็นรายครั้ง
  2. 2.ส่วนราชการต้องจัดทำแผนปฏิบัติราชการให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและแผนระดับชาติ พร้อมกำหนดผลสัมฤทธิ์ที่จะได้รับ
  3. 3.จัดทำได้เฉพาะราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคไม่ต้องจัดทำ
  4. 4.จัดทำเพื่อใช้ภายในหน่วยงานเท่านั้น ห้ามเปิดเผยต่อประชาชน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ส่วนราชการต้องจัดทำแผนปฏิบัติราชการให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและแผนระดับชาติ พร้อมกำหนดผลสัมฤทธิ์ที่จะได้รับ

กฎหมายกำหนดให้การบริหารราชการต้องเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ส่วนราชการจึงต้องจัดทำแผนปฏิบัติราชการที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและแผนระดับชาติ พร้อมระบุเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ที่คาดว่าจะได้รับ เพื่อใช้เป็นฐานในการติดตามประเมินผลและจัดสรรงบประมาณ ทั้งยังต้องเปิดเผยให้ประชาชนตรวจสอบได้ตามหลักความโปร่งใส

ข้อ 45

ในอำเภอหนึ่ง ถ้าไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งนายอำเภอ หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ผู้ใดเป็นผู้รักษาราชการแทนตามลำดับแรก

  1. 1.ปลัดอำเภอ
  2. 2.กำนันในเขตอำเภอ
  3. 3.หัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอที่มีอาวุโสสูงสุด
  4. 4.ผู้ว่าราชการจังหวัด
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. ปลัดอำเภอ

มาตรา 64 กำหนดว่าในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งนายอำเภอ หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งปลัดอำเภอหรือหัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอซึ่งกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ส่งมาประจำอำเภอนั้น เป็นผู้รักษาราชการแทน โดยปลัดอำเภอเป็นลำดับที่พิจารณาก่อนตามสายการบังคับบัญชาของกรมการปกครอง

ข้อ 46

ข้อใดคือความสัมพันธ์ที่ถูกต้องระหว่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน กับพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

  1. 1.เป็นกฎหมายคนละเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
  2. 2.พระราชกฤษฎีกาบ้านเมืองที่ดีออกมาเพื่อขยายความหลักการบริหารราชการตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
  3. 3.พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินออกตามพระราชกฤษฎีกาบ้านเมืองที่ดี
  4. 4.พระราชกฤษฎีกาบ้านเมืองที่ดีมีศักดิ์สูงกว่าพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. พระราชกฤษฎีกาบ้านเมืองที่ดีออกมาเพื่อขยายความหลักการบริหารราชการตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

มาตรา 3/1 วรรคท้ายของพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินกำหนดให้การปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการต้องใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 จึงออกมาเพื่อขยายความมาตรานี้ และมีศักดิ์ทางกฎหมายต่ำกว่าพระราชบัญญัติ

ข้อ 47

ในกระทรวงหนึ่ง ผู้ใดเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบในการกำหนดนโยบาย เป้าหมาย และผลสัมฤทธิ์ของงานในกระทรวง

  1. 1.ปลัดกระทรวง
  2. 2.รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
  3. 3.อธิบดีที่มีอาวุโสสูงสุด
  4. 4.เลขานุการรัฐมนตรี
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. รัฐมนตรีว่าการกระทรวง

มาตรา 20 กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ และรับผิดชอบในการกำหนดนโยบาย เป้าหมาย และผลสัมฤทธิ์ของงานในกระทรวงให้สอดคล้องกับนโยบายที่คณะรัฐมนตรีแถลงไว้ต่อรัฐสภาหรือที่คณะรัฐมนตรีกำหนด ส่วนปลัดกระทรวงรับผิดชอบราชการประจำและแปลงนโยบายเป็นแนวทางและแผนปฏิบัติราชการ

ฝึกทำแบบจับเวลาและสุ่มข้อใหม่ทุกรอบ

โหมดฝึกจะสุ่มข้อใหม่ให้ทุกครั้ง เฉลยทันทีหลังตอบ และถ้าเข้าสู่ระบบไว้ระบบจะจำว่าคุณทำข้อไหนไปแล้ว พร้อมเก็บข้อที่ตอบผิดไว้ให้กลับมาแก้ตัว

เทคนิคทำข้อสอบวิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี

  • จับหลักว่า "ใครเป็นผู้มีอำนาจ" ในแต่ละเรื่องให้ได้ก่อน แล้วรายละเอียดจะตามมาเอง
  • โทษทางวินัยให้จำเรียงลำดับจากเบาไปหนัก แล้วแยกให้ออกว่าอะไรคือวินัยร้ายแรง
  • ข้อสอบชอบถามความต่างระหว่างละเมิดที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่กับที่ไม่ใช่ ให้ฝึกแยกสองกรณีนี้

หัวข้ออื่นในวิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี

คำถามที่พบบ่อย

ข้อสอบ พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ออกสอบในสนามไหนบ้าง

หัวข้อพ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน อยู่ในวิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี ซึ่งใช้สอบในก.พ. ภาค ก และ กองทัพบก ภาค ก และ ครูผู้ช่วย ภาค ก ในเว็บนี้มีข้อสอบหัวข้อนี้ทั้งหมด 47 ข้อ

แนวข้อสอบ พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน มีเฉลยอธิบายไหม

ทุกข้อมีเฉลยพร้อมคำอธิบายว่าทำไมตัวเลือกนั้นถึงถูก และหน้านี้เปิดให้อ่านครบทั้ง 47 ข้อฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก

ฝึกทำข้อสอบ พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ต้องเสียเงินไหม

ไม่เสียค่าใช้จ่าย ใช้ได้ฟรีทั้งหมด ไม่ต้องสมัครสมาชิกก็เริ่มฝึกได้ แต่ถ้าเข้าสู่ระบบ ระบบจะจำว่าทำข้อไหนไปแล้วและเก็บข้อที่ตอบผิดไว้ให้กลับมาทบทวน