คลังแนวข้อสอบกระดานอันดับ

แนวข้อสอบ พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง 22 ข้อ พร้อมเฉลย

ในคลัง 22 ข้อวิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดีก.พ. ภาค กกองทัพบก ภาค กครูผู้ช่วย ภาค ก

หน้านี้รวมแนวข้อสอบหัวข้อพ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (เรียกสั้น ๆ ว่า วิ.ปกครอง) จำนวน 22 ข้อ พร้อมเฉลยและคำอธิบายว่าทำไมตัวเลือกนั้นถึงถูก ทุกข้อจัดทำขึ้นใหม่ตามผังการออกข้อสอบ ไม่ใช่ข้อสอบเก่าของหน่วยงานใด อ่านฟรีทั้งหมดโดยไม่ต้องสมัครสมาชิก

ข้อสอบ พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พร้อมเฉลย ครบทั้ง 22 ข้อ

ข้อ 1

พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ประกาศใช้เมื่อ พ.ศ. ใด

  1. 1.พ.ศ. 2535
  2. 2.พ.ศ. 2539
  3. 3.พ.ศ. 2542
  4. 4.พ.ศ. 2546
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. พ.ศ. 2539

พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 เป็นกฎหมายที่วางหลักเกณฑ์ขั้นตอนการออกคำสั่งทางปกครองให้เป็นธรรมและตรวจสอบได้ เช่น การให้โอกาสคู่กรณีโต้แย้งแสดงพยานหลักฐาน และการต้องแสดงเหตุผลประกอบคำสั่ง

ข้อ 2

ผู้ได้รับผลกระทบจากคำสั่งทางปกครองต้องยื่นอุทธรณ์ภายในกี่วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง

  1. 1.7 วัน
  2. 2.15 วัน
  3. 3.30 วัน
  4. 4.60 วัน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. 15 วัน

ตาม พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ให้อุทธรณ์คำสั่งทางปกครองต่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่ง ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ตนได้รับแจ้งคำสั่ง

ข้อ 3

คำสั่งทางปกครองที่ทำเป็นหนังสือ ต้องระบุสิ่งใดไว้ด้วยตามกฎหมาย

  1. 1.เหตุผล ซึ่งประกอบด้วยข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ ข้อกฎหมายที่อ้างอิง และข้อพิจารณา
  2. 2.ชื่อและลายมือชื่อของพยานอย่างน้อย 2 คน
  3. 3.ตราครุฑสีทองและวันเดือนปีที่ประชุม
  4. 4.ความเห็นของผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. เหตุผล ซึ่งประกอบด้วยข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ ข้อกฎหมายที่อ้างอิง และข้อพิจารณา

มาตรา 37 กำหนดว่าคำสั่งทางปกครองที่ทำเป็นหนังสือต้องจัดให้มีเหตุผล ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ ข้อกฎหมายที่อ้างอิง และข้อพิจารณาข้อสนับสนุนในการใช้ดุลพินิจ

ข้อ 4

คำสั่งทางปกครองมีผลใช้ยันต่อบุคคลตั้งแต่เมื่อใด

  1. 1.ตั้งแต่วันที่เจ้าหน้าที่ลงนามในคำสั่ง
  2. 2.ตั้งแต่ขณะที่ผู้นั้นได้รับแจ้งเป็นต้นไป
  3. 3.ตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
  4. 4.ตั้งแต่วันที่พ้นกำหนดอุทธรณ์ 15 วัน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ตั้งแต่ขณะที่ผู้นั้นได้รับแจ้งเป็นต้นไป

พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 กำหนดว่าคำสั่งทางปกครองย่อมมีผลใช้ยันต่อบุคคลตั้งแต่ขณะที่ผู้นั้นได้รับแจ้งเป็นต้นไป — การลงนามอย่างเดียวยังไม่ผูกพันผู้รับคำสั่ง

ข้อ 5

กรณีที่ไม่มีกฎหมายเฉพาะกำหนดขั้นตอนอุทธรณ์ภายในฝ่ายปกครองไว้เป็นอย่างอื่น คู่กรณีที่ไม่พอใจคำสั่งทางปกครองต้องยื่นอุทธรณ์ต่อผู้ใด

  1. 1.ยื่นต่อศาลปกครองโดยตรง
  2. 2.ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งทางปกครองนั้น
  3. 3.ยื่นต่อผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงาน
  4. 4.ยื่นต่อคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งทางปกครองนั้น

มาตรา 44 กำหนดให้คู่กรณีอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองโดย "ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งทางปกครอง" นั้นเอง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ออกคำสั่งทบทวนคำสั่งของตนก่อน ตัวลวง: การฟ้องศาลปกครองต้องผ่านขั้นตอนอุทธรณ์ภายในฝ่ายปกครองให้ครบก่อน จึงไม่ใช่ช่องทางแรก ส่วนผู้บังคับบัญชาสูงสุดจะเข้ามาในฐานะ "ผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์" ก็ต่อเมื่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งไม่เห็นด้วยกับคำอุทธรณ์แล้วรายงานขึ้นไป และคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมีหน้าที่ให้คำปรึกษา ไม่ใช่หน่วยรับอุทธรณ์

ข้อ 6

หน่วยงานออกคำสั่งทางปกครองเป็นหนังสือซึ่งอาจอุทธรณ์ได้ แต่มิได้ระบุกรณีที่อาจอุทธรณ์ ระยะเวลาอุทธรณ์ และหน่วยงานที่จะรับอุทธรณ์ไว้ในคำสั่ง ทั้งไม่มีการแจ้งเพิ่มเติมภายหลัง ผลตามกฎหมายเป็นอย่างไร

  1. 1.คำสั่งนั้นเป็นโมฆะทั้งฉบับ ต้องออกคำสั่งใหม่
  2. 2.คู่กรณีหมดสิทธิอุทธรณ์ เพราะไม่รู้ระยะเวลา
  3. 3.ระยะเวลาอุทธรณ์ขยายเป็น 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับคำสั่งทางปกครอง
  4. 4.คู่กรณียังคงต้องอุทธรณ์ภายใน 15 วันตามเดิม
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. ระยะเวลาอุทธรณ์ขยายเป็น 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับคำสั่งทางปกครอง

มาตรา 40 กำหนดว่าคำสั่งทางปกครองที่อาจอุทธรณ์ได้ ต้องระบุกรณีที่อาจอุทธรณ์ ระยะเวลาอุทธรณ์ และหน่วยงานที่รับอุทธรณ์ หากไม่ได้ระบุ ระยะเวลาอุทธรณ์จะเริ่มนับใหม่ตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งหลักเกณฑ์ดังกล่าว และหากไม่มีการแจ้งใหม่เลย โดยระยะเวลาเดิมสั้นกว่าหนึ่งปี ให้ขยายเป็นหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง ตัวลวง: การละเลยข้อนี้ไม่ทำให้คำสั่งเป็นโมฆะ และไม่ทำให้คู่กรณีเสียสิทธิ กฎหมายกลับคุ้มครองคู่กรณีด้วยการขยายเวลา

ข้อ 7

นาย ก. ถูกออกคำสั่งทางปกครองให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งภายในกำหนดแล้ว การยื่นอุทธรณ์ดังกล่าวมีผลต่อการบังคับตามคำสั่งอย่างไร

  1. 1.ไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่ง เว้นแต่จะมีการสั่งให้ทุเลาการบังคับ
  2. 2.ทำให้คำสั่งสิ้นผลทันทีจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์
  3. 3.ทำให้คำสั่งถูกทุเลาการบังคับโดยอัตโนมัติทุกกรณี
  4. 4.ทำให้คำสั่งกลายเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. ไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่ง เว้นแต่จะมีการสั่งให้ทุเลาการบังคับ

หลักตามมาตรา 44 วรรคสามคือ "การอุทธรณ์ไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครอง เว้นแต่จะมีการสั่งให้ทุเลาการบังคับ" กล่าวคือคำสั่งทางปกครองยังมีผลบังคับอยู่ระหว่างการพิจารณาอุทธรณ์ ตัวลวงที่พบบ่อยคือเข้าใจว่าการอุทธรณ์ทำให้คำสั่งสะดุดหยุดลงหรือทุเลาโดยอัตโนมัติ ซึ่งไม่ถูกต้อง การทุเลาต้องมีคำสั่งให้ทุเลาเป็นการเฉพาะ

ข้อ 8

เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งทางปกครองได้รับคำอุทธรณ์ ต้องพิจารณาคำอุทธรณ์และแจ้งผู้อุทธรณ์โดยไม่ชักช้า แต่ต้องไม่เกินระยะเวลาเท่าใดนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์

  1. 1.7 วัน
  2. 2.15 วัน
  3. 3.20 วัน
  4. 4.30 วัน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 4. 30 วัน

มาตรา 45 กำหนดให้เจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งพิจารณาคำอุทธรณ์และแจ้งผู้อุทธรณ์โดยไม่ชักช้า แต่ต้องไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ ตัวลวง: 15 วันเป็นระยะเวลาที่คู่กรณีต้องใช้ในการ "ยื่น" อุทธรณ์ (มาตรา 44) ไม่ใช่ระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่ใช้ "พิจารณา" อุทธรณ์ ต้องแยกสองตัวเลขนี้ให้ชัด

ข้อ 9

กรณีที่เจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งไม่เห็นด้วยกับคำอุทธรณ์และรายงานไปยังผู้มีอำนาจพิจารณาคำอุทธรณ์แล้ว หากผู้มีอำนาจพิจารณาคำอุทธรณ์มีเหตุจำเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่ได้รับรายงาน ต้องดำเนินการอย่างไร

  1. 1.ยกคำอุทธรณ์โดยอัตโนมัติเมื่อครบกำหนด
  2. 2.มีหนังสือแจ้งผู้อุทธรณ์ทราบก่อนครบกำหนด และขยายเวลาพิจารณาได้อีกไม่เกิน 30 วัน
  3. 3.ส่งเรื่องให้ศาลปกครองพิจารณาแทน
  4. 4.ถือว่าคำอุทธรณ์ฟังขึ้นและต้องเพิกถอนคำสั่งเดิมทันที
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. มีหนังสือแจ้งผู้อุทธรณ์ทราบก่อนครบกำหนด และขยายเวลาพิจารณาได้อีกไม่เกิน 30 วัน

มาตรา 45 กำหนดให้ผู้มีอำนาจพิจารณาคำอุทธรณ์พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับรายงาน หากมีเหตุจำเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จได้ทัน ต้องมีหนังสือแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบก่อนครบกำหนด และขยายระยะเวลาพิจารณาออกไปได้อีกไม่เกิน 30 วัน ตัวลวง: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้การพ้นกำหนดเวลามีผลเป็นการยกคำอุทธรณ์หรือเป็นการชนะคดีของผู้อุทธรณ์โดยอัตโนมัติ

ข้อ 10

ตาม พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง คำว่า "คู่กรณี" หมายความถึงบุคคลใด

  1. 1.เฉพาะผู้ยื่นคำขอต่อเจ้าหน้าที่เท่านั้น
  2. 2.เฉพาะเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งทางปกครองและผู้รับคำสั่ง
  3. 3.ผู้ยื่นคำขอหรือผู้คัดค้านคำขอ ผู้อยู่ในบังคับหรือจะอยู่ในบังคับของคำสั่งทางปกครอง และผู้ซึ่งได้เข้ามาในกระบวนพิจารณาเพราะสิทธิของตนจะถูกกระทบจากผลของคำสั่ง
  4. 4.บุคคลใดก็ได้ที่สนใจติดตามผลของคำสั่งทางปกครอง
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. ผู้ยื่นคำขอหรือผู้คัดค้านคำขอ ผู้อยู่ในบังคับหรือจะอยู่ในบังคับของคำสั่งทางปกครอง และผู้ซึ่งได้เข้ามาในกระบวนพิจารณาเพราะสิทธิของตนจะถูกกระทบจากผลของคำสั่ง

บทนิยามในมาตรา 5 กำหนดว่า "คู่กรณี" หมายความว่า ผู้ยื่นคำขอหรือผู้คัดค้านคำขอ ผู้อยู่ในบังคับหรือจะอยู่ในบังคับของคำสั่งทางปกครอง และผู้ซึ่งได้เข้ามาในกระบวนพิจารณาทางปกครองเนื่องจากสิทธิของผู้นั้นจะถูกกระทบกระเทือนจากผลของคำสั่งทางปกครอง จึงกว้างกว่าเพียงผู้ยื่นคำขอ ตัวลวง: เจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งไม่ใช่คู่กรณี และบุคคลทั่วไปที่เพียงสนใจแต่สิทธิไม่ถูกกระทบ ก็ไม่เป็นคู่กรณี

ข้อ 11

โดยหลักแล้วก่อนออกคำสั่งทางปกครองที่อาจกระทบถึงสิทธิของคู่กรณี เจ้าหน้าที่ต้องให้คู่กรณีมีโอกาสทราบข้อเท็จจริงและโต้แย้งแสดงพยานหลักฐาน ข้อใดเป็นข้อยกเว้นที่เจ้าหน้าที่ไม่จำต้องให้โอกาสดังกล่าว

  1. 1.มีความจำเป็นรีบด่วน หากปล่อยให้เนิ่นช้าจะเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
  2. 2.เจ้าหน้าที่มีงานในความรับผิดชอบจำนวนมากจนไม่มีเวลาเพียงพอ
  3. 3.คู่กรณีเคยโต้แย้งคำสั่งของหน่วยงานมาก่อนหลายครั้ง
  4. 4.เจ้าหน้าที่เห็นว่าพยานหลักฐานของฝ่ายตนหนักแน่นเพียงพออยู่แล้ว
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. มีความจำเป็นรีบด่วน หากปล่อยให้เนิ่นช้าจะเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ

มาตรา 30 วางหลัก "การรับฟังคู่กรณี" ไว้ และกำหนดข้อยกเว้นไว้อย่างจำกัด เช่น กรณีมีความจำเป็นรีบด่วนซึ่งหากปล่อยให้เนิ่นช้าจะเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ กรณีที่จะทำให้ระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ต้องล่าช้าออกไป หรือกรณีเป็นข้อเท็จจริงที่คู่กรณีให้ไว้เอง เป็นต้น ตัวลวงทั้งสามข้อเป็นเหตุผลด้านความสะดวกหรืออคติของเจ้าหน้าที่ ซึ่งไม่ใช่ข้อยกเว้นตามกฎหมายและจะทำให้คำสั่งเสียไปเพราะไม่ชอบด้วยขั้นตอน

ข้อ 12

การแจ้งคำสั่งทางปกครองเป็นหนังสือโดยส่งทางไปรษณีย์ตอบรับภายในประเทศ กฎหมายให้ถือว่าผู้รับได้รับแจ้งเมื่อใด (หากไม่มีการพิสูจน์เป็นอย่างอื่น)

  1. 1.เมื่อเจ้าหน้าที่ลงทะเบียนส่งไปรษณีย์
  2. 2.เมื่อครบกำหนด 7 วันนับแต่วันส่ง
  3. 3.เมื่อครบกำหนด 15 วันนับแต่วันส่ง
  4. 4.เมื่อผู้รับลงลายมือชื่อรับหนังสือเท่านั้น ไม่มีข้อสันนิษฐานอื่น
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. เมื่อครบกำหนด 7 วันนับแต่วันส่ง

มาตรา 71 กำหนดข้อสันนิษฐานว่า การแจ้งโดยวิธีส่งทางไปรษณีย์ตอบรับ ให้ถือว่าได้รับแจ้งเมื่อครบกำหนด 7 วันนับแต่วันส่งสำหรับกรณีภายในประเทศ (และ 15 วันนับแต่วันส่งสำหรับกรณีส่งไปยังต่างประเทศ) เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้รับ หรือได้รับก่อนหรือหลังจากวันนั้น ตัวลวง: 15 วันเป็นกรณีส่งไปต่างประเทศ ไม่ใช่ในประเทศ และการที่กฎหมายวางข้อสันนิษฐานไว้ ก็เพื่อไม่ให้ผู้รับหลีกเลี่ยงการรับหนังสือแล้วอ้างว่ายังไม่ได้รับแจ้ง

ข้อ 13

การเพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่มีลักษณะเป็นการให้ประโยชน์แก่ผู้รับ โดยหลักต้องกระทำภายในระยะเวลาใด

  1. 1.ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ออกคำสั่ง
  2. 2.ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ออกคำสั่ง
  3. 3.ภายใน 60 วันนับแต่วันที่ผู้รับประโยชน์ได้รับแจ้งคำสั่ง
  4. 4.ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ได้รู้ถึงเหตุที่จะให้เพิกถอนคำสั่งนั้น
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 4. ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ได้รู้ถึงเหตุที่จะให้เพิกถอนคำสั่งนั้น

มาตรา 49 กำหนดว่าการเพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่มีลักษณะเป็นการให้ประโยชน์ ต้องกระทำภายใน 90 วันนับแต่ได้รู้ถึงเหตุที่จะให้เพิกถอน (เว้นแต่คำสั่งนั้นเกิดจากการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ ปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง การข่มขู่ หรือการชักจูงใจโดยให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบ ซึ่งไม่อยู่ในบังคับกำหนดเวลานี้) จุดสำคัญที่ตัวลวงพยายามหลอกคือ ระยะเวลานับจาก "วันที่รู้ถึงเหตุแห่งการเพิกถอน" ไม่ใช่นับจากวันที่ออกคำสั่งหรือวันที่แจ้งคำสั่ง

ข้อ 14

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ "รูปแบบ" ของคำสั่งทางปกครอง

  1. 1.ต้องทำเป็นหนังสือเสมอ มิฉะนั้นไม่ถือเป็นคำสั่งทางปกครอง
  2. 2.ต้องทำเป็นหนังสือและประกาศในราชกิจจานุเบกษาทุกกรณี
  3. 3.อาจทำเป็นหนังสือ ด้วยวาจา หรือโดยการสื่อความหมายในรูปแบบอื่นก็ได้ แต่ต้องมีข้อความหรือความหมายที่ชัดเจนเพียงพอที่จะเข้าใจได้
  4. 4.ทำได้เฉพาะเป็นหนังสือหรือด้วยวาจาเท่านั้น รูปแบบอื่นใช้ไม่ได้
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. อาจทำเป็นหนังสือ ด้วยวาจา หรือโดยการสื่อความหมายในรูปแบบอื่นก็ได้ แต่ต้องมีข้อความหรือความหมายที่ชัดเจนเพียงพอที่จะเข้าใจได้

มาตรา 34 กำหนดว่าคำสั่งทางปกครองอาจทำเป็นหนังสือ หรือด้วยวาจา หรือโดยการสื่อความหมายในรูปแบบอื่นก็ได้ แต่ต้องมีข้อความหรือความหมายที่ชัดเจนเพียงพอที่จะเข้าใจได้ เช่น สัญญาณไฟจราจรหรือเครื่องหมายจราจรก็ถือเป็นคำสั่งทางปกครองโดยการสื่อความหมายรูปแบบอื่น ตัวลวงคือความเข้าใจผิดว่าคำสั่งทางปกครองต้องทำเป็นหนังสือเสมอ

ข้อ 15

ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ออกคำสั่งทางปกครองด้วยวาจา ผู้รับคำสั่งจะขอให้เจ้าหน้าที่ยืนยันคำสั่งนั้นเป็นหนังสือได้ โดยต้องร้องขอภายในกำหนดเวลาใดนับแต่วันที่มีคำสั่ง

  1. 1.ภายใน 7 วัน
  2. 2.ภายใน 15 วัน
  3. 3.ภายใน 30 วัน
  4. 4.ไม่มีกำหนดเวลา ขอเมื่อใดก็ได้
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. ภายใน 7 วัน

มาตรา 35 กำหนดว่า ถ้าคำสั่งทางปกครองเป็นคำสั่งด้วยวาจา และผู้รับคำสั่งร้องขอโดยมีเหตุอันสมควรภายใน 7 วันนับแต่วันที่มีคำสั่ง เจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งต้องยืนยันคำสั่งนั้นเป็นหนังสือ ประโยชน์คือทำให้ผู้รับคำสั่งมีหลักฐานสำหรับใช้อุทธรณ์หรือโต้แย้งต่อไป ตัวลวง: 15 วันคือระยะเวลายื่นอุทธรณ์ตามมาตรา 44 ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการขอให้ยืนยันคำสั่งเป็นหนังสือ

ข้อ 16

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับสิทธิของคู่กรณีในกระบวนพิจารณาทางปกครอง

  1. 1.คู่กรณีต้องดำเนินการด้วยตนเองเท่านั้น ห้ามมีผู้ใดช่วยเหลือ
  2. 2.คู่กรณีมีสิทธินำทนายความหรือที่ปรึกษาของตนเข้ามาในการพิจารณาทางปกครองได้
  3. 3.คู่กรณีมีสิทธิขอตรวจดูเอกสารทุกฉบับของหน่วยงานได้เสมอ แม้เป็นเอกสารที่ต้องรักษาไว้เป็นความลับ
  4. 4.คู่กรณีจะแต่งตั้งผู้ใดกระทำการแทนตนในกระบวนพิจารณาทางปกครองไม่ได้เลย
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. คู่กรณีมีสิทธินำทนายความหรือที่ปรึกษาของตนเข้ามาในการพิจารณาทางปกครองได้

กฎหมายรับรองว่าคู่กรณีมีสิทธินำทนายความหรือที่ปรึกษาของตนเข้ามาในการพิจารณาทางปกครองได้ (มาตรา 23) และยังอาจมีหนังสือแต่งตั้งให้ผู้บรรลุนิติภาวะกระทำการแทนตนได้ (มาตรา 24) ตัวเลือกที่ 1 และ 4 จึงขัดกับกฎหมาย ส่วนตัวเลือกที่ 3 ผิดตรงคำว่า "เสมอ" เพราะแม้คู่กรณีมีสิทธิขอตรวจดูเอกสารที่จำเป็นต่อการโต้แย้งหรือป้องกันสิทธิของตน แต่เจ้าหน้าที่อาจไม่อนุญาตได้หากเป็นกรณีที่ต้องรักษาไว้เป็นความลับ

ข้อ 17

เจ้าหน้าที่ออกคำสั่งทางปกครองเป็นหนังสือโดยลืมจัดให้มีเหตุผลตามที่กฎหมายกำหนด ต่อมาระหว่างการพิจารณาอุทธรณ์ เจ้าหน้าที่ได้จัดให้มีเหตุผลของคำสั่งนั้นเพิ่มเติมก่อนสิ้นสุดกระบวนพิจารณาอุทธรณ์ ผลทางกฎหมายเป็นอย่างไร

  1. 1.คำสั่งเป็นโมฆะตั้งแต่ต้น แก้ไขเยียวยาไม่ได้
  2. 2.คำสั่งยังไม่สมบูรณ์ต่อไป เพราะการให้เหตุผลย้อนหลังทำไม่ได้
  3. 3.ถือว่าความบกพร่องนั้นได้รับการแก้ไขเยียวยาแล้ว ไม่เป็นเหตุให้คำสั่งไม่สมบูรณ์
  4. 4.ต้องเพิกถอนคำสั่งเดิมและออกคำสั่งใหม่เท่านั้น
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. ถือว่าความบกพร่องนั้นได้รับการแก้ไขเยียวยาแล้ว ไม่เป็นเหตุให้คำสั่งไม่สมบูรณ์

กฎหมาย (มาตรา 41) เปิดช่องให้แก้ไขเยียวยาความบกพร่องบางประการของคำสั่งทางปกครองได้ เช่น กรณีคำสั่งที่ต้องจัดให้มีเหตุผล แต่ไม่ได้จัดให้มี หากได้จัดให้มีเหตุผลนั้นในภายหลัง ก็ไม่เป็นเหตุให้คำสั่งไม่สมบูรณ์ โดยการเยียวยาต้องกระทำก่อนสิ้นสุดกระบวนพิจารณาอุทธรณ์ ในโจทย์นี้เจ้าหน้าที่ดำเนินการทันภายในกรอบเวลาดังกล่าว ตัวลวง: ความบกพร่องด้านเหตุผลไม่ได้ทำให้คำสั่งเป็นโมฆะโดยอัตโนมัติ และไม่จำเป็นต้องออกคำสั่งใหม่

ข้อ 18

กรณีใดที่เจ้าหน้าที่ "ต้องห้าม" มิให้ทำการพิจารณาทางปกครอง เพราะขาดความเป็นกลาง

  1. 1.เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับคู่กรณี
  2. 2.เป็นคู่สมรสของคู่กรณี
  3. 3.เคยพบคู่กรณีในงานสัมมนา
  4. 4.อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่เดียวกับคู่กรณี
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. เป็นคู่สมรสของคู่กรณี

กฎหมายห้ามเจ้าหน้าที่ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคู่กรณีทำการพิจารณา ได้แก่ เป็นคู่กรณีเอง เป็นคู่หมั้นหรือคู่สมรส เป็นญาติ เป็นหรือเคยเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมหรือตัวแทน และเป็นเจ้าหนี้ ลูกหนี้ หรือนายจ้างของคู่กรณี ส่วนความสัมพันธ์ห่าง ๆ อย่างเพื่อนร่วมรุ่นหรืออยู่พื้นที่เดียวกันไม่เข้าข้อห้ามโดยอัตโนมัติ

ข้อ 19

ข้อใด "ไม่อยู่" ในบังคับของ พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539

  1. 1.การออกใบอนุญาตประกอบกิจการของหน่วยงานราชการ
  2. 2.คำสั่งให้รื้อถอนอาคารของเจ้าพนักงานท้องถิ่น
  3. 3.การพิจารณาพิพากษาคดีของศาล
  4. 4.คำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของอธิบดี
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. การพิจารณาพิพากษาคดีของศาล

กฎหมายฉบับนี้กำหนดข้อยกเว้นไว้ชัดว่าไม่ใช้บังคับแก่การพิจารณาของรัฐสภาและคณะรัฐมนตรี การพิจารณาพิพากษาคดีของศาล และการดำเนินงานตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา เพราะกระบวนการเหล่านั้นมีกฎหมายวิธีพิจารณาของตนเองอยู่แล้ว ส่วนอีกสามตัวเลือกล้วนเป็นคำสั่งทางปกครองของฝ่ายปกครองที่อยู่ในบังคับเต็มที่

ข้อ 20

คู่กรณีในกระบวนพิจารณาทางปกครองมีสิทธิขอตรวจดูเอกสารในสำนวนหรือไม่

  1. 1.ไม่มีสิทธิ เพราะเป็นเอกสารราชการ
  2. 2.มีสิทธิขอตรวจดูเอกสารที่จำเป็นต้องรู้เพื่อการโต้แย้งหรือชี้แจงหรือป้องกันสิทธิของตน
  3. 3.มีสิทธิตรวจดูได้ทุกฉบับโดยไม่มีข้อยกเว้น
  4. 4.มีสิทธิเฉพาะเมื่อได้รับอนุญาตจากศาลปกครองก่อน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. มีสิทธิขอตรวจดูเอกสารที่จำเป็นต้องรู้เพื่อการโต้แย้งหรือชี้แจงหรือป้องกันสิทธิของตน

คู่กรณีมีสิทธิขอตรวจดูเอกสารที่จำเป็นต้องรู้เพื่อโต้แย้ง ชี้แจง หรือป้องกันสิทธิของตน เพราะจะโต้แย้งได้ต้องรู้ก่อนว่าถูกกล่าวหาด้วยข้อเท็จจริงใด แต่สิทธินี้ไม่ใช่สิทธิเด็ดขาด เจ้าหน้าที่ปฏิเสธได้หากเป็นเอกสารที่ยังไม่ได้จัดทำเสร็จ หรือการเปิดเผยจะกระทบต่อประโยชน์สาธารณะหรือประโยชน์ของบุคคลอื่น

ข้อ 21

กรณีใดที่เจ้าหน้าที่ออกคำสั่งทางปกครองได้โดยไม่ต้องให้คู่กรณีมีโอกาสโต้แย้งก่อน

  1. 1.เมื่อคู่กรณีอยู่ต่างจังหวัด
  2. 2.เมื่อมีความจำเป็นเร่งด่วน หากปล่อยให้เนิ่นช้าจะเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือกระทบประโยชน์สาธารณะ
  3. 3.เมื่อผู้บังคับบัญชาสั่งให้รีบดำเนินการ
  4. 4.เมื่อเจ้าหน้าที่เห็นว่าคู่กรณีคงไม่มีข้อโต้แย้งอยู่แล้ว
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. เมื่อมีความจำเป็นเร่งด่วน หากปล่อยให้เนิ่นช้าจะเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือกระทบประโยชน์สาธารณะ

หลักคือต้องให้คู่กรณีมีโอกาสทราบข้อเท็จจริงและโต้แย้งก่อนออกคำสั่งที่กระทบสิทธิ แต่มีข้อยกเว้นเมื่อมีความจำเป็นเร่งด่วนที่หากปล่อยให้ล่าช้าจะเสียหายร้ายแรง เมื่อจะทำให้ระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ต้องล่าช้าออกไป หรือเป็นมาตรการบังคับทางปกครอง ทั้งนี้ต้องเป็นเหตุตามกฎหมาย ไม่ใช่ความสะดวกของเจ้าหน้าที่

ข้อ 22

ข้อใดเป็น "คำสั่งทางปกครอง"

  1. 1.กฎกระทรวงที่ออกใช้บังคับเป็นการทั่วไป
  2. 2.คำสั่งไม่อนุมัติคำขอต่อใบอนุญาตของนาย ก. เป็นการเฉพาะราย
  3. 3.หนังสือเวียนซักซ้อมความเข้าใจภายในกรม
  4. 4.พระราชบัญญัติที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. คำสั่งไม่อนุมัติคำขอต่อใบอนุญาตของนาย ก. เป็นการเฉพาะราย

คำสั่งทางปกครองคือการใช้อำนาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่มีผลเป็นการสร้าง เปลี่ยนแปลง โอน สงวน ระงับ หรือมีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล โดยมุ่งใช้กับ "กรณีเฉพาะราย" การไม่อนุมัติคำขอของนาย ก. จึงเข้านิยาม ส่วนกฎกระทรวงและพระราชบัญญัติเป็น "กฎ" ที่ใช้บังคับเป็นการทั่วไป และหนังสือเวียนภายในไม่ได้กระทบสิทธิของประชาชนโดยตรง

ฝึกทำแบบจับเวลาและสุ่มข้อใหม่ทุกรอบ

โหมดฝึกจะสุ่มข้อใหม่ให้ทุกครั้ง เฉลยทันทีหลังตอบ และถ้าเข้าสู่ระบบไว้ระบบจะจำว่าคุณทำข้อไหนไปแล้ว พร้อมเก็บข้อที่ตอบผิดไว้ให้กลับมาแก้ตัว

เทคนิคทำข้อสอบวิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี

  • จับหลักว่า "ใครเป็นผู้มีอำนาจ" ในแต่ละเรื่องให้ได้ก่อน แล้วรายละเอียดจะตามมาเอง
  • โทษทางวินัยให้จำเรียงลำดับจากเบาไปหนัก แล้วแยกให้ออกว่าอะไรคือวินัยร้ายแรง
  • ข้อสอบชอบถามความต่างระหว่างละเมิดที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่กับที่ไม่ใช่ ให้ฝึกแยกสองกรณีนี้

หัวข้ออื่นในวิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี

คำถามที่พบบ่อย

ข้อสอบ พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ออกสอบในสนามไหนบ้าง

หัวข้อพ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง อยู่ในวิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี ซึ่งใช้สอบในก.พ. ภาค ก และ กองทัพบก ภาค ก และ ครูผู้ช่วย ภาค ก ในเว็บนี้มีข้อสอบหัวข้อนี้ทั้งหมด 22 ข้อ

แนวข้อสอบ พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง มีเฉลยอธิบายไหม

ทุกข้อมีเฉลยพร้อมคำอธิบายว่าทำไมตัวเลือกนั้นถึงถูก และหน้านี้เปิดให้อ่านครบทั้ง 22 ข้อฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก

ฝึกทำข้อสอบ พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ต้องเสียเงินไหม

ไม่เสียค่าใช้จ่าย ใช้ได้ฟรีทั้งหมด ไม่ต้องสมัครสมาชิกก็เริ่มฝึกได้ แต่ถ้าเข้าสู่ระบบ ระบบจะจำว่าทำข้อไหนไปแล้วและเก็บข้อที่ตอบผิดไว้ให้กลับมาทบทวน