คลังแนวข้อสอบกระดานอันดับ

แนวข้อสอบ พ.ร.ฎ. หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี 22 ข้อ พร้อมเฉลย

ในคลัง 22 ข้อวิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดีก.พ. ภาค กกองทัพบก ภาค กครูผู้ช่วย ภาค ก

หน้านี้รวมแนวข้อสอบหัวข้อพ.ร.ฎ. หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (เรียกสั้น ๆ ว่า พ.ร.ฎ. บ้านเมืองที่ดี หรือ ธรรมาภิบาล) จำนวน 22 ข้อ พร้อมเฉลยและคำอธิบายว่าทำไมตัวเลือกนั้นถึงถูก ทุกข้อจัดทำขึ้นใหม่ตามผังการออกข้อสอบ ไม่ใช่ข้อสอบเก่าของหน่วยงานใด อ่านฟรีทั้งหมดโดยไม่ต้องสมัครสมาชิก

ข้อสอบ พ.ร.ฎ. หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พร้อมเฉลย ครบทั้ง 22 ข้อ

ข้อ 1

พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ประกาศใช้เมื่อ พ.ศ. ใด

  1. 1.พ.ศ. 2540
  2. 2.พ.ศ. 2542
  3. 3.พ.ศ. 2546
  4. 4.พ.ศ. 2550
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. พ.ศ. 2546

พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 เป็นกฎหมายหลักที่วางกรอบการบริหารราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ คุ้มค่า และตอบสนองความต้องการของประชาชน (ต่อมามีฉบับที่ 2 พ.ศ. 2562 แก้ไขเพิ่มเติม)

ข้อ 2

ข้อใดไม่ใช่เป้าหมายของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ตามพระราชกฤษฎีกาฯ พ.ศ. 2546

  1. 1.เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
  2. 2.เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
  3. 3.เพิ่มขั้นตอนการปฏิบัติงานให้รัดกุมที่สุด
  4. 4.ประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. เพิ่มขั้นตอนการปฏิบัติงานให้รัดกุมที่สุด

พระราชกฤษฎีกาฯ มุ่ง "ลด" ขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ไม่จำเป็น ไม่ใช่เพิ่มขั้นตอน เป้าหมายที่กฎหมายกำหนดได้แก่ เกิดประโยชน์สุขของประชาชน เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ มีประสิทธิภาพและคุ้มค่า ลดขั้นตอนที่เกินความจำเป็น และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

ข้อ 3

ข้อใดไม่ใช่เป้าหมายของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546

  1. 1.เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
  2. 2.เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
  3. 3.ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น
  4. 4.ทำให้ส่วนราชการมีกำไรสูงสุดจากการให้บริการ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 4. ทำให้ส่วนราชการมีกำไรสูงสุดจากการให้บริการ

เป้าหมายตามมาตรา 6 มี 7 ประการ เช่น เกิดประโยชน์สุขของประชาชน เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ มีประสิทธิภาพและคุ้มค่า ลดขั้นตอนที่เกินจำเป็น และประเมินผลอย่างสม่ำเสมอ — ราชการไม่ได้มุ่งแสวงหากำไร

ข้อ 4

ข้อใดคือแนวทางที่สอดคล้องกับหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีมากที่สุด

  1. 1.เพิ่มขั้นตอนการตรวจสอบให้มากที่สุดเพื่อความรอบคอบ
  2. 2.ลดขั้นตอนการปฏิบัติงานที่เกินความจำเป็นและกระจายอำนาจตัดสินใจ
  3. 3.รวมศูนย์การตัดสินใจไว้ที่ผู้บริหารสูงสุดเพียงคนเดียว
  4. 4.ให้บริการเฉพาะในเวลาราชการอย่างเคร่งครัดเท่านั้น
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ลดขั้นตอนการปฏิบัติงานที่เกินความจำเป็นและกระจายอำนาจตัดสินใจ

พ.ร.ฎ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มุ่งให้ราชการไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น กระจายอำนาจการตัดสินใจ และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

ข้อ 5

ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี คือการบริหารราชการเพื่อบรรลุเป้าหมายกี่ประการ

  1. 1.5 ประการ
  2. 2.6 ประการ
  3. 3.7 ประการ
  4. 4.9 ประการ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. 7 ประการ

พระราชกฤษฎีกาฯ พ.ศ. 2546 กำหนดเป้าหมายของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีไว้ 7 ประการ ได้แก่ (1) เกิดประโยชน์สุขของประชาชน (2) เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ (3) มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ (4) ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น (5) มีการปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการให้ทันต่อสถานการณ์ (6) ประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ และ (7) มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการอย่างสม่ำเสมอ ตัวเลข 5, 6 และ 9 เป็นตัวลวงที่มักสับสนกับจำนวนหลักธรรมาภิบาลหรือจำนวนหมวดของกฎหมาย

ข้อ 6

องค์กรใดมีหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และติดตามดูแลให้ส่วนราชการปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

  1. 1.ก.พ. (คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน)
  2. 2.ก.พ.ร. (คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ)
  3. 3.ก.พ.ค. (คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม)
  4. 4.ป.ป.ช. (คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ)
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ก.พ.ร. (คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ)

พระราชกฤษฎีกาฯ กำหนดบทบาทของ ก.พ.ร. (คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ) ไว้หลายมาตรา ทั้งการกำหนดหลักเกณฑ์การกระจายอำนาจตัดสินใจ การกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติราชการ และการเสนอคณะรัฐมนตรีให้จัดสรรเงินรางวัลแก่ส่วนราชการที่มีผลงานดี ตัวลวง ก.พ. ดูแลการบริหารงานบุคคลของข้าราชการพลเรือน ก.พ.ค. ทำหน้าที่พิจารณาอุทธรณ์และร้องทุกข์ ส่วน ป.ป.ช. ทำหน้าที่ปราบปรามการทุจริต ไม่ใช่ผู้ขับเคลื่อนพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้

ข้อ 7

ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ผู้ใดมีหน้าที่จัดให้ส่วนราชการภายในกระทรวงที่ให้บริการประชาชนร่วมกันจัดตั้ง "ศูนย์บริการร่วม"

  1. 1.ปลัดกระทรวง
  2. 2.รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
  3. 3.เลขาธิการ ก.พ.ร.
  4. 4.นายกรัฐมนตรี
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. ปลัดกระทรวง

พระราชกฤษฎีกาฯ หมวดการลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน กำหนดให้เป็นหน้าที่ของปลัดกระทรวงที่จะจัดให้ส่วนราชการภายในกระทรวงซึ่งรับผิดชอบงานบริการประชาชน ร่วมกันจัดตั้งศูนย์บริการร่วม เพื่อให้ประชาชนติดต่อสอบถาม ขอทราบข้อมูล ขออนุญาต หรือขออนุมัติได้ ณ ที่แห่งเดียว (One Stop Service) ตัวลวงที่เป็นฝ่ายการเมือง (รัฐมนตรี/นายกรัฐมนตรี) ผิด เพราะกฎหมายมุ่งให้ฝ่ายประจำผู้บังคับบัญชาสูงสุดของกระทรวงเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนเลขาธิการ ก.พ.ร. เป็นฝ่ายกำหนดหลักเกณฑ์และส่งเสริม ไม่ใช่ผู้จัดตั้งศูนย์ในกระทรวงอื่น

ข้อ 8

ประชาชนยื่นคำขออนุญาตต่อเจ้าหน้าที่ ณ ศูนย์บริการร่วมของกระทรวงแห่งหนึ่ง ผลทางกฎหมายตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี เป็นอย่างไร

  1. 1.ยังไม่มีผล ประชาชนต้องนำคำขอไปยื่นต่อกรมเจ้าของเรื่องอีกครั้งหนึ่ง
  2. 2.มีผลเฉพาะเมื่อเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการร่วมได้รับมอบอำนาจเป็นหนังสือจากอธิบดีแล้วเท่านั้น
  3. 3.มีผลเป็นเพียงการสอบถามข้อมูล ไม่ถือเป็นการยื่นคำขอ
  4. 4.ถือว่าเป็นการยื่นคำขอต่อส่วนราชการที่เกี่ยวข้องแล้ว และศูนย์ฯ ต้องส่งเรื่องต่อให้ส่วนราชการนั้นดำเนินการ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 4. ถือว่าเป็นการยื่นคำขอต่อส่วนราชการที่เกี่ยวข้องแล้ว และศูนย์ฯ ต้องส่งเรื่องต่อให้ส่วนราชการนั้นดำเนินการ

หัวใจของศูนย์บริการร่วมคือการลดขั้นตอนและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน กฎหมายจึงกำหนดให้ถือว่าการยื่นคำขอหรือเอกสาร ณ ศูนย์บริการร่วม เป็นการยื่นต่อส่วนราชการที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ มีหน้าที่รับเรื่องและส่งต่อให้ส่วนราชการเจ้าของเรื่องดำเนินการ ตัวลวงทุกข้อสะท้อนแนวคิดเก่าที่ผลักภาระให้ประชาชนต้องวิ่งติดต่อหลายหน่วยงาน ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์ของพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้

ข้อ 9

เมื่อส่วนราชการได้รับการติดต่อสอบถามเป็นหนังสือจากประชาชนเกี่ยวกับงานที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของตน ส่วนราชการต้องตอบคำถามหรือแจ้งการดำเนินการให้ทราบภายในกี่วัน (กรณีไม่มีการกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงานนั้นไว้เป็นการเฉพาะ)

  1. 1.7 วัน
  2. 2.15 วัน
  3. 3.30 วัน
  4. 4.60 วัน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. 15 วัน

พระราชกฤษฎีกาฯ หมวดการอำนวยความสะดวกและการตอบสนองความต้องการของประชาชน กำหนดให้ส่วนราชการต้องตอบคำถามหรือแจ้งการดำเนินการให้ผู้ติดต่อทราบภายใน 15 วัน หรือภายในกำหนดเวลาแล้วเสร็จของงานนั้นที่ได้ประกาศไว้ ตัวเลข 30 และ 60 วันเป็นตัวลวงที่มักสับสนกับกำหนดเวลาอุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง ส่วน 7 วันไม่มีบทบัญญัติรองรับ

ข้อ 10

การที่พระราชกฤษฎีกาฯ กำหนดให้ส่วนราชการกระจายอำนาจการตัดสินใจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ ไปยังผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบเรื่องนั้นโดยตรง มีวัตถุประสงค์หลักตามข้อใด

  1. 1.เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงพ้นจากความรับผิดชอบในผลของการตัดสินใจ
  2. 2.เพื่อเพิ่มจำนวนตำแหน่งบริหารและขยายโครงสร้างของส่วนราชการ
  3. 3.เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว ลดขั้นตอนการปฏิบัติราชการ และมุ่งผลให้เกิดความสะดวกรวดเร็วในการบริการประชาชน
  4. 4.เพื่อให้ผู้รับมอบอำนาจใช้ดุลพินิจได้โดยอิสระ ปราศจากการตรวจสอบใด ๆ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว ลดขั้นตอนการปฏิบัติราชการ และมุ่งผลให้เกิดความสะดวกรวดเร็วในการบริการประชาชน

การกระจายอำนาจการตัดสินใจอยู่ในหมวดการลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน โดยกฎหมายระบุชัดว่าต้องมุ่งผลให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วในการบริการประชาชน ตัวลวงข้อแรกผิด เพราะการกระจายอำนาจไม่ได้ปลดเปลื้องความรับผิดชอบในการกำกับดูแล ข้อที่สองผิดเพราะขัดกับเจตนารมณ์การลดขั้นตอนและความคุ้มค่า ส่วนข้อสุดท้ายผิดเพราะกฎหมายบังคับให้ต้องมีหลักเกณฑ์การควบคุม ติดตาม และกำกับดูแลการใช้อำนาจนั้นด้วย

ข้อ 11

เมื่อส่วนราชการได้กระจายอำนาจการตัดสินใจให้ผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบโดยตรงแล้ว ส่วนราชการนั้นยังต้องดำเนินการในเรื่องใดตามพระราชกฤษฎีกาฯ

  1. 1.กำหนดหลักเกณฑ์การควบคุม ติดตาม และกำกับดูแลการใช้อำนาจของผู้รับมอบอำนาจ
  2. 2.เรียกคืนอำนาจทุกครั้งที่มีเรื่องร้องเรียนจากประชาชน โดยไม่ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง
  3. 3.เสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบเป็นราย ๆ ไปก่อนใช้อำนาจทุกครั้ง
  4. 4.ยกเลิกการรายงานผลการปฏิบัติงานของผู้รับมอบอำนาจ เพื่อไม่ให้เป็นการเพิ่มขั้นตอน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. กำหนดหลักเกณฑ์การควบคุม ติดตาม และกำกับดูแลการใช้อำนาจของผู้รับมอบอำนาจ

พระราชกฤษฎีกาฯ กำหนดว่าเมื่อกระจายอำนาจการตัดสินใจแล้ว ส่วนราชการต้องกำหนดหลักเกณฑ์การควบคุม ติดตาม และกำกับดูแลการใช้อำนาจนั้น เพื่อให้การกระจายอำนาจมาพร้อมความรับผิดชอบ (accountability) ตัวลวงข้อ 2 และ 4 เข้าใจผิดว่า "ลดขั้นตอน" แปลว่าเลิกตรวจสอบ ส่วนข้อ 3 ขัดกับเจตนารมณ์โดยตรง เพราะการต้องขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีทุกครั้งคือการเพิ่มขั้นตอนเกินความจำเป็น

ข้อ 12

ตามพระราชกฤษฎีกาฯ การประเมินผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการโดยคณะผู้ประเมินอิสระ ต้องประเมินในเรื่องใดบ้าง

  1. 1.จำนวนบุคลากร งบประมาณคงเหลือ และจำนวนโครงการที่เสนอของบประมาณ
  2. 2.ความอาวุโสของผู้บริหาร ปริมาณเอกสารที่จัดเก็บ และจำนวนการประชุม
  3. 3.ผลการสอบวัดความรู้ของข้าราชการและจำนวนชั่วโมงการฝึกอบรมเท่านั้น
  4. 4.ผลสัมฤทธิ์ของภารกิจ คุณภาพการให้บริการ ความพึงพอใจของประชาชนผู้รับบริการ และความคุ้มค่าในภารกิจ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 4. ผลสัมฤทธิ์ของภารกิจ คุณภาพการให้บริการ ความพึงพอใจของประชาชนผู้รับบริการ และความคุ้มค่าในภารกิจ

หมวดการประเมินผลการปฏิบัติราชการกำหนดให้ส่วนราชการจัดให้มีคณะผู้ประเมินอิสระประเมินผลสัมฤทธิ์ของภารกิจ คุณภาพการให้บริการ ความพึงพอใจของประชาชนผู้รับบริการ และความคุ้มค่าในภารกิจ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.พ.ร. กำหนด ตัวลวงทั้งสามข้อวัดแต่ "ปัจจัยนำเข้า" หรือปริมาณงานภายใน ซึ่งไม่สะท้อนผลลัพธ์ต่อประชาชนตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย

ข้อ 13

ส่วนราชการแห่งหนึ่งให้บริการที่มีคุณภาพ บรรลุเป้าหมาย และเป็นที่พึงพอใจของประชาชน อีกทั้งยังลดค่าใช้จ่ายต่อหน่วยลงได้ ตามพระราชกฤษฎีกาฯ จะเกิดผลใดตามมา

  1. 1.ส่วนราชการนั้นจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องถูกประเมินผลการปฏิบัติราชการในปีถัดไป
  2. 2.ก.พ.ร. เสนอคณะรัฐมนตรีจัดสรรเงินเพิ่มพิเศษเป็นบำเหน็จความชอบ หรือเงินรางวัลการเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ส่วนราชการนั้น
  3. 3.งบประมาณของส่วนราชการนั้นจะถูกตัดลงในปีถัดไปเท่ากับค่าใช้จ่ายที่ประหยัดได้
  4. 4.ผู้บริหารของส่วนราชการนั้นจะได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ก.พ.ร. เสนอคณะรัฐมนตรีจัดสรรเงินเพิ่มพิเศษเป็นบำเหน็จความชอบ หรือเงินรางวัลการเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ส่วนราชการนั้น

พระราชกฤษฎีกาฯ วางกลไกจูงใจไว้ว่า หากส่วนราชการให้บริการที่มีคุณภาพ เป็นที่พึงพอใจของประชาชน หรือเพิ่มผลสัมฤทธิ์และลดค่าใช้จ่ายต่อหน่วยได้ตามหลักเกณฑ์ที่ ก.พ.ร. กำหนด ให้ ก.พ.ร. เสนอคณะรัฐมนตรีจัดสรรเงินเพิ่มพิเศษเป็นบำเหน็จความชอบหรือเงินรางวัลการเพิ่มประสิทธิภาพ ตัวลวงข้อ 3 ขัดกับหลักการจูงใจโดยตรง (ถ้าประหยัดแล้วถูกตัดงบ ย่อมไม่มีใครประหยัด) ส่วนข้อ 1 และ 4 ไม่มีบทบัญญัติใดรองรับ

ข้อ 14

ในการปฏิบัติราชการที่เกี่ยวข้องกับการบริการประชาชน พระราชกฤษฎีกาฯ กำหนดให้ส่วนราชการต้องกำหนดสิ่งใดและประกาศให้ประชาชนกับข้าราชการทราบเป็นการทั่วไป

  1. 1.อัตราค่าธรรมเนียมพิเศษสำหรับผู้ต้องการบริการเร่งด่วน
  2. 2.รายชื่อและเงินเดือนของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานแต่ละงาน
  3. 3.ระยะเวลาแล้วเสร็จของงานแต่ละงาน
  4. 4.จำนวนเรื่องสูงสุดที่จะรับพิจารณาได้ในแต่ละวัน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. ระยะเวลาแล้วเสร็จของงานแต่ละงาน

หมวดการอำนวยความสะดวกและการตอบสนองความต้องการของประชาชน กำหนดให้ส่วนราชการกำหนด "ระยะเวลาแล้วเสร็จของงานแต่ละงาน" และประกาศให้ประชาชนและข้าราชการทราบทั่วกัน เพื่อให้ประชาชนคาดหมายและตรวจสอบได้ โดยเป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาที่ต้องกำกับให้งานเสร็จตามกำหนด ตัวลวงข้อ 1 และ 4 ขัดหลักการให้บริการที่เสมอภาคและไม่มีกฎหมายรองรับ ส่วนข้อ 2 เป็นข้อมูลบุคคลที่ไม่เกี่ยวกับการกำหนดมาตรฐานระยะเวลาบริการ

ข้อ 15

การที่กฎหมายกำหนดให้ส่วนราชการจัดทำแผนภูมิขั้นตอนและระยะเวลาการดำเนินการของงานบริการประชาชน แล้วเปิดเผยไว้ ณ ที่ทำการและในระบบเครือข่ายสารสนเทศ สอดคล้องกับหลักการใดมากที่สุด

  1. 1.หลักการรวมศูนย์อำนาจการตัดสินใจไว้ที่ผู้บังคับบัญชาสูงสุด
  2. 2.หลักการรักษาความลับของทางราชการ
  3. 3.หลักการประหยัดงบประมาณด้านการประชาสัมพันธ์
  4. 4.หลักความโปร่งใสและการอำนวยความสะดวก ให้ประชาชนทราบขั้นตอนและตรวจสอบความล่าช้าได้
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 4. หลักความโปร่งใสและการอำนวยความสะดวก ให้ประชาชนทราบขั้นตอนและตรวจสอบความล่าช้าได้

การเปิดเผยแผนภูมิขั้นตอนและระยะเวลาการดำเนินการทำให้ประชาชนรู้ล่วงหน้าว่างานของตนต้องผ่านกี่ขั้นตอน ใช้เวลาเท่าใด และสามารถตรวจสอบได้เมื่อเกิดความล่าช้า จึงเป็นทั้งการอำนวยความสะดวกและการสร้างความโปร่งใส ตัวลวงข้อ 1 และ 2 ขัดกับเจตนารมณ์ของพระราชกฤษฎีกาฯ โดยตรง ส่วนข้อ 3 เป็นผลพลอยได้ที่ไม่ใช่วัตถุประสงค์ของบทบัญญัตินี้

ข้อ 16

ตามพระราชกฤษฎีกาฯ การสั่งราชการของผู้บังคับบัญชา ต้องดำเนินการอย่างไร

  1. 1.โดยปกติให้สั่งเป็นลายลักษณ์อักษร เว้นแต่มีความจำเป็นจะสั่งด้วยวาจาก็ได้ แต่ผู้รับคำสั่งต้องบันทึกคำสั่งนั้นไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
  2. 2.ต้องสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรเสมอ หากสั่งด้วยวาจา คำสั่งนั้นเป็นโมฆะทันที
  3. 3.จะสั่งด้วยวาจาหรือลายลักษณ์อักษรก็ได้ตามความสะดวก โดยไม่ต้องบันทึกไว้
  4. 4.ต้องสั่งด้วยวาจาก่อนเสมอ แล้วจึงออกเป็นหนังสือยืนยันภายหลังทุกกรณี
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. โดยปกติให้สั่งเป็นลายลักษณ์อักษร เว้นแต่มีความจำเป็นจะสั่งด้วยวาจาก็ได้ แต่ผู้รับคำสั่งต้องบันทึกคำสั่งนั้นไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

พระราชกฤษฎีกาฯ วางหลักว่าการสั่งราชการโดยปกติให้ทำเป็นลายลักษณ์อักษร แต่หากผู้บังคับบัญชามีความจำเป็นที่ไม่อาจสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรในขณะนั้น จะสั่งด้วยวาจาก็ได้ โดยผู้รับคำสั่งต้องบันทึกคำสั่งด้วยวาจาไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และเมื่อปฏิบัติแล้วให้บันทึกรายงานให้ผู้สั่งทราบ ตัวลวงข้อ 2 เคร่งเกินไป (กฎหมายเปิดช่องให้สั่งด้วยวาจาได้ในกรณีจำเป็น) ข้อ 3 หละหลวมเกินไปเพราะละเลยหน้าที่บันทึก และข้อ 4 กลับหลักของกฎหมาย

ข้อ 17

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกี่ยวข้องกับพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีอย่างไร

  1. 1.ไม่เกี่ยวข้องเลย เพราะเป็นอิสระตามหลักการกระจายอำนาจ จึงไม่ต้องมีหลักเกณฑ์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
  2. 2.ต้องปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกานี้ทุกมาตราเช่นเดียวกับส่วนราชการทุกประการ
  3. 3.ต้องจัดทำหลักเกณฑ์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีของตนเอง โดยอย่างน้อยต้องมีเรื่องการลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน และการอำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชน
  4. 4.ต้องส่งแผนปฏิบัติราชการให้ ก.พ.ร. อนุมัติก่อนจึงจะใช้บังคับได้
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. ต้องจัดทำหลักเกณฑ์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีของตนเอง โดยอย่างน้อยต้องมีเรื่องการลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน และการอำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชน

คำนิยาม "ส่วนราชการ" ตามพระราชกฤษฎีกาฯ ไม่รวมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่กฎหมายกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำหลักเกณฑ์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีของตนขึ้น โดยอย่างน้อยต้องมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน และการอำนวยความสะดวกและการตอบสนองความต้องการของประชาชน ตัวลวงข้อ 1 ผิดเพราะท้องถิ่นไม่ได้หลุดพ้นจากหลักธรรมาภิบาล ข้อ 2 ผิดเพราะไม่ได้ถูกบังคับใช้ทุกมาตราโดยตรง และข้อ 4 ไม่มีบทบัญญัติรองรับ

ข้อ 18

ตามพระราชกฤษฎีกาฯ ในการจัดซื้อจัดจ้าง ส่วนราชการต้องยึดถือแนวทางใด

  1. 1.ถือราคาต่ำสุดเป็นเกณฑ์ตัดสินเพียงประการเดียวเสมอ เพื่อความคุ้มค่าสูงสุด
  2. 2.ดำเนินการโดยเปิดเผยและเที่ยงธรรม โดยพิจารณาประโยชน์และผลเสียทางสังคม ภาระต่อประชาชน คุณภาพ วัตถุประสงค์ที่จะใช้ ราคา และประโยชน์ระยะยาวประกอบกัน
  3. 3.เลือกผู้ขายที่เป็นหน่วยงานของรัฐด้วยกันก่อนเสมอ โดยไม่ต้องเปรียบเทียบราคา
  4. 4.ให้ผู้บังคับบัญชาสูงสุดเป็นผู้ตัดสินใจแต่เพียงผู้เดียวโดยไม่ต้องเปิดเผยเหตุผล
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ดำเนินการโดยเปิดเผยและเที่ยงธรรม โดยพิจารณาประโยชน์และผลเสียทางสังคม ภาระต่อประชาชน คุณภาพ วัตถุประสงค์ที่จะใช้ ราคา และประโยชน์ระยะยาวประกอบกัน

หมวดการบริหารราชการอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ กำหนดให้การจัดซื้อจัดจ้างต้องกระทำโดยเปิดเผยและเที่ยงธรรม โดยพิจารณาประโยชน์และผลเสียทางสังคม ภาระต่อประชาชน คุณภาพ วัตถุประสงค์ที่จะใช้ ราคา และประโยชน์ระยะยาวประกอบกัน จึงเป็นการปฏิเสธการยึดราคาต่ำสุดเป็นเกณฑ์เดียว (ตัวลวงข้อ 1 ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดที่พบบ่อย เพราะของถูกที่คุณภาพต่ำอาจไม่คุ้มค่าในระยะยาว) ส่วนข้อ 3 และ 4 ขัดหลักความเปิดเผยและเที่ยงธรรมโดยตรง

ข้อ 19

ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 แผนการบริหารราชการแผ่นดินจัดทำเป็นแผนระยะกี่ปี

  1. 1.1 ปี
  2. 2.3 ปี
  3. 3.4 ปี
  4. 4.5 ปี
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. 4 ปี

แผนการบริหารราชการแผ่นดินจัดทำเป็นแผนสี่ปี ให้สอดคล้องกับวาระการดำรงตำแหน่งของคณะรัฐมนตรี โดยนำนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภามาแปลงเป็นแผน จากนั้นส่วนราชการจึงจัดทำแผนปฏิบัติราชการของตนให้สอดรับกันอีกชั้นหนึ่ง เป็นการเชื่อมนโยบายระดับชาติลงมาถึงงานประจำวันของหน่วยงาน

ข้อ 20

การที่พระราชกฤษฎีกาฯ กำหนดให้ส่วนราชการจัดทำบัญชีต้นทุนในงานบริการสาธารณะแต่ละประเภท มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสิ่งใด

  1. 1.ใช้เป็นหลักฐานประกอบการเบิกจ่ายของกรมบัญชีกลาง
  2. 2.ให้รู้ต้นทุนที่แท้จริงเพื่อประเมินความคุ้มค่าและหาทางลดรายจ่ายโดยไม่กระทบคุณภาพบริการ
  3. 3.ใช้กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมให้เก็บจากประชาชนได้สูงขึ้น
  4. 4.ใช้เปรียบเทียบเงินเดือนระหว่างส่วนราชการ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ให้รู้ต้นทุนที่แท้จริงเพื่อประเมินความคุ้มค่าและหาทางลดรายจ่ายโดยไม่กระทบคุณภาพบริการ

บัญชีต้นทุนต่อหน่วยของงานบริการสาธารณะทำให้ส่วนราชการรู้ว่าบริการแต่ละอย่างใช้ทรัพยากรเท่าใดจริง ๆ ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐานของหลัก "ความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ" เมื่อพบว่าต้นทุนสูงกว่าที่ควรต้องจัดทำแผนลดรายจ่ายต่อหน่วย โดยยังคงคุณภาพบริการไว้ ไม่ใช่การผลักภาระเป็นค่าธรรมเนียมให้ประชาชน

ข้อ 21

พระราชกฤษฎีกาฯ กำหนดให้ส่วนราชการต้องทบทวนภารกิจของตนอยู่เสมอ เพื่อพิจารณาเรื่องใด

  1. 1.ว่าภารกิจใดควรยกเลิก ปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงวิธีดำเนินการ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และงบประมาณ
  2. 2.ว่าควรเพิ่มจำนวนข้าราชการในหน่วยงานอีกเท่าใด
  3. 3.ว่าควรย้ายที่ตั้งสำนักงานไปจังหวัดใด
  4. 4.ว่าควรเปลี่ยนผู้บังคับบัญชาระดับใดบ้าง
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. ว่าภารกิจใดควรยกเลิก ปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงวิธีดำเนินการ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และงบประมาณ

กฎหมายบังคับให้ทบทวนภารกิจว่ายังจำเป็นอยู่หรือไม่ สอดคล้องกับแผนการบริหารราชการแผ่นดิน กำลังเงินงบประมาณ และสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปเพียงใด หากภารกิจใดหมดความจำเป็นหรือซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น ต้องเสนอให้ยกเลิกหรือปรับปรุง หลักนี้ตอบเป้าหมายที่ว่าไม่ให้มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น

ข้อ 22

เมื่อมีการประกาศใช้แผนการบริหารราชการแผ่นดินแล้ว ส่วนราชการมีหน้าที่ต้องดำเนินการอย่างไร

  1. 1.รอรับคำสั่งจากคณะรัฐมนตรีเป็นรายเรื่อง
  2. 2.จัดทำแผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการให้สอดคล้องกับแผนการบริหารราชการแผ่นดิน
  3. 3.จัดทำเฉพาะคำของบประมาณประจำปีก็เพียงพอ
  4. 4.เสนอแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดก่อนเริ่มปฏิบัติงาน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. จัดทำแผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการให้สอดคล้องกับแผนการบริหารราชการแผ่นดิน

ส่วนราชการต้องจัดทำแผนปฏิบัติราชการของตนให้สอดคล้องกับแผนการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งแผนสี่ปีและแผนปฏิบัติราชการประจำปี โดยแผนประจำปีต้องระบุสาระสำคัญของภารกิจ เป้าหมาย ผลสัมฤทธิ์ และงบประมาณที่ต้องใช้ แล้วเสนอรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ เพื่อใช้เป็นฐานในการขอตั้งงบประมาณต่อไป

ฝึกทำแบบจับเวลาและสุ่มข้อใหม่ทุกรอบ

โหมดฝึกจะสุ่มข้อใหม่ให้ทุกครั้ง เฉลยทันทีหลังตอบ และถ้าเข้าสู่ระบบไว้ระบบจะจำว่าคุณทำข้อไหนไปแล้ว พร้อมเก็บข้อที่ตอบผิดไว้ให้กลับมาแก้ตัว

เทคนิคทำข้อสอบวิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี

  • จับหลักว่า "ใครเป็นผู้มีอำนาจ" ในแต่ละเรื่องให้ได้ก่อน แล้วรายละเอียดจะตามมาเอง
  • โทษทางวินัยให้จำเรียงลำดับจากเบาไปหนัก แล้วแยกให้ออกว่าอะไรคือวินัยร้ายแรง
  • ข้อสอบชอบถามความต่างระหว่างละเมิดที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่กับที่ไม่ใช่ ให้ฝึกแยกสองกรณีนี้

หัวข้ออื่นในวิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี

คำถามที่พบบ่อย

ข้อสอบ พ.ร.ฎ. หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ออกสอบในสนามไหนบ้าง

หัวข้อพ.ร.ฎ. หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี อยู่ในวิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี ซึ่งใช้สอบในก.พ. ภาค ก และ กองทัพบก ภาค ก และ ครูผู้ช่วย ภาค ก ในเว็บนี้มีข้อสอบหัวข้อนี้ทั้งหมด 22 ข้อ

แนวข้อสอบ พ.ร.ฎ. หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี มีเฉลยอธิบายไหม

ทุกข้อมีเฉลยพร้อมคำอธิบายว่าทำไมตัวเลือกนั้นถึงถูก และหน้านี้เปิดให้อ่านครบทั้ง 22 ข้อฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก

ฝึกทำข้อสอบ พ.ร.ฎ. หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ต้องเสียเงินไหม

ไม่เสียค่าใช้จ่าย ใช้ได้ฟรีทั้งหมด ไม่ต้องสมัครสมาชิกก็เริ่มฝึกได้ แต่ถ้าเข้าสู่ระบบ ระบบจะจำว่าทำข้อไหนไปแล้วและเก็บข้อที่ตอบผิดไว้ให้กลับมาทบทวน