คลังแนวข้อสอบกระดานอันดับ

แนวข้อสอบประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน 21 ข้อ พร้อมเฉลย

ในคลัง 21 ข้อวิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดีก.พ. ภาค กกองทัพบก ภาค กครูผู้ช่วย ภาค ก

หน้านี้รวมแนวข้อสอบหัวข้อประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน จำนวน 21 ข้อ พร้อมเฉลยและคำอธิบายว่าทำไมตัวเลือกนั้นถึงถูก ทุกข้อจัดทำขึ้นใหม่ตามผังการออกข้อสอบ ไม่ใช่ข้อสอบเก่าของหน่วยงานใด อ่านฟรีทั้งหมดโดยไม่ต้องสมัครสมาชิก

ข้อสอบประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน พร้อมเฉลย ครบทั้ง 21 ข้อ

ข้อ 1

ข้อใดไม่ใช่พฤติกรรมที่สอดคล้องกับจริยธรรมของข้าราชการที่ดี

  1. 1.ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเป็นกลางทางการเมือง
  2. 2.รับของขวัญมูลค่าสูงจากผู้มาติดต่อราชการเพื่อความสะดวกในการดำเนินเรื่อง
  3. 3.ให้บริการประชาชนด้วยความเสมอภาคไม่เลือกปฏิบัติ
  4. 4.รักษาความลับของทางราชการ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. รับของขวัญมูลค่าสูงจากผู้มาติดต่อราชการเพื่อความสะดวกในการดำเนินเรื่อง

การรับของขวัญมูลค่าสูงจากผู้มาติดต่อราชการเพื่อแลกกับความสะดวก เป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม และอาจเข้าข่ายการรับสินบน ซึ่งขัดต่อประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนอย่างชัดเจน ส่วนตัวเลือกอื่นล้วนเป็นพฤติกรรมที่พึงประสงค์

ข้อ 2

ข้อใดสอดคล้องกับประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนมากที่สุด

  1. 1.รับของขวัญมีมูลค่าสูงจากผู้มาติดต่อราชการ เพราะเป็นน้ำใจไมตรี
  2. 2.ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน และไม่เลือกปฏิบัติ
  3. 3.เร่งงานให้ญาติของตนก่อนผู้อื่นที่มาก่อน
  4. 4.ปกปิดข้อผิดพลาดของผู้บังคับบัญชาเพื่อรักษาชื่อเสียงหน่วยงาน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน และไม่เลือกปฏิบัติ

ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนกำหนดให้คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ ส่วนตัวเลือกอื่นล้วนเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์หรือไม่ซื่อสัตย์สุจริต

ข้อ 3

ตามประกาศของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เจ้าหน้าที่ของรัฐรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาจากบุคคลทั่วไปได้ไม่เกินมูลค่าเท่าใด ต่อคน ต่อโอกาส

  1. 1.1,000 บาท
  2. 2.2,000 บาท
  3. 3.3,000 บาท
  4. 4.5,000 บาท
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. 3,000 บาท

เจ้าหน้าที่ของรัฐรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาจากบุคคลอื่นซึ่งมิใช่ญาติได้ไม่เกิน 3,000 บาท ต่อคน ต่อโอกาส — หากเกินกว่านี้ต้องรายงานผู้บังคับบัญชา

ข้อ 4

มาตรฐานทางจริยธรรมตาม พ.ร.บ. มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 ซึ่งใช้เป็นหลักในการจัดทำประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน มี 7 ประการ ข้อใดไม่ใช่หนึ่งใน 7 ประการนั้น

  1. 1.ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ
  2. 2.มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน
  3. 3.ขวนขวายหารายได้เสริมเพื่อความมั่นคงของครอบครัว
  4. 4.ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของทางราชการ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. ขวนขวายหารายได้เสริมเพื่อความมั่นคงของครอบครัว

มาตรฐานทางจริยธรรม 7 ประการ ได้แก่ (1) ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ (2) ซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสำนึกที่ดี และรับผิดชอบต่อหน้าที่ (3) กล้าตัดสินใจและกระทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม (4) คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัวและมีจิตสาธารณะ (5) มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน (6) ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ (7) ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของทางราชการ การหารายได้เสริมเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ใช่มาตรฐานทางจริยธรรม และหากไปประกอบอาชีพที่ขัดกับหน้าที่ราชการยิ่งเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์

ข้อ 5

นายเอกเป็นกรรมการกำหนดราคากลาง ผู้บังคับบัญชาสั่งด้วยวาจาให้ปรับตัวเลขราคากลางให้สูงขึ้นเพื่อเอื้อผู้รับเหมารายหนึ่ง การกระทำใดสอดคล้องกับจริยธรรมข้อ 'กล้าตัดสินใจและกระทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม' มากที่สุด

  1. 1.ปฏิบัติตามคำสั่ง เพราะเป็นคำสั่งของผู้บังคับบัญชาโดยตรง จึงพ้นความรับผิด
  2. 2.ปฏิบัติตามคำสั่ง แต่เก็บหลักฐานไว้เงียบ ๆ เพื่อป้องกันตัวเองในภายหลัง
  3. 3.ลาป่วยหลบเลี่ยงไม่เข้าประชุมกำหนดราคากลาง เพื่อไม่ให้ตนต้องเกี่ยวข้อง
  4. 4.ทักท้วงและเสนอความเห็นแย้งเป็นลายลักษณ์อักษร หากยังยืนยันคำสั่งเดิมให้รายงานผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปหรือหน่วยตรวจสอบ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 4. ทักท้วงและเสนอความเห็นแย้งเป็นลายลักษณ์อักษร หากยังยืนยันคำสั่งเดิมให้รายงานผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปหรือหน่วยตรวจสอบ

จริยธรรมข้อ 'กล้าตัดสินใจและกระทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม' เรียกร้องให้ยืนหยัดคัดค้านสิ่งที่มิชอบอย่างเปิดเผยและเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมรายงานตามลำดับชั้นหรือหน่วยตรวจสอบ การทำตามคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่ทำให้พ้นความรับผิด (ข้อ 1 และ 2 ผิด) ส่วนการหลบเลี่ยงด้วยการลาป่วย (ข้อ 3) เป็นการเลี่ยงปัญหา ไม่ใช่ความกล้าหาญทางจริยธรรม และยังเปิดช่องให้การทุจริตเดินหน้าต่อไป

ข้อ 6

นางสาวบีได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา ต่อมาพบว่าหนึ่งในบริษัทที่ยื่นข้อเสนอเป็นของพี่ชายตนเอง นางสาวบีควรปฏิบัติอย่างไรจึงถูกต้องตามหลักการป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์

  1. 1.ทำหน้าที่ต่อไปได้ แต่ต้องให้คะแนนบริษัทของพี่ชายต่ำกว่าปกติเพื่อความเป็นกลาง
  2. 2.แจ้งข้อเท็จจริงต่อผู้แต่งตั้งทันทีและถอนตัวจากการพิจารณาในเรื่องนั้น
  3. 3.ทำหน้าที่ต่อไป แต่งดออกเสียงเฉพาะตอนลงมติ โดยไม่ต้องแจ้งใคร
  4. 4.ทำหน้าที่ต่อไปได้ เพราะพี่ชายเป็นคนละนิติบุคคลกับตน จึงไม่มีส่วนได้เสีย
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. แจ้งข้อเท็จจริงต่อผู้แต่งตั้งทันทีและถอนตัวจากการพิจารณาในเรื่องนั้น

เมื่อมีเหตุที่ทำให้ความเป็นกลางเสียไป ต้องเปิดเผยข้อเท็จจริงและถอนตัว (recusal) เพื่อให้กระบวนการโปร่งใสตรวจสอบได้ การอยู่ร่วมพิจารณาต่อไม่ว่าจะให้คะแนนต่ำลงหรืองดออกเสียง (ข้อ 1 และ 3) ก็ยังมีอิทธิพลต่อที่ประชุมและถือว่ามีส่วนได้เสีย ส่วนข้อ 4 เข้าใจผิด เพราะการขัดกันแห่งผลประโยชน์พิจารณาที่ความสัมพันธ์ส่วนตัวและผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่ใช่ที่สภาพนิติบุคคล

ข้อ 7

หัวหน้าฝ่ายคนหนึ่งให้พนักงานขับรถของหน่วยงานนำรถราชการไปรับ-ส่งบุตรของตนที่โรงเรียนทุกเช้า ก่อนเข้าปฏิบัติราชการ พฤติกรรมนี้ขัดต่อจริยธรรมข้อใดชัดเจนที่สุด

  1. 1.คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัวและมีจิตสาธารณะ
  2. 2.ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ
  3. 3.มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน
  4. 4.ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัวและมีจิตสาธารณะ

การนำรถราชการและกำลังคนของหน่วยงานไปใช้เพื่อธุระส่วนตัว คือการนำทรัพย์สินของราชการมาใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน ขัดกับจริยธรรมข้อ 'คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว' โดยตรง ส่วน 'ไม่เลือกปฏิบัติ' (ข้อ 4) เป็นเรื่องการให้บริการประชาชนอย่างเสมอภาค และ 'มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน' (ข้อ 3) เป็นเรื่องคุณภาพผลงาน จึงไม่ตรงประเด็นเท่า

ข้อ 8

เจ้าหน้าที่ผังเมืองทราบล่วงหน้าจากเอกสารราชการที่ยังไม่ประกาศว่าถนนสายใหม่จะตัดผ่านพื้นที่ใด จึงบอกญาติให้รีบไปกว้านซื้อที่ดินบริเวณนั้น พฤติกรรมนี้จัดเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์รูปแบบใด

  1. 1.การรับผลประโยชน์ต่างตอบแทน (accepting benefits)
  2. 2.การใช้ทรัพย์สินของราชการเพื่อประโยชน์ส่วนตน
  3. 3.การใช้ข้อมูลภายในของทางราชการเพื่อประโยชน์ส่วนตน
  4. 4.การทำงานให้เอกชนหลังพ้นจากตำแหน่ง
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. การใช้ข้อมูลภายในของทางราชการเพื่อประโยชน์ส่วนตน

การนำข้อมูลลับหรือข้อมูลที่ยังไม่เปิดเผยซึ่งได้มาจากตำแหน่งหน้าที่ไปใช้หรือเปิดเผยให้พวกพ้องแสวงหาประโยชน์ คือการขัดกันแห่งผลประโยชน์รูปแบบ 'การใช้ข้อมูลภายในของรัฐ' (inside information) กับดักคือข้อ 2 เพราะแม้จะเป็นเอกสารราชการ แต่สิ่งที่ถูกนำไปใช้คือ 'ข้อมูล' ไม่ใช่ตัวทรัพย์สินหรือวัสดุอุปกรณ์ของราชการ ส่วนข้อ 1 ยังไม่ปรากฏว่ามีการรับสินบนหรือของตอบแทน

ข้อ 9

องค์กรใดเป็นผู้จัดทำประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน สำหรับข้าราชการพลเรือนสามัญ

  1. 1.คณะรัฐมนตรี
  2. 2.ก.พ. ในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการพลเรือน
  3. 3.คณะกรรมการ ป.ป.ช.
  4. 4.ผู้ตรวจการแผ่นดิน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ก.พ. ในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการพลเรือน

ตาม พ.ร.บ. มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 องค์กรกลางบริหารงานบุคคลเป็นผู้จัดทำประมวลจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐในความรับผิดชอบของตน โดยยึดมาตรฐานทางจริยธรรม 7 ประการเป็นหลัก ข้าราชการพลเรือนสามัญมี ก.พ. เป็นองค์กรกลางบริหารงานบุคคล ก.พ. จึงเป็นผู้จัดทำประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน ส่วน ป.ป.ช. (ข้อ 3) ดูแลเรื่องการทุจริตและการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ไม่ใช่ผู้จัดทำประมวลจริยธรรมฉบับนี้

ข้อ 10

หน่วยงานของรัฐจัดทำ 'ข้อกำหนดจริยธรรม' ขึ้นเพิ่มเติมจากประมวลจริยธรรม เพื่อวัตถุประสงค์ใด

  1. 1.เพื่อยกเว้นการบังคับใช้ประมวลจริยธรรมบางข้อที่ไม่เหมาะกับหน่วยงาน
  2. 2.เพื่อกำหนดพฤติกรรมที่ควรกระทำและไม่ควรกระทำให้สอดคล้องกับลักษณะภารกิจเฉพาะของหน่วยงาน
  3. 3.เพื่อใช้แทนกฎหมายวินัยข้าราชการในการลงโทษไล่ออก
  4. 4.เพื่อกำหนดอัตราค่าตอบแทนพิเศษให้ผู้ปฏิบัติตามจริยธรรมดีเด่น
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. เพื่อกำหนดพฤติกรรมที่ควรกระทำและไม่ควรกระทำให้สอดคล้องกับลักษณะภารกิจเฉพาะของหน่วยงาน

ข้อกำหนดจริยธรรมเป็นการขยายความประมวลจริยธรรมให้เป็นรูปธรรมตามภารกิจเฉพาะของแต่ละหน่วยงาน เช่น หน่วยจัดซื้อจัดจ้างย่อมมีข้อกำหนดเรื่องการรับของขวัญที่เข้มกว่าหน่วยงานทั่วไป จึงห้ามลดทอนหรือยกเว้นประมวลจริยธรรม (ข้อ 1 ผิด) และไม่ใช่กฎหมายวินัยที่ใช้ลงโทษไล่ออกโดยตรง (ข้อ 3 ผิด) แม้การฝ่าฝืนจริยธรรมจะนำไปใช้ประกอบการพิจารณาแต่งตั้ง เลื่อนเงินเดือน และอาจเชื่อมโยงกับวินัยได้ก็ตาม

ข้อ 11

ผู้รับเหมาที่กำลังมีงานกับหน่วยงานนำกระเช้าปีใหม่มูลค่าประมาณ 5,000 บาท มามอบให้เจ้าหน้าที่ต่อหน้าผู้มาติดต่อจำนวนมาก จนเจ้าหน้าที่ปฏิเสธไม่ได้ในขณะนั้น เจ้าหน้าที่ควรทำอย่างไรจึงถูกต้องที่สุด

  1. 1.เก็บไว้ได้ เพราะเป็นการให้ตามประเพณีปีใหม่ ไม่ถือเป็นสินบน
  2. 2.นำไปแบ่งให้เพื่อนร่วมงานทุกคน จึงถือว่าไม่ได้รับประโยชน์ส่วนตน
  3. 3.บริจาคให้มูลนิธิด้วยตนเองโดยไม่ต้องแจ้งผู้บังคับบัญชา
  4. 4.รายงานผู้บังคับบัญชาโดยทันที เพื่อวินิจฉัยว่าสมควรรับไว้หรือไม่ หากไม่สมควรให้ส่งคืน หากคืนไม่ได้ให้ส่งมอบเป็นสิทธิของหน่วยงาน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 4. รายงานผู้บังคับบัญชาโดยทันที เพื่อวินิจฉัยว่าสมควรรับไว้หรือไม่ หากไม่สมควรให้ส่งคืน หากคืนไม่ได้ให้ส่งมอบเป็นสิทธิของหน่วยงาน

การรับทรัพย์สินโดยธรรมจรรยาจากผู้ที่มิใช่ญาติเกินมูลค่าที่กำหนด หากมีความจำเป็นต้องรับไว้เพื่อรักษาไมตรี ต้องรายงานผู้บังคับบัญชาโดยทันทีเพื่อวินิจฉัย ถ้าเห็นว่าไม่สมควรรับให้ส่งคืน และถ้าคืนไม่ได้ให้ส่งมอบให้ตกเป็นสิทธิของหน่วยงาน การเก็บไว้เอง แบ่งเพื่อน หรือบริจาคเองโดยพลการ (ข้อ 1-3) ล้วนข้ามขั้นตอนการรายงาน ทำให้เกิดข้อครหาและยังถือว่ารับทรัพย์สินไว้โดยมิชอบ ยิ่งผู้ให้เป็นคู่สัญญาที่มีงานค้างอยู่ ยิ่งเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ชัดเจน

ข้อ 12

เจ้าหน้าที่งานบริการประชาชนเห็นเพื่อนสนิทมาต่อคิวท้ายแถวยาว จึงเรียกเข้ามารับบริการก่อนผู้อื่นที่รออยู่ก่อน โดยอ้างว่า 'ใช้เวลาไม่นาน' การกระทำนี้ขัดต่อจริยธรรมข้อใดโดยตรงที่สุด

  1. 1.กล้าตัดสินใจและกระทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม
  2. 2.ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ
  3. 3.มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน
  4. 4.ซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสำนึกที่ดี และรับผิดชอบต่อหน้าที่
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ

การให้สิทธิพิเศษแก่คนรู้จักโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เป็นระบบอุปถัมภ์และขัดกับจริยธรรมข้อ 'ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ' โดยตรง แม้จะอ้างว่าเสร็จเร็ว (ซึ่งฟังดูเหมือน 'มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน' ในข้อ 3) ก็ไม่อาจลบล้างความไม่เป็นธรรมต่อประชาชนที่รอคิวมาก่อนได้

ข้อ 13

เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจพิจารณาออกใบอนุญาต พบว่าผู้ยื่นคำขอรายหนึ่งคือคู่สมรสของตน ตามหลักความเป็นกลางในการพิจารณาทางปกครอง เจ้าหน้าที่ผู้นั้นต้องดำเนินการอย่างไร

  1. 1.หยุดการพิจารณาเรื่องนั้นไว้ก่อน และแจ้งผู้บังคับบัญชาเหนือตนเพื่อสั่งการต่อไป
  2. 2.พิจารณาต่อไปได้ หากปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และไม่ให้อภิสิทธิ์แก่คู่สมรส
  3. 3.พิจารณาต่อไปได้ แต่ต้องตั้งเงื่อนไขให้เข้มงวดกว่าผู้ยื่นคำขอรายอื่น
  4. 4.โอนเรื่องให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของตนเป็นผู้พิจารณาและลงนามแทน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. หยุดการพิจารณาเรื่องนั้นไว้ก่อน และแจ้งผู้บังคับบัญชาเหนือตนเพื่อสั่งการต่อไป

กฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองวางหลักว่าเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นคู่กรณีเอง หรือเป็นคู่สมรส คู่หมั้น หรือญาติของคู่กรณี จะทำการพิจารณาทางปกครองไม่ได้ ต้องหยุดการพิจารณาและแจ้งผู้บังคับบัญชาเหนือตนเพื่อสั่งการ ความเป็นกลางต้องปรากฏภายนอกด้วย ไม่ใช่เพียงเชื่อมั่นว่าตนจะไม่ลำเอียง (ข้อ 2 และ 3 จึงผิด) ส่วนการโยนให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของตนพิจารณา (ข้อ 4) ก็ยังอยู่ใต้อิทธิพลของตน จึงไม่ขจัดความไม่เป็นกลาง

ข้อ 14

ข้าราชการรายหนึ่งโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวนอกเวลาราชการ ด่าทอผู้มารับบริการด้วยถ้อยคำหยาบคายพร้อมระบุชื่อหน่วยงานในโปรไฟล์ ข้อใดถูกต้องที่สุด

  1. 1.ไม่ผิดจริยธรรม เพราะเป็นบัญชีส่วนตัวและกระทำนอกเวลาราชการ
  2. 2.ไม่ผิดจริยธรรม หากผู้ถูกกล่าวถึงไม่ร้องเรียน
  3. 3.ผิดจริยธรรม เพราะไม่ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีและทำให้เสียภาพลักษณ์ของทางราชการ
  4. 4.ผิดจริยธรรมเฉพาะเมื่อโพสต์ในเวลาราชการเท่านั้น
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. ผิดจริยธรรม เพราะไม่ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีและทำให้เสียภาพลักษณ์ของทางราชการ

จริยธรรมข้อ 'ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของทางราชการ' ผูกพันข้าราชการทั้งในและนอกเวลาราชการ การแสดงออกในที่สาธารณะรวมถึงสื่อสังคมออนไลน์ที่ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาต่อราชการ ย่อมเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรม การมีหรือไม่มีผู้ร้องเรียน (ข้อ 2) เป็นเพียงจุดตั้งต้นของกระบวนการตรวจสอบ ไม่ใช่เงื่อนไขว่าการกระทำนั้นผิดจริยธรรมหรือไม่

ข้อ 15

คณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม (ก.ม.จ.) ตาม พ.ร.บ. มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 มีผู้ใดเป็นประธาน

  1. 1.นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย
  2. 2.ประธานศาลฎีกา
  3. 3.เลขาธิการ ก.พ.
  4. 4.ประธานกรรมการ ป.ป.ช.
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

ก.ม.จ. มีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธาน โดยมีเลขาธิการ ก.พ. เป็นกรรมการและเลขานุการ ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมและกำกับดูแลให้หน่วยงานของรัฐจัดทำประมวลจริยธรรม

ข้อ 16

บริษัทคู่สัญญาที่กำลังมีงานอยู่กับหน่วยงาน เชิญนายเอกซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจรับงาน ไปดูงานที่ต่างประเทศ 5 วัน โดยบริษัทออกค่าเดินทางและที่พักให้ทั้งหมด นายเอกควรทำอย่างไร

  1. 1.รับคำเชิญได้ เพราะเป็นการเพิ่มพูนความรู้ให้ราชการ
  2. 2.รับคำเชิญได้ ถ้าไปนอกเวลาราชการโดยใช้วันลาพักผ่อน
  3. 3.ปฏิเสธ เพราะเป็นการรับประโยชน์จากผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง อาจกระทบความเป็นกลางในการตรวจรับงาน
  4. 4.รับคำเชิญได้ ถ้าแจ้งให้เพื่อนร่วมงานทราบ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. ปฏิเสธ เพราะเป็นการรับประโยชน์จากผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง อาจกระทบความเป็นกลางในการตรวจรับงาน

การรับประโยชน์มูลค่าสูงจากผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงในงานที่ตนมีอำนาจตรวจรับ เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์อย่างชัดเจน แม้จะอ้างว่าเป็นการดูงานหรือใช้วันลาก็ตาม เพราะทำให้ความเป็นกลางในการตรวจรับงานถูกตั้งคำถามได้ทันที

ข้อ 17

"การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม" (conflict of interest) หมายถึงข้อใด

  1. 1.การที่หน่วยงานสองแห่งมีภารกิจทับซ้อนกัน
  2. 2.สถานการณ์ที่เจ้าหน้าที่มีประโยชน์ส่วนตนเข้ามาเกี่ยวข้อง จนอาจมีผลต่อการใช้ดุลพินิจในหน้าที่
  3. 3.ความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้บังคับบัญชา
  4. 4.การที่งบประมาณไม่เพียงพอต่อภารกิจ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. สถานการณ์ที่เจ้าหน้าที่มีประโยชน์ส่วนตนเข้ามาเกี่ยวข้อง จนอาจมีผลต่อการใช้ดุลพินิจในหน้าที่

Conflict of interest คือสถานการณ์ที่ประโยชน์ส่วนตัวของเจ้าหน้าที่ (หรือของญาติ/พวกพ้อง) เข้ามาเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ จนอาจทำให้การใช้ดุลพินิจเบี่ยงเบนไปจากประโยชน์ส่วนรวม — สำคัญคือ "อาจมีผล" ก็ถือว่าเข้าข่ายแล้ว ไม่ต้องรอให้เกิดความเสียหายจริง

ข้อ 18

นางบีเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัสดุ ทำงานพิเศษนอกเวลาราชการเป็นที่ปรึกษาให้บริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทที่เข้าประมูลงานกับหน่วยงานของนางบีเป็นประจำ การกระทำนี้เป็นอย่างไร

  1. 1.ทำได้ เพราะเป็นการทำงานนอกเวลาราชการ ไม่กระทบงานหลัก
  2. 2.ทำได้ ถ้าไม่ได้รับค่าตอบแทน
  3. 3.ไม่ควรทำ เพราะเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ระหว่างหน้าที่ราชการกับผลประโยชน์ส่วนตน
  4. 4.ทำได้ ถ้าบริษัทนั้นยังไม่เคยชนะการประมูล
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. ไม่ควรทำ เพราะเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ระหว่างหน้าที่ราชการกับผลประโยชน์ส่วนตน

การรับผลประโยชน์จากบริษัทที่มีส่วนได้เสียกับงานในหน้าที่ของตน ถือเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ไม่ว่าจะทำนอกเวลาราชการหรือไม่ก็ตาม เพราะทำให้เกิดข้อสงสัยในความเป็นกลางของการปฏิบัติหน้าที่พัสดุ

ข้อ 19

ญาติสนิทของนายซีขอให้นายซีช่วยเปิดดูราคาที่คู่แข่งยื่นเสนอในการประกวดราคา โดยอ้างว่า "ดูเฉย ๆ ไม่ได้เอาไปทำอะไร" นายซีควรทำอย่างไร

  1. 1.ให้ดูได้ เพราะยังไม่ได้นำข้อมูลไปใช้ประโยชน์
  2. 2.ให้ดูได้ ถ้าญาติสัญญาว่าจะไม่บอกใคร
  3. 3.ปฏิเสธ เพราะเป็นข้อมูลลับของทางราชการ การเปิดเผยเป็นการเอื้อประโยชน์และผิดทั้งจริยธรรมและวินัย
  4. 4.ให้ดูได้ ถ้าขออนุญาตผู้บังคับบัญชาด้วยวาจาก่อน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. ปฏิเสธ เพราะเป็นข้อมูลลับของทางราชการ การเปิดเผยเป็นการเอื้อประโยชน์และผิดทั้งจริยธรรมและวินัย

ข้อมูลราคาที่ผู้เสนอราคายื่นเป็นความลับของทางราชการ การเปิดเผยให้ผู้ใดทราบก่อนกำหนดถือเป็นการเอื้อประโยชน์ที่ไม่เป็นธรรมและทำลายการแข่งขัน แม้จะอ้างว่า "ดูเฉย ๆ" ก็ไม่อาจแก้ตัวได้ และเป็นความผิดทั้งทางจริยธรรมและทางวินัย

ข้อ 20

เมื่อข้าราชการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรม ผู้บังคับบัญชาต้องดำเนินการอย่างไร

  1. 1.ต้องไล่ออกจากราชการทันทีในทุกกรณี
  2. 2.ตักเตือน สั่งให้ดำเนินการแก้ไข หรือดำเนินการทางวินัยตามควรแก่กรณี
  3. 3.ไม่ต้องทำอะไร เพราะจริยธรรมไม่มีสภาพบังคับทางกฎหมาย
  4. 4.ส่งเรื่องให้ศาลปกครองวินิจฉัยก่อนเสมอ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ตักเตือน สั่งให้ดำเนินการแก้ไข หรือดำเนินการทางวินัยตามควรแก่กรณี

การฝ่าฝืนจริยธรรมไม่ใช่เรื่องที่ปล่อยผ่านได้ ผู้บังคับบัญชาต้องตักเตือน สั่งให้แก้ไข หรือดำเนินการทางวินัยตามควรแก่กรณี และการฝ่าฝืนยังถูกนำไปประกอบการพิจารณาแต่งตั้งและเลื่อนเงินเดือนด้วย — แต่ก็ไม่ถึงขั้นไล่ออกทันทีทุกกรณี ต้องดูความร้ายแรง

ข้อ 21

ข้อใดไม่ใช่หลักจริยธรรมตามประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน

  1. 1.ซื่อสัตย์สุจริต และรับผิดชอบต่อหน้าที่
  2. 2.กล้าตัดสินใจและกระทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม
  3. 3.คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว
  4. 4.ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาทุกกรณีโดยไม่ต้องตั้งคำถาม
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 4. ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาทุกกรณีโดยไม่ต้องตั้งคำถาม

ประมวลจริยธรรมกำหนดให้ข้าราชการ "กล้าตัดสินใจและกระทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม" ซึ่งหมายรวมถึงการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วย — การเชื่อฟังคำสั่งอย่างไม่มีเงื่อนไขจึงขัดกับหลักจริยธรรม ไม่ใช่สอดคล้อง

ฝึกทำแบบจับเวลาและสุ่มข้อใหม่ทุกรอบ

โหมดฝึกจะสุ่มข้อใหม่ให้ทุกครั้ง เฉลยทันทีหลังตอบ และถ้าเข้าสู่ระบบไว้ระบบจะจำว่าคุณทำข้อไหนไปแล้ว พร้อมเก็บข้อที่ตอบผิดไว้ให้กลับมาแก้ตัว

เทคนิคทำข้อสอบวิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี

  • จับหลักว่า "ใครเป็นผู้มีอำนาจ" ในแต่ละเรื่องให้ได้ก่อน แล้วรายละเอียดจะตามมาเอง
  • โทษทางวินัยให้จำเรียงลำดับจากเบาไปหนัก แล้วแยกให้ออกว่าอะไรคือวินัยร้ายแรง
  • ข้อสอบชอบถามความต่างระหว่างละเมิดที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่กับที่ไม่ใช่ ให้ฝึกแยกสองกรณีนี้

หัวข้ออื่นในวิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี

คำถามที่พบบ่อย

ข้อสอบประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน ออกสอบในสนามไหนบ้าง

หัวข้อประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน อยู่ในวิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี ซึ่งใช้สอบในก.พ. ภาค ก และ กองทัพบก ภาค ก และ ครูผู้ช่วย ภาค ก ในเว็บนี้มีข้อสอบหัวข้อนี้ทั้งหมด 21 ข้อ

แนวข้อสอบประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน มีเฉลยอธิบายไหม

ทุกข้อมีเฉลยพร้อมคำอธิบายว่าทำไมตัวเลือกนั้นถึงถูก และหน้านี้เปิดให้อ่านครบทั้ง 21 ข้อฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก

ฝึกทำข้อสอบประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน ต้องเสียเงินไหม

ไม่เสียค่าใช้จ่าย ใช้ได้ฟรีทั้งหมด ไม่ต้องสมัครสมาชิกก็เริ่มฝึกได้ แต่ถ้าเข้าสู่ระบบ ระบบจะจำว่าทำข้อไหนไปแล้วและเก็บข้อที่ตอบผิดไว้ให้กลับมาทบทวน