คลังแนวข้อสอบกระดานอันดับ

แนวข้อสอบการจัดทำ เสนอ และคัดสำเนาหนังสือของ ตร. 27 ข้อ พร้อมเฉลย

ในคลัง 27 ข้อวิชาระเบียบงานสารบรรณนายสิบตำรวจ (สายอำนวยการ)

หน้านี้รวมแนวข้อสอบหัวข้อการจัดทำ เสนอ และคัดสำเนาหนังสือของ ตร. จำนวน 27 ข้อ พร้อมเฉลยและคำอธิบายว่าทำไมตัวเลือกนั้นถึงถูก ทุกข้อจัดทำขึ้นใหม่ตามผังการออกข้อสอบ ไม่ใช่ข้อสอบเก่าของหน่วยงานใด อ่านฟรีทั้งหมดโดยไม่ต้องสมัครสมาชิก

ข้อสอบการจัดทำ เสนอ และคัดสำเนาหนังสือของ ตร. พร้อมเฉลย ครบทั้ง 27 ข้อ

ข้อ 1

การจัดทำหนังสือเสนอต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือนายกรัฐมนตรี ตามบทที่ 3 ข้อ 1 ต้องประกอบด้วยหัวข้อกี่หัวข้อ

  1. 1.3 หัวข้อ
  2. 2.4 หัวข้อ
  3. 3.5 หัวข้อ
  4. 4.6 หัวข้อ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. 5 หัวข้อ

ข้อ 1 กำหนดหัวข้อไว้ 5 หัวข้อ เรียงตามลำดับคือ 1.1 เรื่องเดิมหรือต้นเรื่อง 1.2 ข้อเท็จจริง 1.3 ข้อกฎหมายหรือระเบียบ 1.4 ข้อพิจารณา และ 1.5 ข้อเสนอ ลำดับนี้สะท้อนวิธีคิดของงานเสนอเรื่อง คือเล่าที่มา ให้ข้อเท็จจริง ยกกฎหมาย วิเคราะห์ แล้วจึงสรุปว่าจะให้สั่งการอย่างไร

ข้อ 2

หัวข้อ "ข้อพิจารณา" ในหนังสือเสนอเรื่องตามข้อ 1.4 หมายถึงสิ่งใด และหากมีทางเลือกหลายทางต้องทำอย่างไร

  1. 1.การสรุปความเป็นมาของเรื่อง หากมีหลายทางให้เลือกทางที่ประหยัดที่สุด
  2. 2.การชี้ให้เห็นปัญหาหรือข้อสังเกตและประเด็นสำคัญของเรื่อง หากมีหลายทางให้เสนอโดยเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของแต่ละทางเลือกให้เห็นชัดเจน
  3. 3.การระบุกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากมีหลายฉบับให้ยกฉบับล่าสุดเพียงฉบับเดียว
  4. 4.การสรุปเพื่อให้ผู้บังคับบัญชาทราบว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. การชี้ให้เห็นปัญหาหรือข้อสังเกตและประเด็นสำคัญของเรื่อง หากมีหลายทางให้เสนอโดยเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของแต่ละทางเลือกให้เห็นชัดเจน

ข้อ 1.4 นิยามข้อพิจารณาว่า หมายถึงการชี้ให้เห็นปัญหาหรือข้อสังเกต ประเด็นสำคัญของเรื่อง รวมทั้งความเห็นในการแก้ไขหรือดำเนินการต่อเรื่องนั้น ๆ บางกรณีที่มีทางเลือกหลายทางก็ให้เสนอโดยเปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย ของแต่ละทางเลือกให้เห็นชัดเจน เพื่อประกอบการตัดสินใจของผู้บังคับบัญชา ส่วนตัวเลือกสุดท้ายคือนิยามของ "ข้อเสนอ" ตามข้อ 1.5

ข้อ 3

หัวข้อ "เรื่องเดิมหรือต้นเรื่อง" ตามข้อ 1.1 หมายถึงสิ่งใด

  1. 1.ความเป็นมาของเรื่องนั้น ๆ ตลอดจนขั้นตอนต่าง ๆ ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว บางกรณีอาจหมายถึงเรื่องที่เข้ามาใหม่
  2. 2.สำเนาหนังสือฉบับแรกสุดที่หน่วยงานได้รับในเรื่องนั้น
  3. 3.ชื่อและเลขที่ของหนังสือที่อ้างถึงในหนังสือฉบับปัจจุบัน
  4. 4.ข้อกฎหมายที่ใช้เป็นฐานอำนาจในการดำเนินการเรื่องนั้น
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. ความเป็นมาของเรื่องนั้น ๆ ตลอดจนขั้นตอนต่าง ๆ ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว บางกรณีอาจหมายถึงเรื่องที่เข้ามาใหม่

ข้อ 1.1 นิยามว่า เรื่องเดิมหรือต้นเรื่อง หมายถึง ความเป็นมาของเรื่องนั้น ๆ ตลอดจนขั้นตอนต่าง ๆ ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว บางกรณีอาจหมายถึงเรื่องที่เข้ามาใหม่ จึงเป็นการเล่าภูมิหลัง ไม่ใช่การอ้างเลขที่หนังสือซึ่งเป็นเรื่องของช่อง "อ้างถึง" ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ข้อ 4

ตามข้อ 1.3 หากเรื่องที่เสนอมีกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง ต้องดำเนินการอย่างไร

  1. 1.ระบุเพียงชื่อกฎหมายก็เพียงพอ ไม่ต้องแนบเอกสาร
  2. 2.ให้นำมาอ้างอิง หรือให้สำเนาเอกสารของกฎหมายหรือระเบียบนั้น ๆ แนบด้วย
  3. 3.ให้ส่งเรื่องไปให้กองกฎหมายตีความก่อนทุกกรณี
  4. 4.ให้ละเว้นการอ้างกฎหมาย เพราะผู้บังคับบัญชาทราบอยู่แล้ว
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ให้นำมาอ้างอิง หรือให้สำเนาเอกสารของกฎหมายหรือระเบียบนั้น ๆ แนบด้วย

ข้อ 1.3 กำหนดว่า ข้อกฎหมายหรือระเบียบ หากมีกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องให้นำมาอ้างอิง หรือให้สำเนาเอกสารของกฎหมายหรือระเบียบนั้น ๆ แนบด้วย ทั้งนี้ข้อ 1 วรรคท้ายยังกำหนดให้จัดเอกสารประกอบเรื่องอย่างมีระเบียบและสะดวกในการที่จะตรวจสอบและศึกษาประกอบการพิจารณา

ข้อ 5

กรณีมีปัญหาข้อกฎหมายหรือระเบียบใด ๆ หากมีหน่วยงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติรับผิดชอบกฎหมายหรือระเบียบนั้นโดยตรงในฐานะเจ้าหน้าที่อยู่แล้ว ตามข้อ 2 ต้องปฏิบัติอย่างไร

  1. 1.ให้เสนอผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติวินิจฉัยสั่งการโดยตรง
  2. 2.ให้หารือไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบดังกล่าวก่อน
  3. 3.ให้หารือไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อน
  4. 4.ให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องวินิจฉัยเองแล้วรายงานให้ทราบ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ให้หารือไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบดังกล่าวก่อน

ข้อ 2 วรรคท้ายของบทที่ 3 กำหนดว่า กรณีปัญหาข้อกฎหมายหรือระเบียบใด ๆ หากมีหน่วยงานใดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติรับผิดชอบกฎหมายหรือระเบียบนั้นโดยตรงในฐานะเจ้าหน้าที่อยู่แล้ว ให้หารือไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบดังกล่าวก่อน เพื่อไม่ให้เรื่องขึ้นไปถึงผู้บังคับบัญชาระดับสูงทั้งที่หน่วยเจ้าของกฎหมายตอบได้เอง

ข้อ 6

ตามข้อ 3 ของบทที่ 3 ที่ตั้งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ให้พิมพ์ในหนังสือภายนอก คือข้อใด

  1. 1.ถนนพระรามที่ 1 เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
  2. 2.ถนนพระรามที่ 6 เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
  3. 3.ถนนวิภาวดีรังสิต เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
  4. 4.ถนนราชดำเนินนอก เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. ถนนพระรามที่ 1 เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

ข้อ 3 ยกตัวอย่างการพิมพ์ที่ตั้งของส่วนราชการเจ้าของหนังสือในหนังสือภายนอกไว้ว่า "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ / ถนนพระรามที่ 1 เขตปทุมวัน / กรุงเทพมหานคร 10330" ส่วนถนนวิภาวดีรังสิต เขตจตุจักร เป็นที่ตั้งของกองบัญชาการศึกษา ซึ่งเป็นคนละหน่วยงาน

ข้อ 7

หน่วยงานใดทำหนังสือในนามสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงชื่อ ตามข้อ 3 การออกเลขที่หนังสือให้ทำอย่างไร

  1. 1.ใช้เลขที่หนังสือส่งของหน่วยงานเจ้าของเรื่องเพียงอย่างเดียว
  2. 2.ลงรหัสตัวพยัญชนะและเลขที่ประจำส่วนราชการของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ทับด้วยลำดับเลขที่หนังสือส่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  3. 3.ใช้เลขที่ประจำส่วนราชการของสำนักงานเลขานุการตำรวจแห่งชาติ ทับด้วยเลขที่ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
  4. 4.ไม่ต้องออกเลขที่ เพราะผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นผู้ลงนามเอง
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ลงรหัสตัวพยัญชนะและเลขที่ประจำส่วนราชการของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ทับด้วยลำดับเลขที่หนังสือส่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ข้อ 3 วรรคท้ายกำหนดว่า ให้ใช้ชื่อและที่ตั้งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนการออกเลขที่หนังสือให้ลงรหัสตัวพยัญชนะและเลขที่ประจำส่วนราชการของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ทับด้วยลำดับเลขที่หนังสือส่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวคือหัวหนังสือเป็นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่เลขที่ยังบอกได้ว่าหน่วยใดเป็นเจ้าของเรื่อง

ข้อ 8

หนังสือที่ลงชื่อโดยนายกรัฐมนตรีหรือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตามข้อ 5.1 ให้ออกเลขที่หนังสือที่ใด และเก็บสำเนาไว้ที่ใดจำนวนกี่ชุด

  1. 1.ออกเลขที่กองกฎหมาย และเก็บสำเนาไว้ที่กองกฎหมาย 1 ชุด
  2. 2.ออกเลขที่สำนักงานเลขานุการตำรวจแห่งชาติ และเก็บสำเนาไว้ที่สารบรรณกลางของสำนักงานเลขานุการตำรวจแห่งชาติ 1 ชุด
  3. 3.ออกเลขที่หน่วยงานเจ้าของเรื่อง และเก็บสำเนาไว้ที่หน่วยงานเจ้าของเรื่อง 3 ชุด
  4. 4.ออกเลขที่สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ และเก็บสำเนาไว้ 2 ชุด
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ออกเลขที่สำนักงานเลขานุการตำรวจแห่งชาติ และเก็บสำเนาไว้ที่สารบรรณกลางของสำนักงานเลขานุการตำรวจแห่งชาติ 1 ชุด

ข้อ 5.1 กำหนดให้ออกเลขที่หนังสือที่สำนักงานเลขานุการตำรวจแห่งชาติ โดยให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องนำหนังสือต้นฉบับ สำเนาคู่ฉบับ และสำเนามาออกเลขที่หนังสือ แล้วให้เก็บสำเนาไว้ที่สารบรรณกลางของสำนักงานเลขานุการตำรวจแห่งชาติ จำนวน 1 ชุด

ข้อ 9

คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ลงชื่อโดยนายกรัฐมนตรีหรือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตามข้อ 5.2 ให้ออกเลขที่คำสั่งที่ใด และเก็บต้นฉบับไว้ที่ใด

  1. 1.ออกเลขและเก็บต้นฉบับไว้ที่สำนักงานเลขานุการตำรวจแห่งชาติ
  2. 2.ออกเลขและเก็บต้นฉบับไว้ที่กองกฎหมาย สำนักงานกฎหมายและคดี
  3. 3.ออกเลขที่กองกฎหมาย แต่เก็บต้นฉบับไว้ที่หน่วยงานเจ้าของเรื่อง
  4. 4.ออกเลขที่หน่วยงานเจ้าของเรื่อง แต่เก็บต้นฉบับไว้ที่กองกฎหมาย
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ออกเลขและเก็บต้นฉบับไว้ที่กองกฎหมาย สำนักงานกฎหมายและคดี

ข้อ 5.2 กำหนดให้ออกเลขที่คำสั่งที่กองกฎหมาย สำนักงานกฎหมายและคดี โดยให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องนำคำสั่งต้นฉบับและสำเนาคู่ฉบับมาออกเลขที่คำสั่ง แล้วให้เก็บต้นฉบับไว้ที่กองกฎหมาย ส่วนสำเนาคู่ฉบับคืนให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องดำเนินการต่อไป จุดที่ต้องจำคู่กันคือ "หนังสือ" ออกเลขที่สำนักงานเลขานุการตำรวจแห่งชาติ แต่ "คำสั่ง" ออกเลขที่กองกฎหมาย และคำสั่งเป็นกรณีเดียวที่ต้นฉบับไม่ได้อยู่กับหน่วยงานเจ้าของเรื่อง

ข้อ 10

การรับรองสำเนาหนังสือทุกชนิดตามบทที่ 3 ข้อ 6 ให้ใช้คำว่าอะไร และผู้ลงชื่อรับรองต้องมียศตั้งแต่ชั้นใดขึ้นไป

  1. 1.ใช้คำว่า "สำเนาถูกต้อง" โดยข้าราชการตำรวจยศร้อยตำรวจตรีขึ้นไปของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
  2. 2.ใช้คำว่า "รับรองสำเนาถูกต้อง" โดยข้าราชการตำรวจยศดาบตำรวจขึ้นไป
  3. 3.ใช้คำว่า "สำเนาถูกต้อง" โดยข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจตรีขึ้นไป
  4. 4.ใช้คำว่า "สำเนาตรงตามต้นฉบับ" โดยผู้ดำรงตำแหน่งสารวัตรขึ้นไป
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. ใช้คำว่า "สำเนาถูกต้อง" โดยข้าราชการตำรวจยศร้อยตำรวจตรีขึ้นไปของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง

ข้อ 6 กำหนดให้ใช้คำว่า "สำเนาถูกต้อง" โดยให้ข้าราชการตำรวจยศร้อยตำรวจตรีขึ้นไปของหน่วยงานเจ้าของเรื่องลงชื่อรับรอง ระวังสับสนกับบทที่ 6 ข้อ 2 ซึ่งเป็นเรื่อง "การลงชื่อตรวจ" หนังสือราชการที่ทำในนามสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อันนั้นใช้เกณฑ์ตำแหน่งสารวัตรขึ้นไป ไม่ใช่เกณฑ์ยศ

ข้อ 11

นอกจากคำว่า "สำเนาถูกต้อง" และลายมือชื่อแล้ว ผู้รับรองสำเนาตามข้อ 6 ต้องลงรายการใดเพิ่มเติม และไว้ที่ใดของหนังสือ

  1. 1.ลงเลขที่หนังสือและชั้นความลับ ไว้ที่มุมบนขวา
  2. 2.วงเล็บชื่อตัว ชื่อสกุลตัวบรรจง ตำแหน่ง และวัน เดือน ปี ไว้ใต้ตำแหน่งที่ขอบล่างของหนังสือ
  3. 3.ลงยศ ชื่อตัว ชื่อสกุล และหมายเลขโทรศัพท์ ไว้ที่มุมล่างซ้าย
  4. 4.ประทับตราหน่วยงานพร้อมวันที่ ไว้กลางหน้ากระดาษ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. วงเล็บชื่อตัว ชื่อสกุลตัวบรรจง ตำแหน่ง และวัน เดือน ปี ไว้ใต้ตำแหน่งที่ขอบล่างของหนังสือ

ข้อ 6 กำหนดให้ลงชื่อรับรองพร้อมทั้งวงเล็บชื่อตัว ชื่อสกุลตัวบรรจง ตำแหน่ง และวัน เดือน ปี ไว้ใต้ตำแหน่งที่ขอบล่างของหนังสือ คำว่า "ตัวบรรจง" เป็นรายละเอียดที่ข้อสอบชอบหยิบมาถาม เพราะเป็นข้อกำหนดเฉพาะที่เขียนไว้ในตัวบท

ข้อ 12

การเสนองานตามบทที่ 4 ข้อ 1 ให้เสนอต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นและตามสายการบังคับบัญชา เว้นแต่กรณีใด

  1. 1.เว้นแต่ผู้เสนอมีตำแหน่งตั้งแต่ผู้กำกับการขึ้นไป
  2. 2.เว้นแต่เรื่องที่มีระเบียบหรือคำสั่งกำหนดให้ปฏิบัติเป็นอย่างอื่น หรือเป็นกรณีเร่งด่วนหากล่าช้าอาจเกิดการเสียหายต่อทางราชการได้
  3. 3.เว้นแต่เรื่องที่มีชั้นความลับตั้งแต่ชั้นลับมากขึ้นไป
  4. 4.เว้นแต่เรื่องที่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. เว้นแต่เรื่องที่มีระเบียบหรือคำสั่งกำหนดให้ปฏิบัติเป็นอย่างอื่น หรือเป็นกรณีเร่งด่วนหากล่าช้าอาจเกิดการเสียหายต่อทางราชการได้

ข้อ 1 ของบทที่ 4 วางหลักให้เสนอตามลำดับชั้นและตามสายการบังคับบัญชา โดยมีข้อยกเว้นสองกรณี คือ เรื่องที่มีระเบียบหรือคำสั่งกำหนดให้ปฏิบัติเป็นอย่างอื่น และกรณีเร่งด่วนหากล่าช้าอาจเกิดการเสียหายต่อทางราชการได้

ข้อ 13

กรณีปกติในการเสนอหนังสือต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติตามข้อ 2.1 เมื่อเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานเจ้าของเรื่องมารับเรื่องคืน ต้องลงชื่อรับเรื่องคืนอย่างไร

  1. 1.ลงชื่อย่อไว้เป็นหลักฐานก็เพียงพอ
  2. 2.ลงชื่อให้สามารถอ่านออกได้ พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ไว้เป็นหลักฐาน
  3. 3.ลงชื่อพร้อมประทับตราหน่วยงานกำกับ
  4. 4.ให้หัวหน้าหน่วยงานเป็นผู้ลงชื่อรับคืนด้วยตนเองเท่านั้น
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ลงชื่อให้สามารถอ่านออกได้ พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ไว้เป็นหลักฐาน

ข้อ 2.1 กำหนดให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานเจ้าของเรื่องลงชื่อรับเรื่องคืน โดยการลงชื่อให้สามารถอ่านออกได้ พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ไว้เป็นหลักฐาน เหตุผลตรงไปตรงมาคือถ้าลายเซ็นอ่านไม่ออกและไม่มีเบอร์ติดต่อ เมื่อเรื่องหายก็ตามหาผู้รับไม่ได้

ข้อ 14

กรณีพิเศษตามข้อ 2.2 ที่งานมีลักษณะเร่งด่วน มีเหตุพิเศษ หรือเป็นเรื่องที่ไม่ควรเปิดเผย ซึ่งหน่วยงานเจ้าของเรื่องจะนำเสนอผู้บังคับบัญชาโดยตรงได้ ก่อนนำเสนอต้องทำสิ่งใดก่อน

  1. 1.ต้องขออนุมัติผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน
  2. 2.ต้องนำเรื่องมาลงทะเบียนหนังสือรับที่สำนักงานเลขานุการตำรวจแห่งชาติซึ่งเป็นหน่วยงานสารบรรณกลางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อน
  3. 3.ต้องแจ้งกองสารนิเทศเพื่อควบคุมการเปิดเผยข้อมูลก่อน
  4. 4.ไม่ต้องทำสิ่งใดก่อน สามารถนำเสนอได้ทันทีเพราะเป็นกรณีเร่งด่วน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ต้องนำเรื่องมาลงทะเบียนหนังสือรับที่สำนักงานเลขานุการตำรวจแห่งชาติซึ่งเป็นหน่วยงานสารบรรณกลางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อน

ข้อ 2.2 อนุญาตให้นำเสนอผู้บังคับบัญชาโดยตรงและรับผิดชอบติดตามจนผู้บังคับบัญชาสั่งการ แต่กำหนดเงื่อนไขไว้ว่า "ก่อนนำเสนอผู้บังคับบัญชา ให้หน่วยงานนั้นนำเรื่องมาลงทะเบียนหนังสือรับที่สำนักงานเลขานุการตำรวจแห่งชาติซึ่งเป็นหน่วยงานสารบรรณกลางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อน" กล่าวคือกรณีพิเศษยกเว้นเฉพาะขั้นตอนการผ่านฝ่ายสารบรรณ แต่ไม่ยกเว้นการลงทะเบียนรับ เพื่อให้เรื่องยังมีร่องรอยตรวจสอบได้

ข้อ 15

การนำเสนอเรื่องของสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปยังคณะรัฐมนตรี ตามข้อ 4 ของบทที่ 4 ให้ปฏิบัติตามสิ่งใด

  1. 1.ให้ปฏิบัติตามบทที่ 4 ข้อ 2 โดยอนุโลม
  2. 2.ให้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี และระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี
  3. 3.ให้ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ หมวดหนังสือภายนอก
  4. 4.ให้เสนอผ่านกองกฎหมาย สำนักงานกฎหมายและคดี เป็นผู้ดำเนินการแทน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ให้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี และระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี

ข้อ 4 กำหนดให้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี และระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี ส่วนตัวเลือกแรกคือข้อ 3 ซึ่งใช้กับการเสนอหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ให้ถือปฏิบัติตามข้อ 2 โดยอนุโลม

ข้อ 16

ตามบทที่ 6 ข้อ 1 การคัดสำเนาโดยวิธีคัดจากต้นฉบับหรือลอกจากต้นฉบับ มีข้อควรระวังอย่างไรเมื่อเทียบกับการถ่ายเอกสาร

  1. 1.ไม่มีข้อแตกต่าง เพราะทั้งสองวิธีให้ผลเหมือนกัน
  2. 2.ต้องมีการตรวจทานให้ถูกต้องกับต้นฉบับอย่างแท้จริง เพราะสำเนาชนิดนี้อาจผิดพลาดไปจากต้นฉบับได้ถ้าผู้จัดทำไม่ละเอียดรอบคอบถี่ถ้วน
  3. 3.ต้องได้รับอนุมัติจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก่อนทุกครั้ง
  4. 4.ห้ามใช้โดยเด็ดขาด ต้องถ่ายเอกสารเท่านั้น
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ต้องมีการตรวจทานให้ถูกต้องกับต้นฉบับอย่างแท้จริง เพราะสำเนาชนิดนี้อาจผิดพลาดไปจากต้นฉบับได้ถ้าผู้จัดทำไม่ละเอียดรอบคอบถี่ถ้วน

ข้อ 1 ของบทที่ 6 กำหนดว่าการคัดสำเนาต้องคัดข้อความที่ปรากฏในเรื่องทุกอย่างทั้งหมดให้เป็นไปอย่างเดียวกันกับต้นฉบับทุกประการ ซึ่งกระทำโดยการถ่ายเอกสาร ถ้าจะใช้วิธีอื่น เช่น การคัดจากต้นฉบับ หรือลอกจากต้นฉบับ ซึ่งจะต้องมีการตรวจทานให้ถูกต้องกับต้นฉบับอย่างแท้จริง เพราะสำเนาชนิดนี้อาจผิดพลาดไปจากต้นฉบับได้ถ้าผู้จัดทำไม่มีความละเอียดรอบคอบถี่ถ้วน

ข้อ 17

หนังสือราชการที่ทำในนามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงชื่อ ตามบทที่ 6 ข้อ 2 ผู้ลงชื่อตรวจต้องดำรงตำแหน่งใดขึ้นไป และลงชื่อไว้ที่ใด

  1. 1.ตำแหน่งรองสารวัตรขึ้นไป ลงไว้ที่มุมล่างด้านซ้ายของสำเนา
  2. 2.ตำแหน่งสารวัตรหรือเทียบเท่าขึ้นไป ลงไว้ที่มุมล่างด้านขวาของสำเนา
  3. 3.ตำแหน่งผู้กำกับการขึ้นไป ลงไว้ที่มุมบนด้านขวาของสำเนา
  4. 4.ยศร้อยตำรวจตรีขึ้นไป ลงไว้ใต้ลายมือชื่อผู้ลงนามในต้นฉบับ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ตำแหน่งสารวัตรหรือเทียบเท่าขึ้นไป ลงไว้ที่มุมล่างด้านขวาของสำเนา

ข้อ 2 กำหนดให้ข้าราชการตำรวจตำแหน่งสารวัตรหรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าขึ้นไป ลงชื่อตรวจตามลำดับชั้นกำกับรับผิดชอบไว้ในสำเนาที่มุมล่างด้านขวาของหนังสือราชการฉบับนั้น เว้นแต่ถ้าเป็นเรื่องสำคัญต้องเสนอให้ผู้บัญชาการ ผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า หรือผู้บังคับการในสังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แล้วแต่กรณี ลงชื่อตรวจ

ข้อ 18

การสำเนาเอกสารซึ่งจะติดไปกับหนังสือหรือคำสั่งที่ทำในนามของ "ผู้บัญชาการ ผู้บังคับการ ผู้กำกับการ หรือสารวัตร" ตามข้อ 3.2 ของบทที่ 6 ผู้รับรองสำเนาต้องมีคุณสมบัติใด

  1. 1.เป็นข้าราชการตำรวจยศร้อยตำรวจตรีขึ้นไป
  2. 2.เป็นข้าราชการตำรวจตำแหน่งสารวัตรหรือเทียบเท่าขึ้นไป
  3. 3.เป็นข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจโทขึ้นไป
  4. 4.เป็นผู้บังคับการกองกฎหมายหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. เป็นข้าราชการตำรวจยศร้อยตำรวจตรีขึ้นไป

บทที่ 6 ข้อ 3 แยกเกณฑ์ผู้รับรองสำเนาไว้สองแบบตามว่าหนังสือทำในนามใคร คือ ข้อ 3.1 ถ้าหนังสือหรือคำสั่งนั้นทำในนามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ข้าราชการตำรวจตำแหน่งสารวัตรหรือเทียบเท่าขึ้นไปเป็นผู้รับรองสำเนา แต่ข้อ 3.2 ถ้าทำในนามของผู้บัญชาการ ผู้บังคับการ ผู้กำกับการ สารวัตร หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า ให้ข้าราชการตำรวจยศร้อยตำรวจตรีขึ้นไปเป็นผู้รับรองสำเนา สังเกตว่าเกณฑ์แรกใช้ "ตำแหน่ง" ส่วนเกณฑ์หลังใช้ "ยศ"

ข้อ 19

สำเนาคำสั่ง ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นผู้ลงชื่อและมีต้นฉบับอยู่ที่กองกฎหมาย เมื่อเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่าง ๆ มาขอออกเลขที่ ตามข้อ 3 ใครเป็นผู้ลงชื่อรับรองว่าเป็นสำเนาที่ถูกต้อง

  1. 1.หัวหน้าหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
  2. 2.ผู้บังคับการกองกฎหมาย หรือรองผู้บังคับการกองกฎหมายที่ได้รับมอบหมาย
  3. 3.เลขานุการตำรวจแห่งชาติ
  4. 4.ข้าราชการตำรวจยศร้อยตำรวจตรีขึ้นไปของกองกฎหมาย
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ผู้บังคับการกองกฎหมาย หรือรองผู้บังคับการกองกฎหมายที่ได้รับมอบหมาย

ข้อ 3 ของบทที่ 6 กำหนดให้ผู้บังคับการกองกฎหมายหรือรองผู้บังคับการกองกฎหมายที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงชื่อรับรองว่าเป็นสำเนาที่ถูกต้อง ทั้งนี้เอกสารกลุ่มนี้ได้แก่ สำเนาคำสั่ง ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ แถลงการณ์ ข่าว คำแนะนำ คำชี้แจง หรือแจ้งความ ที่มีต้นฉบับอยู่ที่กองกฎหมาย สำนักงานกฎหมายและคดี

ข้อ 20

การรับรองสำเนาของผู้บังคับการกองกฎหมายตามบทที่ 6 ข้อ 3 มีขอบเขตเพียงใด

  1. 1.เป็นการรับรองทุกครั้งที่มีการสำเนาเอกสารนั้นต่อ ๆ ไป
  2. 2.เป็นการรับรองเฉพาะครั้งแรกที่มีการสำเนาเอกสารนั้น ๆ เท่านั้น
  3. 3.เป็นการรับรองที่มีอายุหนึ่งปีนับแต่วันที่รับรอง
  4. 4.เป็นการรับรองที่ใช้ได้เฉพาะภายในสำนักงานกฎหมายและคดี
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. เป็นการรับรองเฉพาะครั้งแรกที่มีการสำเนาเอกสารนั้น ๆ เท่านั้น

ข้อ 3 ระบุชัดว่า การรับรองสำเนาดังกล่าวเป็นการรับรองเฉพาะครั้งแรกที่มีการสำเนาเอกสารนั้น ๆ เท่านั้น หมายความว่าหากหน่วยงานนำสำเนาที่ได้รับรองแล้วไปถ่ายต่ออีก การรับรองนั้นไม่ครอบคลุมถึงสำเนาชั้นถัดไป

ข้อ 21

การสำเนาเรื่องต่าง ๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เช่น สำเนาคำสั่ง ระเบียบ ข้อบังคับ คำแนะนำ เพื่อส่งให้หน่วยงานต่าง ๆ ตามบทที่ 6 ข้อ 4 เป็นหน้าที่ของใคร

  1. 1.สำนักงานเลขานุการตำรวจแห่งชาติ
  2. 2.กองกฎหมาย สำนักงานกฎหมายและคดี
  3. 3.หน่วยงานเจ้าของเรื่อง ในการสำเนาส่งเองทุกเรื่องไป
  4. 4.กองสารนิเทศ ในฐานะหน่วยเผยแพร่ข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. หน่วยงานเจ้าของเรื่อง ในการสำเนาส่งเองทุกเรื่องไป

ข้อ 4 ของบทที่ 6 กำหนดว่า การสำเนาเรื่องต่าง ๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อส่งให้หน่วยงานต่าง ๆ เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของหน่วยงานเจ้าของเรื่องในการสำเนาส่งเองทุกเรื่องไป หลักนี้สอดคล้องกับบทที่ 5 ข้อ 1.3 ที่ให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องรับผิดชอบจัดทำหนังสือแจ้งเวียนและจัดส่งเอง

ข้อ 22

การลงชื่อรับรองเอกสารตามบทที่ 6 ข้อ 3 หากเป็นการลงชื่อรับรองแทนกัน ต้องลงรายละเอียดอย่างไร

  1. 1.ลงเพียงลายมือชื่อและคำว่า "แทน" กำกับไว้
  2. 2.ลงตำแหน่งของผู้ที่ลงนั้นว่าดำรงตำแหน่งใด ลงชื่อในฐานะใด และลงวัน เดือน ปี ไว้ใต้ตำแหน่งที่ขอบล่างของหนังสือ
  3. 3.ลงชื่อผู้ที่ตนรับรองแทนพร้อมวงเล็บชื่อตนเองกำกับไว้
  4. 4.ต้องแนบคำสั่งมอบหมายไปพร้อมกับสำเนาทุกฉบับ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ลงตำแหน่งของผู้ที่ลงนั้นว่าดำรงตำแหน่งใด ลงชื่อในฐานะใด และลงวัน เดือน ปี ไว้ใต้ตำแหน่งที่ขอบล่างของหนังสือ

ข้อ 3 วรรคท้ายกำหนดว่า การลงชื่อรับรองเอกสารดังกล่าวให้ลงตำแหน่งด้วย ถ้าลงชื่อรับรองแทนกันให้ลงตำแหน่งของผู้ที่ลงนั้นว่าดำรงตำแหน่งใด ลงชื่อในฐานะใด และลงวัน เดือน ปี ไว้ใต้ตำแหน่งที่ขอบล่างของหนังสือ เพื่อให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าใครเป็นผู้รับรองและรับรองในฐานะอะไร

ข้อ 23

สำเนาคำสั่ง ข้อบังคับ ประกาศ แจ้งความ ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงชื่อในฐานะเป็นเจ้าพนักงานผู้ปฏิบัติตามกฎหมายอื่นใด ตามข้อ 3 ของบทที่ 6 ให้ใครรับรองสำเนา

  1. 1.ผู้บังคับการกองกฎหมาย เช่นเดียวกับกรณีทั่วไป
  2. 2.หน่วยงานที่เป็นเจ้าของเรื่องนั้นรับรองสำเนา
  3. 3.สำนักงานเลขานุการตำรวจแห่งชาติ
  4. 4.ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติต้องรับรองด้วยตนเอง
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. หน่วยงานที่เป็นเจ้าของเรื่องนั้นรับรองสำเนา

ข้อ 3 วรรคสองกำหนดข้อยกเว้นไว้ว่า ส่วนสำเนาคำสั่ง ข้อบังคับ ประกาศ แจ้งความ ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายได้ลงชื่อในฐานะเป็นเจ้าพนักงานผู้ปฏิบัติตามกฎหมายอื่นใด หรือกรณีอื่นใด ให้หน่วยงานที่เป็นเจ้าของเรื่องนั้นรับรองสำเนา เพราะต้นฉบับกรณีนี้ไม่ได้อยู่ที่กองกฎหมาย

ข้อ 24

ตามบทที่ 3 ข้อ 4 การพิมพ์หรือเขียนชื่อบุคคล หน่วยงาน หรือสถานที่ซึ่งมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษ หากจะพิมพ์เป็นภาษาไทย ต้องทำอย่างไร

  1. 1.ให้พิมพ์เป็นภาษาไทยอย่างเดียว เพื่อความเป็นเอกภาพของเอกสารราชการ
  2. 2.ให้พิมพ์หรือเขียนเป็นภาษาอังกฤษกำกับไว้ด้วย
  3. 3.ให้พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษอย่างเดียว
  4. 4.ให้ใช้คำทับศัพท์ตามพจนานุกรมราชบัณฑิตยสภาโดยไม่ต้องกำกับ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ให้พิมพ์หรือเขียนเป็นภาษาอังกฤษกำกับไว้ด้วย

ข้อ 4 ของบทที่ 3 กำหนดว่า การพิมพ์หรือเขียนชื่อบุคคล หน่วยงาน สถานที่ และอื่น ๆ ซึ่งมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษ หากจะพิมพ์หรือเขียนเป็นภาษาไทย ก็ให้พิมพ์หรือเขียนเป็นภาษาอังกฤษกำกับไว้ด้วย หลักเดียวกับบทที่ 1 ข้อ 4 ที่ใช้กับชื่อคนต่างด้าว เหตุผลคือกันความเข้าใจผิดว่าเป็นคนละคนหรือคนละแห่ง

ข้อ 25

ตามบทที่ 3 ข้อ 2.2 หากผู้บังคับบัญชามีความเห็นแตกต่างไปจากที่หน่วยงานที่หารือมีความเห็น ต้องทำอย่างไร

  1. 1.ให้ยึดความเห็นของหน่วยงานที่รับผิดชอบกฎหมายนั้นเป็นที่สุด
  2. 2.ให้ชี้แจงแสดงเหตุผลพร้อมอ้างอิงตามกฎหมายหรือระเบียบเพื่อสนับสนุนความเห็นนั้น ๆ ไว้ด้วย
  3. 3.ให้ส่งเรื่องกลับไปให้หน่วยงานเดิมทบทวนความเห็นใหม่
  4. 4.ให้เสนอคณะกรรมการข้าราชการตำรวจวินิจฉัยชี้ขาด
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ให้ชี้แจงแสดงเหตุผลพร้อมอ้างอิงตามกฎหมายหรือระเบียบเพื่อสนับสนุนความเห็นนั้น ๆ ไว้ด้วย

ข้อ 2.2 กำหนดให้เสนอตามลำดับชั้นสายการบังคับบัญชา และให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นมีความเห็นในเรื่องที่หารือนั้นโดยให้ถือปฏิบัติตามข้อ 2.1 หากผู้บังคับบัญชามีความเห็นแตกต่างไปจากที่หน่วยงานที่หารือมีความเห็น ก็ให้ชี้แจงแสดงเหตุผลพร้อมอ้างอิงตามกฎหมายหรือระเบียบเพื่อสนับสนุนความเห็นนั้น ๆ ไว้ด้วย

ข้อ 26

การเสนอรายละเอียดในแต่ละหัวข้อของหนังสือเสนอเรื่อง ตามข้อ 1 วรรคท้ายของบทที่ 3 มีหลักอย่างไร

  1. 1.ต้องยืดยาวให้ครบถ้วนที่สุดเท่าที่ทำได้ เพื่อไม่ให้ตกหล่น
  2. 2.ต้องไม่ยืดยาวเกินความจำเป็น ในขณะเดียวกันไม่ควรสั้นมากจนขาดความชัดเจน
  3. 3.ต้องไม่เกินหนึ่งหน้ากระดาษเอ 4 ในทุกกรณี
  4. 4.ให้เขียนเฉพาะข้อเสนอ ส่วนรายละเอียดอื่นให้แนบเป็นเอกสารประกอบทั้งหมด
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ต้องไม่ยืดยาวเกินความจำเป็น ในขณะเดียวกันไม่ควรสั้นมากจนขาดความชัดเจน

ข้อ 1 วรรคท้ายกำหนดว่า การเสนอรายละเอียดในแต่ละหัวข้อจะต้องไม่ยืดยาวเกินความจำเป็น ในขณะเดียวกันไม่ควรสั้นมากจนขาดความชัดเจน รวมทั้งให้ชี้ประเด็นสำคัญของเรื่องและสรุปเสนอให้ถูกต้อง ชัดเจน เข้าใจง่าย และจะต้องมีข้อพิจารณาหรือข้อเสนอให้ผู้บังคับบัญชาวินิจฉัยสั่งการในกรณีเป็นเรื่องที่ต้องอนุญาต อนุมัติ หรือให้ความเห็นชอบ

ข้อ 27

กรณีเรื่องสำคัญที่ต้องเสนอให้ผู้บัญชาการหรือผู้บังคับการในสังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงชื่อตรวจเอง ถือเป็นอะไรตามบทที่ 6 ข้อ 2

  1. 1.เป็นหลักทั่วไปที่ใช้กับหนังสือราชการทุกฉบับ
  2. 2.เป็นข้อยกเว้นจากหลักที่ให้ผู้ดำรงตำแหน่งสารวัตรหรือเทียบเท่าขึ้นไปลงชื่อตรวจ
  3. 3.เป็นทางเลือกที่หน่วยงานเจ้าของเรื่องจะใช้หรือไม่ก็ได้
  4. 4.เป็นขั้นตอนที่ใช้เฉพาะหนังสือที่มีชั้นความลับ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. เป็นข้อยกเว้นจากหลักที่ให้ผู้ดำรงตำแหน่งสารวัตรหรือเทียบเท่าขึ้นไปลงชื่อตรวจ

ข้อ 2 วางหลักให้ผู้ดำรงตำแหน่งสารวัตรหรือเทียบเท่าขึ้นไปลงชื่อตรวจตามลำดับชั้นกำกับรับผิดชอบไว้ที่มุมล่างด้านขวา แล้วต่อด้วยคำว่า "เว้นแต่ถ้าเป็นเรื่องสำคัญต้องเสนอให้ผู้บัญชาการ หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า ผู้บังคับการในสังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า แล้วแต่กรณี ลงชื่อตรวจหนังสือราชการฉบับนั้น" จึงเป็นข้อยกเว้นที่ยกระดับผู้ตรวจขึ้นตามความสำคัญของเรื่อง

ฝึกทำแบบจับเวลาและสุ่มข้อใหม่ทุกรอบ

โหมดฝึกจะสุ่มข้อใหม่ให้ทุกครั้ง เฉลยทันทีหลังตอบ และถ้าเข้าสู่ระบบไว้ระบบจะจำว่าคุณทำข้อไหนไปแล้ว พร้อมเก็บข้อที่ตอบผิดไว้ให้กลับมาแก้ตัว

เทคนิคทำข้อสอบวิชาระเบียบงานสารบรรณ

  • จำชนิดหนังสือราชการทั้งหมดให้ครบก่อน แล้วค่อยจำว่าแต่ละชนิดใช้เมื่อใด
  • ชั้นความเร็วกับชั้นความลับเป็นคนละเรื่องกัน ข้อสอบชอบสลับมาหลอก
  • อายุการเก็บหนังสือแต่ละประเภทเป็นตัวเลขที่ออกบ่อย ท่องเป็นชุดจะจำได้ทน

หัวข้ออื่นในวิชาระเบียบงานสารบรรณ

คำถามที่พบบ่อย

ข้อสอบการจัดทำ เสนอ และคัดสำเนาหนังสือของ ตร. ออกสอบในสนามไหนบ้าง

หัวข้อการจัดทำ เสนอ และคัดสำเนาหนังสือของ ตร. อยู่ในวิชาระเบียบงานสารบรรณ ซึ่งใช้สอบในนายสิบตำรวจ (สายอำนวยการ) ในเว็บนี้มีข้อสอบหัวข้อนี้ทั้งหมด 27 ข้อ

แนวข้อสอบการจัดทำ เสนอ และคัดสำเนาหนังสือของ ตร. มีเฉลยอธิบายไหม

ทุกข้อมีเฉลยพร้อมคำอธิบายว่าทำไมตัวเลือกนั้นถึงถูก และหน้านี้เปิดให้อ่านครบทั้ง 27 ข้อฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก

ฝึกทำข้อสอบการจัดทำ เสนอ และคัดสำเนาหนังสือของ ตร. ต้องเสียเงินไหม

ไม่เสียค่าใช้จ่าย ใช้ได้ฟรีทั้งหมด ไม่ต้องสมัครสมาชิกก็เริ่มฝึกได้ แต่ถ้าเข้าสู่ระบบ ระบบจะจำว่าทำข้อไหนไปแล้วและเก็บข้อที่ตอบผิดไว้ให้กลับมาทบทวน