คลังแนวข้อสอบกระดานอันดับ

แนวข้อสอบคำย่อและศัพท์อังกฤษในราชการตำรวจ 50 ข้อ พร้อมเฉลย

ในคลัง 50 ข้อวิชาระเบียบงานสารบรรณนายสิบตำรวจ (สายอำนวยการ)

หน้านี้รวมแนวข้อสอบหัวข้อคำย่อและศัพท์อังกฤษในราชการตำรวจ จำนวน 50 ข้อ พร้อมเฉลยและคำอธิบายว่าทำไมตัวเลือกนั้นถึงถูก ทุกข้อจัดทำขึ้นใหม่ตามผังการออกข้อสอบ ไม่ใช่ข้อสอบเก่าของหน่วยงานใด อ่านฟรีทั้งหมดโดยไม่ต้องสมัครสมาชิก

ข้อสอบคำย่อและศัพท์อังกฤษในราชการตำรวจ พร้อมเฉลย ครบทั้ง 50 ข้อ

ข้อ 1

ยศตำรวจตามบทที่ 8 ข้อ 1 กำหนดคำย่อไว้ทั้งหมดกี่ชั้นยศ

  1. 1.12 ชั้นยศ
  2. 2.13 ชั้นยศ
  3. 3.14 ชั้นยศ
  4. 4.15 ชั้นยศ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. 14 ชั้นยศ

ข้อ 1 ไล่ยศตำรวจไว้ 14 ชั้น ตั้งแต่พลตำรวจเอก (พล.ต.อ.) ลงมาถึงสิบตำรวจตรี (ส.ต.ต.) โดยเรียงเป็น พล.ต.อ. พล.ต.ท. พล.ต.ต. พ.ต.อ. พ.ต.ท. พ.ต.ต. ร.ต.อ. ร.ต.ท. ร.ต.ต. ด.ต. จ.ส.ต. ส.ต.อ. ส.ต.ท. ส.ต.ต. ตารางนี้เหมือนเดิมทุกประการแม้จะออกใหม่ในปี 2569

ข้อ 2

คำว่า "จังหวัด" "อำเภอ" "ตำบล" และ "กรุงเทพมหานคร" ตามบทที่ 8 ข้อ 7 ใช้คำย่อว่าอะไร ตามลำดับ

  1. 1.จ. / อ. / ต. / กทม.
  2. 2.จว. / อ. / ต. / กทม.
  3. 3.จว. / อำ. / ตบ. / กท.
  4. 4.จว. / อ. / ต. / กรุงเทพฯ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. จว. / อ. / ต. / กทม.

ข้อ 7.1 กำหนดว่า คำว่า "จังหวัด" ให้ใช้ จว. คำว่า "อำเภอ" ให้ใช้ อ. คำว่า "ตำบล" ให้ใช้ ต. และข้อ 7.3 ชื่อย่อ "กรุงเทพมหานคร" ให้ใช้ "กทม." จุดที่พลาดบ่อยคือจังหวัดย่อว่า จว. ไม่ใช่ จ. อย่างที่ใช้กันทั่วไปนอกราชการตำรวจ

ข้อ 3

ยศ "ร้อยตำรวจตรี" เป็นภาษาอังกฤษตามบทที่ 9 ข้อ 4 ใช้ว่าอย่างไร และตัวย่อคืออะไร

  1. 1.Police Lieutenant / Pol.Lt.
  2. 2.Police Sub-Lieutenant / Pol.Sub-Lt.
  3. 3.Police Second Lieutenant / Pol.2Lt.
  4. 4.Police Junior Captain / Pol.Jr.Capt.
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. Police Sub-Lieutenant / Pol.Sub-Lt.

ข้อ 4.9 ร้อยตำรวจตรี (ร.ต.ต.) = Police Sub-Lieutenant ตัวย่อ Pol.Sub-Lt. ส่วน Police Lieutenant (Pol.Lt.) เป็นของร้อยตำรวจโท ตามข้อ 4.8 และ Police Captain (Pol.Capt.) เป็นของร้อยตำรวจเอก ตามข้อ 4.7

ข้อ 4

ตำแหน่ง "ผู้บังคับหมู่" และ "รองผู้บังคับหมู่" เป็นภาษาอังกฤษตามบทที่ 9 ข้อ 6.1 ใช้ว่าอย่างไร และมีข้อจำกัดใด

  1. 1.Squad Leader และ Deputy Squad Leader ใช้ได้ทั่วไป
  2. 2.Squad Leader และ Police Trainee โดยคำว่า Police Trainee ใช้เฉพาะนักเรียนอบรมตำรวจในศูนย์ฝึกอบรม
  3. 3.Team Leader และ Police Cadet ใช้ได้ทั่วไป
  4. 4.Squad Leader และ Police Cadet โดยใช้เฉพาะโรงเรียนนายร้อยตำรวจ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. Squad Leader และ Police Trainee โดยคำว่า Police Trainee ใช้เฉพาะนักเรียนอบรมตำรวจในศูนย์ฝึกอบรม

ข้อ 6.1.12 ผู้บังคับหมู่ = Squad Leader และข้อ 6.1.13 รองผู้บังคับหมู่ = Police Trainee โดยตัวบทวงเล็บกำกับไว้ว่า "ใช้เฉพาะนักเรียนอบรมตำรวจในศูนย์ฝึกอบรม" จึงไม่ใช่คำแปลทั่วไปของรองผู้บังคับหมู่ทุกกรณี

ข้อ 5

ระเบียบ ตร. ว่าด้วยประมวลระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 54 งานสารบรรณ (ฉบับที่ 21) พ.ศ. 2569 มีสาระสำคัญอย่างไร

  1. 1.ยกเลิกลักษณะที่ 54 ทั้งลักษณะ แล้วออกใหม่ทั้งฉบับ
  2. 2.ยกเลิกความในบทที่ 8 การใช้คำย่อในราชการตำรวจ แล้วให้ใช้ความที่แนบท้ายระเบียบนี้แทน
  3. 3.ยกเลิกความในบทที่ 9 การบัญญัติศัพท์ภาษาอังกฤษ แล้วให้ใช้ความใหม่แทน
  4. 4.แก้ไขเพิ่มเติมเฉพาะตารางเลขที่ประจำหน่วยงานในบทที่ 7
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ยกเลิกความในบทที่ 8 การใช้คำย่อในราชการตำรวจ แล้วให้ใช้ความที่แนบท้ายระเบียบนี้แทน

ฉบับที่ 21 พ.ศ. 2569 ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ข้อ 1 กำหนดให้ยกเลิกความในบทที่ 8 การใช้คำย่อในราชการตำรวจ ของลักษณะที่ 54 งานสารบรรณ และให้ใช้ความที่แนบท้ายระเบียบนี้แทน ข้อ 2 ให้ใช้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ลงนามโดย พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ข้อ 6

ระเบียบ ตร. ลักษณะที่ 54 งานสารบรรณ (ฉบับที่ 21) พ.ศ. 2569 ออกโดยอาศัยอำนาจตามความในกฎหมายใด

  1. 1.มาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547
  2. 2.มาตรา 63 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565
  3. 3.มาตรา 5 แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526
  4. 4.มาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. มาตรา 63 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565

ฉบับที่ 21 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 63 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ต่างจากลักษณะที่ 54 ฉบับตั้งต้น พ.ศ. 2556 ซึ่งอาศัยมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 นี่คือเหตุผลที่บทที่ 8 ต้องถูกเขียนใหม่ทั้งบท เพราะกฎหมายแม่บทเปลี่ยนฉบับแล้ว

ข้อ 7

คำย่อของยศ "ดาบตำรวจ" และ "จ่าสิบตำรวจ" ตามบทที่ 8 ข้อ 1 คือข้อใด ตามลำดับ

  1. 1.ด.ต. และ จ.ส.ต.
  2. 2.ดต. และ จสต.
  3. 3.ด.ต.ร. และ จ.ส.ต.ร.
  4. 4.ด.ต. และ จ.ต.
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. ด.ต. และ จ.ส.ต.

ข้อ 1.10 ดาบตำรวจ ใช้คำย่อ ด.ต. และข้อ 1.11 จ่าสิบตำรวจ ใช้คำย่อ จ.ส.ต. สังเกตว่าทุกคำย่อยศมีจุดคั่นทุกพยางค์ย่อ ดาบตำรวจเป็นยศชั้นประทวนที่สูงที่สุด ถัดลงมาจึงเป็นจ่าสิบตำรวจ

ข้อ 8

ข้าราชการตำรวจหญิงที่ได้รับแต่งตั้งเป็นว่าที่พันตำรวจโท ต้องเขียนคำย่อยศอย่างไรตามบทที่ 8 ข้อ 1

  1. 1.ว่าที่ พ.ต.ท.หญิง
  2. 2.พ.ต.ท.หญิง ว่าที่
  3. 3.หญิง ว่าที่ พ.ต.ท.
  4. 4.ว่าที่ หญิง พ.ต.ท.
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. ว่าที่ พ.ต.ท.หญิง

ข้อ 1 วรรคท้ายกำหนดสองอย่างที่ต้องใช้พร้อมกันได้ คือ ว่าที่ชั้นยศใดให้ใช้คำว่า "ว่าที่" อยู่ข้างหน้าคำย่อสำหรับยศชั้นนั้น และสำหรับข้าราชการตำรวจหญิงให้เพิ่มคำว่า "หญิง" ท้ายยศตำรวจนั้นด้วย จึงได้รูป "ว่าที่ พ.ต.ท.หญิง" คือ ว่าที่ นำหน้า และ หญิง ต่อท้าย

ข้อ 9

ตารางคำย่อตำแหน่งตามบทที่ 8 ข้อ 2.1 ฉบับที่ใช้อยู่ปัจจุบัน อ้างอิงตำแหน่งที่กำหนดในกฎหมายฉบับใด

  1. 1.พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547
  2. 2.พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565
  3. 3.พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  4. 4.ระเบียบ ก.ตร. ว่าด้วยการกำหนดตำแหน่งข้าราชการตำรวจ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565

ข้อ 2.1 ของบทที่ 8 ฉบับที่ 21 พ.ศ. 2569 ระบุว่า "ตำแหน่งประเภทที่มียศที่กำหนดในพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565" ต่างจากฉบับ 2556 ที่เขียนว่า "ตำแหน่งที่กำหนดในพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547" ข้อควรระวังคือบทที่ 9 ข้อ 6.1 ซึ่งเป็นเรื่องคำแปลภาษาอังกฤษ ยังคงอ้าง พ.ศ. 2547 อยู่ เพราะฉบับที่ 21 แก้เฉพาะบทที่ 8

ข้อ 10

ตามบทที่ 8 ข้อ 2.1.2 ฉบับปัจจุบัน ตำแหน่งใดจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกันกับ "รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ"

  1. 1.ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.)
  2. 2.จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.)
  3. 3.รองจเรตำรวจแห่งชาติ (รอง จตช.)
  4. 4.พนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญพิเศษ (พงส.ผชช.พ.)
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.)

ข้อ 2.1.2 กำหนด (ก) รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ = รอง ผบ.ตร. และ (ข) จเรตำรวจแห่งชาติ = จตช. ไว้ในกลุ่มเดียวกัน ข้อสังเกตสำคัญคือฉบับ 2556 เรียงกลับกัน โดยให้ (ก) เป็นจเรตำรวจแห่งชาติ และ (ข) เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ส่วนรองจเรตำรวจแห่งชาติจับคู่กับผู้ช่วย ผบ.ตร. ในข้อ 2.1.3

ข้อ 11

ตามบทที่ 8 ข้อ 2.1 ฉบับปัจจุบัน ตำแหน่งที่จับคู่อยู่ในกลุ่มเดียวกับ "ผู้บัญชาการ (ผบช.)" คือตำแหน่งใด

  1. 1.จเรตำรวจ (จตร.)
  2. 2.รองจเรตำรวจ (รอง จตร.)
  3. 3.พนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ (พงส.ผชช.)
  4. 4.ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผทค.ตร.)
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. จเรตำรวจ (จตร.)

ข้อ 2.1.4 กำหนด (ก) ผู้บัญชาการ = ผบช. และ (ข) จเรตำรวจ = จตร. ส่วนข้อ 2.1.5 คือ (ก) รองผู้บัญชาการ = รอง ผบช. และ (ข) รองจเรตำรวจ = รอง จตร. การจัดคู่เช่นนี้เป็นของใหม่ในฉบับ 2569 ฉบับ 2556 เดิมนำตำแหน่งพนักงานสอบสวนระดับต่าง ๆ มาจับคู่ในช่อง (ข) แทน

ข้อ 12

ตามบทที่ 8 ข้อ 2.1.9 ฉบับปัจจุบัน ตำแหน่ง "สารวัตรใหญ่" ใช้คำย่อว่าอะไร และอยู่ในกลุ่มเดียวกับตำแหน่งใด

  1. 1.สวญ. อยู่ในกลุ่มเดียวกับสารวัตร (สว.)
  2. 2.สวญ. อยู่ในกลุ่มเดียวกับรองผู้กำกับการ (รอง ผกก.)
  3. 3.สว.ญ. อยู่ในกลุ่มเดียวกับผู้กำกับการ (ผกก.)
  4. 4.สวญ. อยู่ในกลุ่มเดียวกับรองสารวัตร (รอง สว.)
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. สวญ. อยู่ในกลุ่มเดียวกับรองผู้กำกับการ (รอง ผกก.)

ข้อ 2.1.9 กำหนด (ก) รองผู้กำกับการ = รอง ผกก. และ (ข) สารวัตรใหญ่ = สวญ. จึงอยู่ระดับเดียวกัน คำย่อคือ สวญ. ไม่มีจุดคั่นกลาง ระวังสับสนกับ สว. ซึ่งเป็นสารวัตรตามข้อ 2.1.10 ซึ่งเป็นระดับถัดลงมา

ข้อ 13

คำย่อของตำแหน่ง "ผู้บังคับหมู่" และ "รองผู้บังคับหมู่" ตามบทที่ 8 คือข้อใด

  1. 1.ผบ.มู่ และ รอง ผบ.มู่
  2. 2.ผบ.หมู่ และ รอง ผบ.หมู่
  3. 3.ผบก.หมู่ และ รอง ผบก.หมู่
  4. 4.ผบ.มว. และ รอง ผบ.มว.
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ผบ.หมู่ และ รอง ผบ.หมู่

ข้อ 2.1.12 ผู้บังคับหมู่ = ผบ.หมู่ และข้อ 2.1.13 รองผู้บังคับหมู่ = รอง ผบ.หมู่ สังเกตว่าคำว่า "หมู่" เขียนเต็มไม่ย่อ ส่วน ผบ.มว. เป็นคำย่อของ "ผู้บังคับหมวด (สบ 1)" ซึ่งอยู่ในข้อ 2.2.21 คนละตำแหน่งกัน

ข้อ 14

ตำแหน่ง "เลขานุการตำรวจแห่งชาติ (สบ 6)" ตามบทที่ 8 ข้อ 2.2 ใช้คำย่อว่าอะไร

  1. 1.ลก.ตร.
  2. 2.ลข.ตร.
  3. 3.สลก.ตร.
  4. 4.ลกน.ตร.
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. ลก.ตร.

ข้อ 2.2.10 กำหนดให้ เลขานุการตำรวจแห่งชาติ (สบ 6) ใช้คำย่อ ลก.ตร. และข้อ 2.2.16 รองเลขานุการตำรวจแห่งชาติ (สบ 5) ใช้ รอง ลก.ตร. ระวังสับสนกับ สลก.ตร. ซึ่งเป็นคำย่อของ "สำนักงานเลขานุการตำรวจแห่งชาติ" อันเป็นชื่อหน่วยงาน ไม่ใช่ชื่อตำแหน่ง

ข้อ 15

ตำแหน่ง "นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8)" และ "ผู้บังคับกองร้อย (สบ 2)" ตามบทที่ 8 ข้อ 2.2 ใช้คำย่อว่าอะไร ตามลำดับ

  1. 1.นพญ. และ ผบ.ร้อย
  2. 2.พตร. และ ผบ.ร้อย
  3. 3.พตร. และ ผบก.ร้อย
  4. 4.นพ.ญ. และ ผบ.มว.
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. พตร. และ ผบ.ร้อย

ข้อ 2.2.5 นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) = พตร. และข้อ 2.2.20 ผู้บังคับกองร้อย (สบ 2) = ผบ.ร้อย ส่วนรองนายแพทย์ใหญ่ (สบ 7) = รอง พตร. ตามข้อ 2.2.7 คำย่อ พตร. นี้เขียนติดกันไม่มีจุดคั่นภายใน

ข้อ 16

คำว่า "รักษาราชการแทน" และ "ปฏิบัติราชการแทน" ตามบทที่ 8 ข้อ 2.3 ให้ใช้คำย่อว่าอะไร ตามลำดับ

  1. 1.รรท. และ ปรท.
  2. 2.รกท. และ ปรท.
  3. 3.รรท. และ ปฏท.
  4. 4.รษท. และ ปบท.
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. รรท. และ ปรท.

ข้อ 2.3 กำหนดว่า "รักษาราชการแทน" ให้ใช้คำย่อว่า "รรท." และ "ปฏิบัติราชการแทน" ให้ใช้คำย่อว่า "ปรท." คู่นี้ออกสอบบ่อย และสอดคล้องกับบทที่ 9 ข้อ 6.3 กับ 6.4 ที่แปลเป็นอังกฤษว่า Acting + ตำแหน่ง และ for + ตำแหน่ง ตามลำดับ

ข้อ 17

คำย่อทั่วไปตามบทที่ 8 ข้อ 3.1 ของ "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" "กองบัญชาการ" "กองบังคับการ" และ "กองกำกับการ" คือข้อใด ตามลำดับ

  1. 1.สตช. / บช. / บก. / กก.
  2. 2.ตร. / บช. / บก. / กก.
  3. 3.ตช. / บช. / บก. / กก.
  4. 4.ตร. / กบช. / กบก. / กกก.
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ตร. / บช. / บก. / กก.

ข้อ 3.1.1 ถึง 3.1.4 กำหนด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ = ตร. กองบัญชาการ = บช. กองบังคับการ = บก. และกองกำกับการ = กก. ระวังสับสนกับ "ตช" ซึ่งเป็นรหัสตัวพยัญชนะที่ใช้ในเลขที่หนังสือตามบทที่ 7 ไม่ใช่คำย่อชื่อหน่วยงาน

ข้อ 18

คำย่อของ "สถานีตำรวจนครบาล" "สถานีตำรวจภูธร" และ "สถานีตำรวจน้ำ" ตามบทที่ 8 ข้อ 3.1 คือข้อใด ตามลำดับ

  1. 1.สน. / สภ. / ส.รน.
  2. 2.สน. / สภ. / ส.นร.
  3. 3.สนบ. / สภธ. / สรน.
  4. 4.สน. / สภ. / ส.รฟ.
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. สน. / สภ. / ส.รน.

ข้อ 3.1.8 สถานีตำรวจนครบาล = สน. ข้อ 3.1.9 สถานีตำรวจภูธร = สภ. และข้อ 3.1.12 สถานีตำรวจน้ำ = ส.รน. สังเกตว่าฉบับ 2569 ตัด "สถานีตำรวจรถไฟ (ส.รฟ.)" ซึ่งเคยอยู่ในฉบับ 2556 ออกไป และเพิ่มสถานีตำรวจน้ำเข้ามาแทน

ข้อ 19

คำย่อของ "ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัด" "ด่านตรวจคนเข้าเมือง" และ "พิสูจน์หลักฐานจังหวัด" ตามบทที่ 8 ข้อ 3.1 คือข้อใด ตามลำดับ

  1. 1.ตม.จว. / ด่าน ตม. / พฐ.จว.
  2. 2.สตม.จว. / ดตม. / สพฐ.จว.
  3. 3.ตม.จ. / ด.ตม. / พฐ.จ.
  4. 4.ตม.จว. / ด่าน ตม. / พฐก.จว.
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. ตม.จว. / ด่าน ตม. / พฐ.จว.

ข้อ 3.1.5 ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัด = ตม.จว. ข้อ 3.1.6 ด่านตรวจคนเข้าเมือง = ด่าน ตม. และข้อ 3.1.7 พิสูจน์หลักฐานจังหวัด = พฐ.จว. ทั้งสามคำนี้เป็นของใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในฉบับที่ 21 พ.ศ. 2569 ไม่มีในฉบับ 2556

ข้อ 20

คำย่อของ "แผนก" "หมวด" และ "กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ .." ตามบทที่ 8 ข้อ 3.1 คือข้อใด ตามลำดับ

  1. 1.ผน. / มว. / ร้อย ตชด. ..
  2. 2.ผ. / มว. / ร้อย ตชด. ..
  3. 3.ผ. / หมวด / กร.ตชด. ..
  4. 4.ผ. / มว. / กก.ตชด. ..
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ผ. / มว. / ร้อย ตชด. ..

ข้อ 3.1.17 แผนก = ผ. ข้อ 3.1.18 หมวด = มว. และข้อ 3.1.15 กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ .. = ร้อย ตชด. .. ส่วน กก.ตชด. .. ตามข้อ 3.1.14 เป็นคำย่อของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ .. ซึ่งเป็นหน่วยที่ใหญ่กว่ากองร้อย

ข้อ 21

กรณีส่วนราชการหรือหน่วยงานที่มีชื่อเหมือนกัน เช่น กองบังคับการอำนวยการ ซึ่งมีอยู่ในหลายหน่วย ตามบทที่ 8 ข้อ 3 ต้องใช้คำย่ออย่างไร

  1. 1.ใช้คำย่อเดิมได้เลย เพราะบริบทของหนังสือจะบอกอยู่แล้วว่าเป็นหน่วยใด
  2. 2.ให้ใส่คำย่อของหน่วยงานต้นสังกัดต่อท้ายด้วย เช่น กองบังคับการอำนวยการ ตำรวจภูธรภาค 1 ใช้ บก.อก.ภ.1
  3. 3.ให้ใส่เลขลำดับต่อท้ายคำย่อ เช่น บก.อก.1 บก.อก.2 เรียงไปตามลำดับหน่วย
  4. 4.ให้เขียนชื่อเต็มทุกครั้ง ห้ามใช้คำย่อ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ให้ใส่คำย่อของหน่วยงานต้นสังกัดต่อท้ายด้วย เช่น กองบังคับการอำนวยการ ตำรวจภูธรภาค 1 ใช้ บก.อก.ภ.1

บทที่ 8 ข้อ 3 วรรคท้ายกำหนดว่า สำหรับส่วนราชการหรือหน่วยงานที่มีชื่อเหมือนกัน เมื่อใช้คำย่อให้ใส่คำย่อของหน่วยงานต้นสังกัดต่อท้ายด้วย เช่น กองบังคับการอำนวยการ ตำรวจภูธรภาค 1 ให้ใช้คำย่อ บก.อก.ภ.1 เพราะกองบังคับการอำนวยการมีอยู่แทบทุกกองบัญชาการ ถ้าไม่ต่อท้ายจะไม่รู้ว่าเป็นของหน่วยใด

ข้อ 22

ข้าราชการชั้นพลตำรวจและนักเรียนตำรวจตามบทที่ 8 ข้อ 4 ใช้คำย่ออย่างไร

  1. 1.พลฯ สำรอง / นสต. / นรต.
  2. 2.พล.สำรอง / นสต. / นรต.
  3. 3.พลฯ สำรอง / นักเรียน นสต. / นักเรียน นรต.
  4. 4.พ.สำรอง / นส.ต. / นร.ต.
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. พลฯ สำรอง / นสต. / นรต.

ข้อ 4 กำหนดสามคำ คือ 4.1 พลตำรวจสำรอง = พลฯ สำรอง 4.2 นักเรียนนายสิบตำรวจ = นสต. และ 4.3 นักเรียนนายร้อยตำรวจ = นรต. สังเกตว่า "พลฯ สำรอง" ใช้ไปยาลน้อยแทนคำว่าตำรวจ และเว้นวรรคก่อนคำว่าสำรอง

ข้อ 23

การเขียนคำย่อทั้งตำแหน่งและส่วนราชการผสมกัน กรณีทั่วไปตามบทที่ 8 ข้อ 5.1 มีหลักอย่างไร

  1. 1.ให้ใช้คำย่อส่วนราชการนำหน้าคำย่อตำแหน่ง และอ่านย้อนกลับ
  2. 2.ให้ใช้คำย่อตำแหน่งนำหน้าคำย่อส่วนราชการหรือหน่วยงาน และการอ่านให้อ่านเป็นคำเต็มต่อกัน
  3. 3.ให้ใช้คำย่อตำแหน่งนำหน้า แต่การอ่านให้อ่านคำย่อทีละตัวอักษร
  4. 4.ให้เขียนคำย่อตำแหน่งกับส่วนราชการคั่นด้วยเครื่องหมายทับ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ให้ใช้คำย่อตำแหน่งนำหน้าคำย่อส่วนราชการหรือหน่วยงาน และการอ่านให้อ่านเป็นคำเต็มต่อกัน

ข้อ 5.1 กำหนดว่า กรณีทั่วไปให้ใช้คำย่อตำแหน่งนำหน้าคำย่อส่วนราชการหรือหน่วยงาน และการอ่านให้อ่านเป็นคำเต็มต่อกัน เช่น ผบช.ภ.1 อ่านว่า ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 หรือ ผบก.ภ.จว.เลย อ่านว่า ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย และ สวญ.สภ. ... อ่านว่า สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธร ...

ข้อ 24

ตำแหน่งผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ตามบทที่ 8 ข้อ 5.2 เขียนคำย่อและอ่านว่าอย่างไร

  1. 1.ผบช.บช.น. อ่านว่า ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจนครบาล
  2. 2.ผบช.น. อ่านว่า ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล
  3. 3.ผบช.น. อ่านว่า ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจนครบาล
  4. 4.ผบช.บช.น. อ่านว่า ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ผบช.น. อ่านว่า ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล

ข้อ 5.2.1 ครอบคลุมกรณีตำแหน่งผู้บัญชาการหรือรองผู้บัญชาการ กับส่วนราชการที่มีชื่อนำหน้าด้วย "กองบัญชาการ" โดยกำหนดให้ตัดคำย่อ "บช." ที่ซ้ำกันออก จึงเขียนว่า ผบช.น. และการอ่านให้อ่านเป็นคำเต็มโดยตัดคำว่า "กองบัญชาการ" ออกด้วย จึงอ่านว่า ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล หลักเดียวกันนี้ใช้กับ "บก." ตามข้อ 5.2.2 และ "กก." ตามข้อ 5.2.3

ข้อ 25

ตามหลักการตัดคำย่อซ้ำในบทที่ 8 ข้อ 5.2 ตำแหน่งผู้บังคับการ กองบังคับการปราบปราม เขียนคำย่อว่าอย่างไร

  1. 1.ผบก.บก.ป.
  2. 2.ผบก.ป.
  3. 3.ผบ.ก.ป.
  4. 4.ผบก.ปป.
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ผบก.ป.

ข้อ 5.2.2 ครอบคลุมตำแหน่งผู้บังคับการหรือรองผู้บังคับการ กับหน่วยงานที่มีชื่อนำหน้าด้วย "กองบังคับการ" ให้ตัดคำย่อ "บก." ที่ซ้ำกันออก จึงเขียน ผบก.ป. และอ่านว่า ผู้บังคับการปราบปราม ตัวอย่างอื่นในตารางเดียวกันคือ ผบก.น.1 = ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 และ ผบก.ทล. = ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง

ข้อ 26

คำย่อ "ผกก.สส." ตามตัวอย่างในบทที่ 8 ข้อ 5.2 อ่านว่าอย่างไร

  1. 1.ผู้กำกับการกองกำกับการสืบสวน
  2. 2.ผู้กำกับการสืบสวน
  3. 3.ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน
  4. 4.ผู้การกำกับการสืบสวน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ผู้กำกับการสืบสวน

ตามข้อ 5.2.3 ตำแหน่งผู้กำกับการหรือรองผู้กำกับการ กับหน่วยงานที่มีชื่อนำหน้าด้วย "กองกำกับการ" ให้ตัดคำย่อ "กก." ที่ซ้ำกันออก และการอ่านให้ตัดคำว่า "กองกำกับการ" ออกด้วย ผกก.สส. จึงอ่านว่า ผู้กำกับการสืบสวน เช่นเดียวกับ ผกก.1 ที่อ่านว่า ผู้กำกับการ 1

ข้อ 27

การเขียนคำย่อปีพุทธศักราชตามบทที่ 8 ข้อ 6.3 มีหลักอย่างไร

  1. 1.ใช้เลขข้างท้าย 2 ตำแหน่งต่อท้ายอักษรย่อชื่อเดือนเสมอทุกกรณี
  2. 2.ใช้เลขข้างท้าย 2 ตำแหน่งต่อท้ายอักษรย่อชื่อเดือน เว้นแต่ปี พ.ศ. ที่ลงท้ายด้วย 00 ให้ใช้เลขเต็มทั้งสี่ตำแหน่ง
  3. 3.ใช้เลขเต็มสี่ตำแหน่งเสมอ
  4. 4.ใช้เลขข้างท้าย 2 ตำแหน่ง เว้นแต่ปีที่ลงท้ายด้วยเลข 0 ให้ใช้เลขเต็ม
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ใช้เลขข้างท้าย 2 ตำแหน่งต่อท้ายอักษรย่อชื่อเดือน เว้นแต่ปี พ.ศ. ที่ลงท้ายด้วย 00 ให้ใช้เลขเต็มทั้งสี่ตำแหน่ง

ข้อ 6.3 กำหนดให้ใช้เฉพาะเลขข้างท้าย 2 ตำแหน่งต่อท้ายอักษรย่อชื่อเดือน เว้นแต่ปี พ.ศ. ที่ลงท้ายด้วย 00 ให้ใช้เลขเต็มทั้งสี่ตำแหน่ง เหตุผลคือถ้าเขียน "ม.ค. 00" จะอ่านกำกวมว่าเป็นปีใด จึงต้องเขียนเต็มเช่น "ม.ค. 2600"

ข้อ 28

ตามบทที่ 8 ข้อ 6.4 การเขียนคำย่อเวลาให้ใช้กี่ตำแหน่ง และเวลา 24 นาฬิกา เขียนอย่างไร

  1. 1.ใช้ 4 ตำแหน่ง เขียนว่า 24.00
  2. 2.ใช้ 2 ตำแหน่ง เขียนว่า 24
  3. 3.ใช้ 4 ตำแหน่ง เขียนว่า 00.00
  4. 4.ใช้ 6 ตำแหน่ง เขียนว่า 24.00.00
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. ใช้ 4 ตำแหน่ง เขียนว่า 24.00

ข้อ 6.4 กำหนดให้ใช้เวลา 4 ตำแหน่ง โดย 2 ตำแหน่งข้างหน้าหมายถึงนาฬิกา 2 ตำแหน่งข้างหลังหมายถึงนาที ถ้าตำแหน่งใดไม่มีนาฬิกาหรือนาทีให้เขียน 0 (ศูนย์) ลงแทน เช่น 24 นาฬิกา ใช้ว่า "24.00" หรือเมื่อขึ้นวันใหม่ยังไม่เต็มชั่วโมง เช่น เพิ่มขึ้นได้ 1 นาที ให้ใช้ว่า "00.01" และอ่านว่าศูนย์นาฬิกา 1 นาที

ข้อ 29

ข้อความ "ใช้เวลาปฏิบัติงาน 2 ชม. 20 นท. 20 วท." ตามบทที่ 8 ข้อ 6.5 หมายถึงเวลาเท่าใด

  1. 1.2 ชั่วโมง 20 นาที 20 วินาที
  2. 2.2 ชั่วโมง 20 นาฬิกา 20 วัน
  3. 3.2 ชั่วโมง 20 วินาที 20 นาที
  4. 4.2 ชั้น 20 หน่วย 20 วาระ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. 2 ชั่วโมง 20 นาที 20 วินาที

ข้อ 6.5 กำหนดคำย่อระยะเวลาไว้สามคำ คือ ชั่วโมง = ชม. นาที = นท. และวินาที = วท. โดยยกตัวอย่างไว้เองว่า จะเขียนว่าใช้เวลาปฏิบัติงาน 2 ชั่วโมง 20 นาที 20 วินาที ให้เขียนว่า "ใช้เวลาปฏิบัติงาน 2 ชม. 20 นท. 20 วท." จุดที่ต้องจำคือนาทีย่อว่า นท. ไม่ใช่ น.

ข้อ 30

"จังหวัดกำแพงเพชร" เขียนชื่อย่อตามบทที่ 8 ข้อ 7.2 ว่าอย่างไร

  1. 1.กพ.
  2. 2.จว.กพ.
  3. 3.จ.กพ.
  4. 4.จว.กำแพงเพชร
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. จว.กพ.

ข้อ 7.2 กำหนดให้ชื่อย่อจังหวัดใช้อนุโลมเช่นเดียวกับรหัสตัวพยัญชนะประจำจังหวัดที่กำหนดไว้ในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ โดยให้ใส่จุดหลังรหัสตัวพยัญชนะประจำจังหวัดด้วย และการใช้ชื่อย่อจังหวัดให้มีคำว่าจังหวัดนำหน้าด้วย จึงได้ "จว.กพ." ครบทั้งสามเงื่อนไข คือมี จว. นำหน้า ใช้รหัสพยัญชนะ กพ และมีจุดปิดท้าย

ข้อ 31

"ตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์" เมื่อใช้คำย่อ ตามบทที่ 8 ข้อ 7.2 วรรคท้าย ควรเขียนอย่างไร

  1. 1.ภ.จว.นว. เพราะต้องย่อชื่อจังหวัดตามรหัสตัวพยัญชนะเสมอ
  2. 2.ภ.จว.นครสวรรค์ เพราะการใช้ชื่อจังหวัดต่อท้ายชื่อหน่วยงานของ ตร. ไม่ควรใช้ชื่อย่อจังหวัด
  3. 3.ตร.ภ.นว. เพราะต้องมีคำย่อ ตร. นำหน้า
  4. 4.ภ.นครสวรรค์ เพราะไม่ต้องมีคำว่า จว.
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ภ.จว.นครสวรรค์ เพราะการใช้ชื่อจังหวัดต่อท้ายชื่อหน่วยงานของ ตร. ไม่ควรใช้ชื่อย่อจังหวัด

ข้อ 7.2 วรรคท้ายเขียนไว้ชัดว่า สำหรับการใช้ชื่อจังหวัดต่อท้ายชื่อส่วนราชการหรือหน่วยงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ควรใช้ชื่อย่อจังหวัด เช่น ตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ เมื่อใช้คำย่อให้ใช้ "ภ.จว.นครสวรรค์" ไม่ควรใช้ "ภ.จว.นว." เหตุผลคือย่อซ้อนย่อแล้วอ่านไม่ออกว่าเป็นจังหวัดใด

ข้อ 32

ตามบทที่ 8 ข้อ 8 การอ่านถ้อยคำซึ่งใช้คำย่อ ให้อ่านอย่างไร

  1. 1.ให้อ่านเป็นคำย่อทีละตัวอักษร
  2. 2.ให้อ่านเป็นคำเต็ม เว้นแต่กรณีที่มีกำหนดคำอ่านไว้เฉพาะ
  3. 3.ให้อ่านเป็นคำเต็มเสมอ ไม่มีข้อยกเว้น
  4. 4.ให้ผู้อ่านเลือกได้ตามความเหมาะสมของสถานการณ์
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ให้อ่านเป็นคำเต็ม เว้นแต่กรณีที่มีกำหนดคำอ่านไว้เฉพาะ

ข้อ 8 กำหนดว่า การอ่านถ้อยคำซึ่งใช้คำย่อให้อ่านเป็นคำเต็ม เว้นแต่กรณีที่มีกำหนดคำอ่านไว้เฉพาะ ตัวอย่างของกรณีที่กำหนดคำอ่านไว้เฉพาะคือข้อ 5.2 ซึ่งให้ตัดคำว่า "กองบัญชาการ" "กองบังคับการ" หรือ "กองกำกับการ" ออกเวลาอ่าน

ข้อ 33

ตามบทที่ 8 ข้อ 9 การใช้คำย่อในราชการตำรวจมีขอบเขตเพียงใด

  1. 1.ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอกราชการตำรวจ หากคู่ติดต่อเข้าใจตรงกัน
  2. 2.ต้องใช้ให้ถูกต้อง และให้ใช้เฉพาะภายในราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติเท่านั้น
  3. 3.ใช้ได้เฉพาะในหนังสือที่มีชั้นความลับ
  4. 4.ใช้ได้เฉพาะในหนังสือที่ส่งถึงส่วนราชการภายนอก
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ต้องใช้ให้ถูกต้อง และให้ใช้เฉพาะภายในราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติเท่านั้น

ข้อ 9 กำหนดว่า การใช้คำย่อต้องใช้ให้ถูกต้อง และให้ใช้เฉพาะภายในราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติเท่านั้น เหตุผลคือหน่วยงานภายนอกไม่ได้ผูกพันตามระเบียบนี้ จึงอาจอ่านคำย่อของตำรวจไม่ออกหรือเข้าใจผิดเป็นคำย่อของหน่วยตน

ข้อ 34

คำย่อหน่วยงานภายในกองบัญชาการ หากจะนำไปใช้ติดต่อหรืออ้างอิงกับหน่วยงานนอกสังกัดกองบัญชาการ ตามบทที่ 8 ข้อ 10 ต้องทำอย่างไร

  1. 1.ใช้ได้ทันที เพราะผู้บัญชาการอนุมัติให้ใช้แล้ว
  2. 2.ต้องใช้ชื่อเต็มของหน่วยงาน หรือหากจำเป็นจะใช้คำย่อ ต้องเสนอสำนักงานตำรวจแห่งชาติอนุมัติ
  3. 3.ต้องแจ้งให้กองสารนิเทศทราบล่วงหน้า
  4. 4.ต้องมีวงเล็บชื่อเต็มกำกับไว้ทุกครั้ง
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ต้องใช้ชื่อเต็มของหน่วยงาน หรือหากจำเป็นจะใช้คำย่อ ต้องเสนอสำนักงานตำรวจแห่งชาติอนุมัติ

ข้อ 10 ให้ผู้บัญชาการหรือตำแหน่งเทียบเท่าที่เป็นหัวหน้าส่วนราชการอนุมัติคำย่อหน่วยงานภายในได้เท่าที่ไม่ขัดแย้งกับระเบียบหรือคำสั่งของ ตร. แต่ให้ใช้เฉพาะราชการภายในของกองบัญชาการหรือเทียบเท่านั้น หากจะใช้ติดต่อหรืออ้างอิงกับหน่วยงานนอกสังกัดกองบัญชาการ จะต้องใช้ชื่อเต็มของหน่วยงาน หรือหากจำเป็นหรือประสงค์จะใช้คำย่อ จะต้องเสนอสำนักงานตำรวจแห่งชาติอนุมัติ

ข้อ 35

กรณีกองบัญชาการที่มีโครงสร้างหน่วยงานภายในเหมือนกัน เช่น ตำรวจภูธรภาค 1 ถึง 9 ตามบทที่ 8 ข้อ 10 วรรคท้าย ควรปฏิบัติอย่างไร

  1. 1.ต่างหน่วยต่างกำหนดคำย่อของตนได้ตามสะดวก
  2. 2.ควรใช้คำย่อหน่วยงานภายในเหมือนกัน โดยให้กองบัญชาการดังกล่าวเสนอสำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณาอนุมัติ
  3. 3.ให้ใช้คำย่อของตำรวจภูธรภาค 1 เป็นแม่แบบโดยไม่ต้องขออนุมัติ
  4. 4.ห้ามใช้คำย่อหน่วยงานภายในโดยเด็ดขาด
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ควรใช้คำย่อหน่วยงานภายในเหมือนกัน โดยให้กองบัญชาการดังกล่าวเสนอสำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณาอนุมัติ

ข้อ 10 วรรคท้ายกำหนดว่า กรณีกองบัญชาการที่มีโครงสร้างหน่วยงานภายในเหมือนกัน เช่น ตำรวจภูธรภาค 1 ถึง 9 ควรใช้คำย่อหน่วยงานภายในเหมือนกัน โดยให้กองบัญชาการดังกล่าวเสนอสำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณาอนุมัติเพื่อใช้คำย่อหน่วยงานภายในสำหรับติดต่อภายในกองบัญชาการหรืออ้างอิงกับหน่วยงานนอกกองบัญชาการ

ข้อ 36

ชื่อ "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" เป็นภาษาอังกฤษตามบทที่ 9 ข้อ 1 ใช้ว่าอย่างไร

  1. 1.Thai National Police
  2. 2.Royal Thai Police
  3. 3.Royal Thai Police Bureau
  4. 4.Office of the Royal Thai Police
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. Royal Thai Police

ข้อ 1 ของบทที่ 9 กำหนดชื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นภาษาอังกฤษว่า Royal Thai Police ส่วน Office of the Commissioner General, Royal Thai Police เป็นชื่อของ "สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" ซึ่งเป็นหน่วยงานภายในตามข้อ 2.1 คนละระดับกัน

ข้อ 37

ตามบทที่ 9 ข้อ 3 หน่วยงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ต่ำกว่ากองบัญชาการ ใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษอย่างไร

  1. 1.กองบังคับการ = Sub-Division และ กองกำกับการ = Division
  2. 2.กองบังคับการ = Division และ กองกำกับการ = Sub-Division
  3. 3.กองบังคับการ = Bureau และ กองกำกับการ = Division
  4. 4.กองบังคับการ = Department และ กองกำกับการ = Section
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. กองบังคับการ = Division และ กองกำกับการ = Sub-Division

ข้อ 3 กำหนดว่า กองบังคับการ = Division กองกำกับการ = Sub-Division สถานีตำรวจนครบาล = Metropolitan Police Station และสถานีตำรวจภูธร = Provincial Police Station จำง่าย ๆ ว่าหน่วยใหญ่กว่าคือ Division หน่วยย่อยกว่าจึงเป็น Sub-Division

ข้อ 38

"สถานีตำรวจนครบาล" และ "สถานีตำรวจภูธร" ตามบทที่ 9 ข้อ 3 ใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษว่าอย่างไร ตามลำดับ

  1. 1.Metropolitan Police Station และ Provincial Police Station
  2. 2.Municipal Police Station และ Rural Police Station
  3. 3.City Police Station และ District Police Station
  4. 4.Provincial Police Station และ Metropolitan Police Station
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. Metropolitan Police Station และ Provincial Police Station

ข้อ 3.3 สถานีตำรวจนครบาล = Metropolitan Police Station และข้อ 3.4 สถานีตำรวจภูธร = Provincial Police Station สอดคล้องกับชื่อหน่วยระดับบนคือ กองบัญชาการตำรวจนครบาล = Metropolitan Police Bureau และตำรวจภูธรภาค = Provincial Police Region

ข้อ 39

ยศ "พลตำรวจเอก" และ "พันตำรวจเอก" เป็นภาษาอังกฤษตามบทที่ 9 ข้อ 4 ใช้ว่าอย่างไร ตามลำดับ

  1. 1.Police General และ Police Colonel
  2. 2.Police General และ Police Captain
  3. 3.Police Commissioner และ Police Colonel
  4. 4.Police Grand General และ Police Chief Colonel
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. Police General และ Police Colonel

ข้อ 4.1 พลตำรวจเอก (พล.ต.อ.) = Police General ตัวย่อ Pol.Gen. และข้อ 4.4 พันตำรวจเอก (พ.ต.อ.) = Police Colonel ตัวย่อ Pol.Col. โครงสร้างของยศตำรวจไทยเทียบกับทหารบก คือ พล = General, พัน = Colonel, ร้อย = Captain ลงมาตามลำดับ

ข้อ 40

ยศ "ดาบตำรวจ" และ "จ่าสิบตำรวจ" เป็นภาษาอังกฤษตามบทที่ 9 ข้อ 4 ใช้ว่าอย่างไร ตามลำดับ

  1. 1.Police Sergeant Major และ Police Senior Sergeant Major
  2. 2.Police Senior Sergeant Major และ Police Sergeant Major
  3. 3.Police Sergeant และ Police Sergeant Major
  4. 4.Police Chief Sergeant และ Police Sergeant
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. Police Senior Sergeant Major และ Police Sergeant Major

ข้อ 4.10 ดาบตำรวจ (ด.ต.) = Police Senior Sergeant Major ตัวย่อ Pol.Snr.Sgt.Maj. และข้อ 4.11 จ่าสิบตำรวจ (จ.ส.ต.) = Police Sergeant Major ตัวย่อ Pol.Sgt.Maj. ดาบตำรวจสูงกว่าจ่าสิบตำรวจ จึงมีคำว่า Senior นำหน้า

ข้อ 41

ยศ "สิบตำรวจตรี" เป็นภาษาอังกฤษตามบทที่ 9 ข้อ 4 ใช้ว่าอย่างไร และตัวย่อคืออะไร

  1. 1.Police Corporal / Pol.Cpl.
  2. 2.Police Lance Corporal / Pol.L/Cpl.
  3. 3.Police Sergeant / Pol.Sgt.
  4. 4.Police Private / Pol.Pvt.
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. Police Lance Corporal / Pol.L/Cpl.

ข้อ 4.14 สิบตำรวจตรี (ส.ต.ต.) = Police Lance Corporal ตัวย่อ Pol.L/Cpl. ซึ่งเป็นตัวย่อเดียวในตารางที่ใช้เครื่องหมายทับ ส่วน Police Corporal (Pol.Cpl.) เป็นของสิบตำรวจโท และ Police Sergeant (Pol.Sgt.) เป็นของสิบตำรวจเอก

ข้อ 42

ชั้นข้าราชการตำรวจเป็นภาษาอังกฤษตามบทที่ 9 ข้อ 5 ข้อใดถูกต้อง

  1. 1.ชั้นสัญญาบัตร = Commissioned Officer, ชั้นประทวน = Non-Commissioned Officer, ชั้นพลตำรวจ = Police Private
  2. 2.ชั้นสัญญาบัตร = Commissioned Officer, ทั้งชั้นประทวนและชั้นพลตำรวจใช้ Non-Commissioned Officer เหมือนกัน
  3. 3.ชั้นสัญญาบัตร = Warrant Officer, ชั้นประทวน = Commissioned Officer
  4. 4.ทั้งสามชั้นใช้คำว่า Police Officer เหมือนกัน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ชั้นสัญญาบัตร = Commissioned Officer, ทั้งชั้นประทวนและชั้นพลตำรวจใช้ Non-Commissioned Officer เหมือนกัน

ข้อ 5 กำหนดว่า 5.1 ชั้นสัญญาบัตร = Commissioned Officer 5.2 ชั้นประทวน = Non-Commissioned Officer และ 5.3 ชั้นพลตำรวจ = Non-Commissioned Officer จุดที่ข้อสอบชอบหยิบมาถามคือ ชั้นประทวนกับชั้นพลตำรวจใช้คำแปลเดียวกันทั้งที่เป็นคนละชั้นในภาษาไทย

ข้อ 43

ตำแหน่ง "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" และ "ผู้บัญชาการ" เป็นภาษาอังกฤษตามบทที่ 9 ข้อ 6.1 ใช้ว่าอย่างไร ตามลำดับ

  1. 1.Commissioner General และ Commissioner
  2. 2.Chief Commissioner และ Deputy Commissioner
  3. 3.Commissioner General และ Commander
  4. 4.Director General และ Commissioner
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. Commissioner General และ Commissioner

ข้อ 6.1.1 ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ = Commissioner General และข้อ 6.1.4 ผู้บัญชาการ = Commissioner ส่วน Commander เป็นคำแปลของผู้บังคับการ ตามข้อ 6.1.6 หมายเหตุคือหัวข้อ 6.1 ของบทที่ 9 ยังคงอ้างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 อยู่ เพราะฉบับแก้ไขล่าสุดคือฉบับที่ 21 แก้เฉพาะบทที่ 8

ข้อ 44

ตำแหน่ง "ผู้กำกับการ" และ "สารวัตร" เป็นภาษาอังกฤษตามบทที่ 9 ข้อ 6.1 ใช้ว่าอย่างไร ตามลำดับ

  1. 1.Superintendent และ Inspector
  2. 2.Inspector และ Superintendent
  3. 3.Commander และ Inspector
  4. 4.Superintendent และ Deputy Inspector
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. Superintendent และ Inspector

ข้อ 6.1.8 ผู้กำกับการ = Superintendent ข้อ 6.1.9 รองผู้กำกับการ = Deputy Superintendent ข้อ 6.1.10 สารวัตร = Inspector และข้อ 6.1.11 รองสารวัตร = Deputy Inspector ส่วนสารวัตรใหญ่ตามข้อ 6.2.18 ใช้ว่า Chief of Inspector

ข้อ 45

คำว่า "รักษาราชการแทน" และ "ปฏิบัติราชการแทน" เป็นภาษาอังกฤษตามบทที่ 9 ข้อ 6.3 และ 6.4 ใช้ว่าอย่างไร ตามลำดับ

  1. 1.Acting + (ชื่อตำแหน่ง) และ for + (ชื่อตำแหน่ง)
  2. 2.for + (ชื่อตำแหน่ง) และ Acting + (ชื่อตำแหน่ง)
  3. 3.On behalf of + (ชื่อตำแหน่ง) และ Acting + (ชื่อตำแหน่ง)
  4. 4.Deputy + (ชื่อตำแหน่ง) และ Assistant + (ชื่อตำแหน่ง)
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. Acting + (ชื่อตำแหน่ง) และ for + (ชื่อตำแหน่ง)

ข้อ 6.3 กำหนดว่า รักษาราชการแทน รักษาการแทน และรักษาการในตำแหน่ง ใช้ Acting + (Position) ส่วนข้อ 6.4 ปฏิบัติราชการแทน และทำการแทน ใช้ for + (Position) จับคู่กับคำย่อภาษาไทยในบทที่ 8 ข้อ 2.3 คือ รรท. และ ปรท. ตามลำดับ

ข้อ 46

ตำแหน่ง "จเรตำรวจแห่งชาติ" และ "จเรตำรวจ" เป็นภาษาอังกฤษตามบทที่ 9 ใช้ว่าอย่างไร ตามลำดับ

  1. 1.Inspector General และ Senior Inspector General
  2. 2.Senior Inspector General และ Inspector General
  3. 3.Chief Inspector และ Inspector General
  4. 4.Inspector General และ Deputy Inspector General
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. Senior Inspector General และ Inspector General

ข้อ 6.1.2 จเรตำรวจแห่งชาติ = Senior Inspector General และข้อ 6.2.7 จเรตำรวจ (สบ 8) = Inspector General ส่วนรองจเรตำรวจแห่งชาติ (สบ 9) = Deputy Senior Inspector General ตามข้อ 6.2.4 และรองจเรตำรวจ (สบ 7) = Deputy Inspector General ตามข้อ 6.2.13

ข้อ 47

ลักษณะงานเป็นภาษาอังกฤษตามบทที่ 9 ข้อ 7 ข้อใดถูกต้อง

  1. 1.งานจเรตำรวจ = Police Inspector และ งานถวายความปลอดภัย = Royal Court Security
  2. 2.งานจเรตำรวจ = Royal Court Security และ งานถวายความปลอดภัย = Police Inspector
  3. 3.งานจเรตำรวจ = Inspector General และ งานถวายความปลอดภัย = Royal Guard
  4. 4.งานจเรตำรวจ = Police Audit และ งานถวายความปลอดภัย = Royal Protection
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. งานจเรตำรวจ = Police Inspector และ งานถวายความปลอดภัย = Royal Court Security

ข้อ 7.9 งานจเรตำรวจ = Police Inspector และข้อ 7.10 งานถวายความปลอดภัย = Royal Court Security ในตารางเดียวกันยังมี 7.1 งานบริหาร = Administration 7.2 งานศึกษาอบรม = Education 7.5 งานความมั่นคง = Security และ 7.8 งานกฎหมายและคดี = Legal Affairs and Litigation

ข้อ 48

ลักษณะงานตามบทที่ 9 ข้อ 7 ข้อใดจับคู่ภาษาไทยกับภาษาอังกฤษได้ถูกต้อง

  1. 1.งานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม = Crime Prevention and Suppression
  2. 2.งานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม = Narcotics Prevention and Suppression
  3. 3.งานความมั่นคง = Royal Thai Police Operation Center
  4. 4.งานบริหาร = Legal Affairs and Litigation
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. งานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม = Crime Prevention and Suppression

ข้อ 7.3 งานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม = Crime Prevention and Suppression ส่วน Narcotics Prevention and Suppression เป็นของข้อ 7.4 งานป้องกันปราบปรามยาเสพติด งานความมั่นคงตามข้อ 7.5 คือ Security และงานบริหารตามข้อ 7.1 คือ Administration

ข้อ 49

ชื่อของบทที่ 9 ตามที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 19 พ.ศ. 2565 คือข้อใด

  1. 1.การบัญญัติศัพท์ภาษาอังกฤษชื่อหน่วยงาน ยศ และตำแหน่ง ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  2. 2.การบัญญัติศัพท์ภาษาอังกฤษชื่อหน่วยงาน ยศ ตำแหน่ง และคำย่อ ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  3. 3.การใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษในราชการตำรวจ
  4. 4.การบัญญัติศัพท์ภาษาอังกฤษและคำย่อในราชการตำรวจ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. การบัญญัติศัพท์ภาษาอังกฤษชื่อหน่วยงาน ยศ ตำแหน่ง และคำย่อ ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ฉบับที่ 19 พ.ศ. 2565 ลงวันที่ 5 เมษายน 2565 แก้ไขชื่อบทที่ 9 เป็น "การบัญญัติศัพท์ภาษาอังกฤษชื่อหน่วยงาน ยศ ตำแหน่ง และคำย่อในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ" โดยเติมคำว่า "และคำย่อ" เข้ามา ต่างจากฉบับ 2556 ที่มีเพียง "ชื่อหน่วยงาน ยศ และตำแหน่ง"

ข้อ 50

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการอ้างอิงกฎหมายในลักษณะที่ 54 บทที่ 8 และบทที่ 9 ตามตัวบทที่ใช้อยู่ปัจจุบัน

  1. 1.ทั้งสองบทอ้างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 เหมือนกัน
  2. 2.บทที่ 8 อ้างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ส่วนบทที่ 9 ยังคงอ้างฉบับ พ.ศ. 2547
  3. 3.ทั้งสองบทอ้างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 เหมือนกัน
  4. 4.บทที่ 8 อ้างฉบับ พ.ศ. 2547 ส่วนบทที่ 9 อ้างฉบับ พ.ศ. 2565
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. บทที่ 8 อ้างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ส่วนบทที่ 9 ยังคงอ้างฉบับ พ.ศ. 2547

บทที่ 8 ถูกยกเลิกและออกใหม่ทั้งบทโดยฉบับที่ 21 พ.ศ. 2569 ซึ่งอาศัยมาตรา 63 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 และตารางตำแหน่งในข้อ 2.1 ก็อ้างฉบับ 2565 แล้ว ส่วนบทที่ 9 ข้อ 6.1 ยังคงเขียนว่า "ตำแหน่งที่กำหนดในพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547" เพราะฉบับที่ 21 แก้เฉพาะบทที่ 8 ผู้ฝึกควรตอบตามตัวบทของแต่ละบท ไม่ควรเหมารวมว่าทั้งลักษณะที่ 54 อ้างกฎหมายฉบับเดียวกัน

ฝึกทำแบบจับเวลาและสุ่มข้อใหม่ทุกรอบ

โหมดฝึกจะสุ่มข้อใหม่ให้ทุกครั้ง เฉลยทันทีหลังตอบ และถ้าเข้าสู่ระบบไว้ระบบจะจำว่าคุณทำข้อไหนไปแล้ว พร้อมเก็บข้อที่ตอบผิดไว้ให้กลับมาแก้ตัว

เทคนิคทำข้อสอบวิชาระเบียบงานสารบรรณ

  • จำชนิดหนังสือราชการทั้งหมดให้ครบก่อน แล้วค่อยจำว่าแต่ละชนิดใช้เมื่อใด
  • ชั้นความเร็วกับชั้นความลับเป็นคนละเรื่องกัน ข้อสอบชอบสลับมาหลอก
  • อายุการเก็บหนังสือแต่ละประเภทเป็นตัวเลขที่ออกบ่อย ท่องเป็นชุดจะจำได้ทน

หัวข้ออื่นในวิชาระเบียบงานสารบรรณ

คำถามที่พบบ่อย

ข้อสอบคำย่อและศัพท์อังกฤษในราชการตำรวจ ออกสอบในสนามไหนบ้าง

หัวข้อคำย่อและศัพท์อังกฤษในราชการตำรวจ อยู่ในวิชาระเบียบงานสารบรรณ ซึ่งใช้สอบในนายสิบตำรวจ (สายอำนวยการ) ในเว็บนี้มีข้อสอบหัวข้อนี้ทั้งหมด 50 ข้อ

แนวข้อสอบคำย่อและศัพท์อังกฤษในราชการตำรวจ มีเฉลยอธิบายไหม

ทุกข้อมีเฉลยพร้อมคำอธิบายว่าทำไมตัวเลือกนั้นถึงถูก และหน้านี้เปิดให้อ่านครบทั้ง 50 ข้อฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก

ฝึกทำข้อสอบคำย่อและศัพท์อังกฤษในราชการตำรวจ ต้องเสียเงินไหม

ไม่เสียค่าใช้จ่าย ใช้ได้ฟรีทั้งหมด ไม่ต้องสมัครสมาชิกก็เริ่มฝึกได้ แต่ถ้าเข้าสู่ระบบ ระบบจะจำว่าทำข้อไหนไปแล้วและเก็บข้อที่ตอบผิดไว้ให้กลับมาทบทวน