คลังแนวข้อสอบกระดานอันดับ

แนวข้อสอบงานสารบรรณตำรวจและบันทึกข้อความ 29 ข้อ พร้อมเฉลย

ในคลัง 29 ข้อวิชาระเบียบงานสารบรรณนายสิบตำรวจ (สายอำนวยการ)

หน้านี้รวมแนวข้อสอบหัวข้องานสารบรรณตำรวจและบันทึกข้อความ จำนวน 29 ข้อ พร้อมเฉลยและคำอธิบายว่าทำไมตัวเลือกนั้นถึงถูก ทุกข้อจัดทำขึ้นใหม่ตามผังการออกข้อสอบ ไม่ใช่ข้อสอบเก่าของหน่วยงานใด อ่านฟรีทั้งหมดโดยไม่ต้องสมัครสมาชิก

ข้อสอบงานสารบรรณตำรวจและบันทึกข้อความ พร้อมเฉลย ครบทั้ง 29 ข้อ

ข้อ 1

ตามลักษณะที่ 54 ข้อ 5 การสั่งการกระทำได้กี่วิธี

  1. 1.2 วิธี
  2. 2.3 วิธี
  3. 3.4 วิธี
  4. 4.5 วิธี
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. 4 วิธี

ข้อ 5 กำหนดว่าการสั่งการกระทำได้ 4 วิธี ได้แก่ 5.1 กระทำด้วยหนังสือ 5.2 กระทำด้วยวาจา 5.3 กระทำด้วยเครื่องมือสื่อสาร และ 5.4 กระทำด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ข้อสอบมักหลอกด้วยเลข 3 เพราะวิธีที่ 4 คือทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นวิธีที่เติมเข้ามาภายหลัง

ข้อ 2

คำขึ้นต้นในบันทึกข้อความของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามปกติให้ใช้คำว่าอะไร

  1. 1.เรียน
  2. 2.กราบเรียน
  3. 3.ถึง
  4. 4.เสนอ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. เรียน

ข้อ 3 ของบทที่ 2 กำหนดให้คำขึ้นต้นในบันทึกข้อความใช้คำว่า "เรียน" ข้อยกเว้นมีกรณีเดียวคือเมื่อผู้บังคับบัญชาสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งไม่ต้องมีคำว่า เรียน

ข้อ 3

ตามลักษณะที่ 54 ข้อ 1 "งานสารบรรณ" หมายถึงงานที่เกี่ยวกับการบริหารงานเอกสาร โดยกำหนดขอบเขตไว้เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนใด จนถึงขั้นตอนใด

  1. 1.เริ่มตั้งแต่การรับ จนถึงการส่ง
  2. 2.เริ่มตั้งแต่การจัดทำ จนถึงการทำลาย
  3. 3.เริ่มตั้งแต่การร่างหนังสือ จนถึงการลงนาม
  4. 4.เริ่มตั้งแต่การลงทะเบียนรับ จนถึงการเก็บเข้าแฟ้ม
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. เริ่มตั้งแต่การจัดทำ จนถึงการทำลาย

ข้อ 1 นิยามไว้ว่า งานสารบรรณ หมายถึง งานที่เกี่ยวกับการบริหารงานเอกสาร เริ่มตั้งแต่การจัดทำ การรับ การส่ง การเก็บรักษา การยืม จนถึงการทำลาย รวม 6 ขั้นตอนหลัก ซึ่งเป็นนิยามเดียวกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 ส่วนคำว่า คิด อ่าน ร่าง เขียน แต่ง พิมพ์ จด จำ ทำสำเนา ฯลฯ ที่ตามมาในวรรคเดียวกันนั้น เป็นการอธิบาย "ในทางปฏิบัติ" ไม่ใช่ตัวขอบเขตของนิยาม

ข้อ 4

ตามลักษณะที่ 54 ข้อ 2 ระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แบ่งออกเป็นกี่ประเภท

  1. 1.2 ประเภท
  2. 2.3 ประเภท
  3. 3.4 ประเภท
  4. 4.5 ประเภท
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. 3 ประเภท

ข้อ 2 ระบุว่าระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แก่ (2.1) ประมวลระเบียบการตำรวจเกี่ยวกับคดี (2.2) ประมวลระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี และ (2.3) ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้กำหนดหรือสั่งการไว้เป็นระเบียบแบบแผน รวม 3 ประเภท

ข้อ 5

ระเบียบที่วางไว้เพื่อให้ข้าราชการตำรวจหรือพนักงานสอบสวนปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้อำนาจหรือการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือกฎหมายอื่น คือระเบียบประเภทใด

  1. 1.ประมวลระเบียบการตำรวจเกี่ยวกับคดี
  2. 2.ประมวลระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี
  3. 3.ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  4. 4.ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. ประมวลระเบียบการตำรวจเกี่ยวกับคดี

ข้อ 2.1 อธิบายว่าประมวลระเบียบการตำรวจเกี่ยวกับคดี เป็นระเบียบที่วางไว้เพื่อให้ข้าราชการตำรวจหรือพนักงานสอบสวนปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้อำนาจ หรือการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือกฎหมายอื่น ส่วนข้อ 2.2 ประมวลระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี เป็นระเบียบที่วางไว้ให้ข้าราชการตำรวจถือปฏิบัติทั่วไป งานสารบรรณจึงอยู่ในหมวดหลังนี้

ข้อ 6

"ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ" ตามข้อ 2.3 มีลักษณะอย่างไร

  1. 1.เป็นระเบียบที่คณะรัฐมนตรีวางไว้ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติถือปฏิบัติ
  2. 2.เป็นระเบียบที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้วางไว้โดยอาศัยอำนาจของกฎหมายอื่น
  3. 3.เป็นระเบียบที่กองกฎหมายเสนอและมีผลเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา
  4. 4.เป็นระเบียบที่ใช้เฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวนเท่านั้น
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. เป็นระเบียบที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้วางไว้โดยอาศัยอำนาจของกฎหมายอื่น

ข้อ 2.3 ระบุว่าระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นระเบียบที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้วางไว้โดยอาศัยอำนาจของกฎหมายอื่น จึงต่างจากประมวลระเบียบการตำรวจทั้งสองประเภทตรงที่ต้องมีกฎหมายฉบับอื่นให้อำนาจไว้ ตัวลักษณะที่ 54 นี้เองก็ออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ

ข้อ 7

ข้อใดอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะที่ 54 งานสารบรรณ กับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 ได้ถูกต้อง

  1. 1.ลักษณะที่ 54 ยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีในส่วนที่ใช้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  2. 2.หนังสือราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี และต้องปฏิบัติตามที่ลักษณะที่ 54 กำหนดเพิ่มด้วย
  3. 3.ให้เลือกปฏิบัติตามฉบับใดฉบับหนึ่งได้ตามความเหมาะสมของแต่ละหน่วยงาน
  4. 4.ลักษณะที่ 54 ใช้เฉพาะหนังสือที่ติดต่อกับส่วนราชการภายนอกเท่านั้น
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. หนังสือราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี และต้องปฏิบัติตามที่ลักษณะที่ 54 กำหนดเพิ่มด้วย

ข้อ 3 เขียนไว้ชัดว่า หนังสือราชการภายในที่ใช้หรือติดต่อกันภายในหน่วยงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม "และต้องปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ดังนี้" ลักษณะที่ 54 จึงเป็นกฎที่เพิ่มเติมเข้ามา ไม่ใช่แทนที่ ข้อสังเกตคือบทที่ 3 บทที่ 5 และบทที่ 6 ก็ขึ้นต้นด้วยถ้อยคำทำนองเดียวกันทั้งหมด

ข้อ 8

หนังสือราชการหรือเอกสารของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ต้องสงวนเป็นความลับ ตามข้อ 3.2 ให้ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบใด

  1. 1.ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ หมวดชั้นความลับ
  2. 2.ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ หรือระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ
  3. 3.ประมวลระเบียบการตำรวจเกี่ยวกับคดี ลักษณะว่าด้วยการสอบสวน
  4. 4.พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ เพียงฉบับเดียว
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ หรือระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ

ข้อ 3.2 กำหนดให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ หรือระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ ไม่ได้ให้ไปใช้หมวดชั้นความลับของระเบียบงานสารบรรณ ข้อนี้สอดคล้องกับข้อ 6.2 ที่ให้หัวหน้าหน่วยงานแต่งตั้งนายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ

ข้อ 9

กรณีเป็นเรื่องสำคัญ เร่งด่วน จำเป็น จนต้องสั่งการด้วยวาจาหรือเครื่องมือสื่อสาร ตามข้อ 5 ต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป และมีข้อยกเว้นในกรณีใด

  1. 1.ให้มีหนังสือยืนยันตามไปโดยเร็วที่สุดทุกกรณี ไม่มีข้อยกเว้น
  2. 2.ให้มีหนังสือยืนยันตามไปโดยเร็วที่สุด เว้นแต่การสั่งการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้ปฏิบัติตามวิธีการที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
  3. 3.ให้ผู้รับคำสั่งบันทึกไว้เป็นหลักฐานแล้วถือว่าครบถ้วน ไม่ต้องทำหนังสือ
  4. 4.ให้รายงานผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปทราบภายในสามวันทำการ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ให้มีหนังสือยืนยันตามไปโดยเร็วที่สุด เว้นแต่การสั่งการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้ปฏิบัติตามวิธีการที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

ข้อ 5 วรรคท้ายวางหลักว่าโดยปกติให้สั่งการด้วยหนังสือ แต่บางกรณีที่เป็นเรื่องสำคัญ เร่งด่วน จำเป็น อาจกระทำด้วยวาจา เครื่องมือสื่อสาร หรือวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ แล้วให้มีหนังสือยืนยันตามไปโดยเร็วที่สุด "เว้นแต่การสั่งการทางอิเล็กทรอนิกส์นั้น ได้ปฏิบัติตามวิธีการที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม" เหตุผลคือเมื่อทำถูกตามกฎหมายธุรกรรมฯ แล้ว ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ย่อมมีผลผูกพันเท่าหนังสืออยู่ในตัว จึงไม่ต้องยืนยันซ้ำ

ข้อ 10

ตามข้อ 6 หัวหน้าหน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยแบ่งส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ใดบ้าง

  1. 1.เจ้าหน้าที่สารบรรณกลางของหน่วยงานเท่านั้น
  2. 2.เจ้าหน้าที่สารบรรณกลางของหน่วยงาน และเจ้าหน้าที่นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับกับผู้ช่วยนายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ
  3. 3.เจ้าหน้าที่รับ-ส่งหนังสือ และเจ้าหน้าที่ทำลายหนังสือ
  4. 4.เจ้าหน้าที่สารบรรณกลาง และเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในของหน่วยงาน
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. เจ้าหน้าที่สารบรรณกลางของหน่วยงาน และเจ้าหน้าที่นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับกับผู้ช่วยนายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ

ข้อ 6 กำหนดสองอย่าง คือ 6.1 แต่งตั้งเจ้าหน้าที่สารบรรณกลางของหน่วยงาน และ 6.2 แต่งตั้งเจ้าหน้าที่นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับและผู้ช่วยนายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ สังเกตว่า 6.2 ต้องแต่งตั้งทั้งนายทะเบียนและผู้ช่วยนายทะเบียน ไม่ใช่แต่งตั้งเฉพาะนายทะเบียน

ข้อ 11

ตามข้อ 4 การลงชื่อในบันทึก ในกรณีที่ไม่ได้ใช้กระดาษบันทึกข้อความ ผู้บันทึกต้องลงสิ่งใดเพิ่มเติมด้วย

  1. 1.ตราครุฑที่มุมบนซ้ายของกระดาษ
  2. 2.วัน เดือน ปี ที่บันทึก
  3. 3.เลขที่หนังสือและชั้นความเร็ว
  4. 4.หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. วัน เดือน ปี ที่บันทึก

ข้อ 4 วรรคสองกำหนดว่า การลงชื่อในบันทึก ให้ลงลายมือชื่อเจ้าของหนังสือ พิมพ์ชื่อตัว ชื่อสกุลของเจ้าของลายมือชื่อภายในวงเล็บไว้ใต้ลายมือชื่อ และให้ลงตำแหน่งของผู้บันทึก "ในกรณีที่ไม่ใช้กระดาษบันทึกข้อความ ให้ลงวัน เดือน ปี ที่บันทึกไว้ด้วย" เหตุผลคือกระดาษบันทึกข้อความมีช่องวันที่พิมพ์ไว้ให้อยู่แล้ว แต่กระดาษเปล่าไม่มี

ข้อ 12

การเขียนหรือพิมพ์ชื่อของคนต่างด้าวในรายงานหรือหนังสือราชการที่ต้องมีอักษรภาษาอังกฤษกำกับไว้ ตามข้อ 4 ต้องกำกับอย่างไร

  1. 1.กำกับทุกครั้งที่มีการอ้างถึงชื่อนั้น
  2. 2.กำกับแต่ชื่อที่อ้างในครั้งแรกเท่านั้น ไม่ต้องกำกับทุกคราวที่อ้าง
  3. 3.กำกับเฉพาะในหน้าสุดท้ายของหนังสือ
  4. 4.ไม่ต้องกำกับ ให้ใช้อักษรภาษาไทยอย่างเดียว
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. กำกับแต่ชื่อที่อ้างในครั้งแรกเท่านั้น ไม่ต้องกำกับทุกคราวที่อ้าง

ข้อ 4 วรรคท้ายกำหนดว่า ให้เขียนหรือพิมพ์แต่ชื่อที่อ้างในครั้งแรกเท่านั้น ไม่ต้องเขียนหรือพิมพ์กำกับทุกคราวที่อ้าง และหากคนต่างด้าวมีหนังสือเดินทาง ให้เขียนชื่อเป็นภาษาอังกฤษตามหนังสือเดินทาง ส่วนชื่อบริษัท ห้างร้าน ให้ใช้ตามเอกสารหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลหรือเอกสารการจดทะเบียนการค้า เหตุผลของหลักนี้คือการใช้ตัวอักษรไทยเขียนชื่อต่างด้าวอาจทำให้เข้าใจผิดเป็นคนละคนหรือคนละแห่งได้

ข้อ 13

ตามบทที่ 2 ข้อ 2 แบบบันทึกข้อความของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีกี่ขนาด และเป็นขนาดใด

  1. 1.2 ขนาด คือ ขนาดใหญ่ (เอ 4) และขนาดเล็ก (เอ 5)
  2. 2.2 ขนาด คือ ขนาดใหญ่ (เอ 3) และขนาดเล็ก (เอ 4)
  3. 3.3 ขนาด คือ เอ 4 เอ 5 และ เอ 6
  4. 4.ขนาดเดียว คือ เอ 4 เท่านั้น
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 1. 2 ขนาด คือ ขนาดใหญ่ (เอ 4) และขนาดเล็ก (เอ 5)

ข้อ 2 ของบทที่ 2 กำหนดว่าแบบบันทึกข้อความมี 2 ขนาด คือ ขนาดใหญ่ (เอ 4) และขนาดเล็ก (เอ 5) นี่เป็นกฎเฉพาะของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่เพิ่มเติมจากระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ข้อ 14

เจ้าหน้าที่จะเสนอเรื่องที่มีข้อความยาวมาก จนบรรจุลงในบันทึกขนาดเล็กไม่หมด ควรใช้บันทึกข้อความขนาดใด

  1. 1.ขนาดเล็ก (เอ 5) แล้วเขียนต่อในแผ่นที่สอง
  2. 2.ขนาดใหญ่ (เอ 4)
  3. 3.ขนาดใดก็ได้ ระเบียบไม่ได้กำหนด
  4. 4.ต้องใช้หนังสือภายนอกแทน ไม่ใช้บันทึกข้อความ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ขนาดใหญ่ (เอ 4)

ข้อ 2 วรรคสองระบุว่า บันทึกขนาดใหญ่ใช้ในการบันทึกเสนอเรื่องที่มีข้อความยาว ซึ่งไม่สามารถบรรจุข้อความที่จะเสนอลงในบันทึกขนาดเล็กได้หมด ส่วนบันทึกขนาดเล็กให้ใช้ในการบันทึกเสนอเรื่องที่มีข้อความสั้น หลักการเลือกจึงดูที่ความยาวของข้อความ ไม่ใช่ความสำคัญหรือชั้นความเร็วของเรื่อง

ข้อ 15

ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาโดยไม่ต้องมีคำว่า "เรียน" ตามข้อ 3 ต้องระบุสิ่งใดแทน

  1. 1.ระบุเพียงชื่อตัวและชื่อสกุลของผู้ใต้บังคับบัญชาเท่านั้น
  2. 2.ระบุยศ ชื่อตัว ชื่อสกุล หรือตำแหน่ง หรือยศ ชื่อตัว ชื่อสกุล และตำแหน่ง ของผู้ใต้บังคับบัญชา
  3. 3.ระบุเลขที่ประจำตัวข้าราชการตำรวจของผู้ใต้บังคับบัญชา
  4. 4.ระบุชื่อหน่วยงานต้นสังกัดของผู้ใต้บังคับบัญชา
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ระบุยศ ชื่อตัว ชื่อสกุล หรือตำแหน่ง หรือยศ ชื่อตัว ชื่อสกุล และตำแหน่ง ของผู้ใต้บังคับบัญชา

ข้อ 3 กำหนดทางเลือกไว้สามแบบ คือ ระบุยศ ชื่อตัว ชื่อสกุล หรือระบุตำแหน่ง หรือระบุยศ ชื่อตัว ชื่อสกุล และตำแหน่ง ของผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้สั่งเลือกได้ตามความเหมาะสม ไม่ได้บังคับให้ใช้แบบใดแบบหนึ่ง

ข้อ 16

การลงความเห็นของเจ้าหน้าที่ในกระดาษบันทึก หากมีข้อความมากกว่า 1 หน้า ตามข้อ 4 หน้าต่อไปต้องใช้กระดาษอย่างไร

  1. 1.ใช้กระดาษบันทึกข้อความที่มีตราครุฑเหมือนแผ่นแรกทุกแผ่น
  2. 2.ใช้กระดาษที่ไม่ต้องมีตราครุฑ แต่ให้มีคุณภาพเช่นเดียวหรือใกล้เคียงกับแผ่นแรก
  3. 3.ใช้กระดาษชนิดใดก็ได้ตามที่หน่วยงานมีอยู่
  4. 4.ต้องแยกเป็นบันทึกฉบับใหม่ ห้ามเขียนต่อในแผ่นที่สอง
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ใช้กระดาษที่ไม่ต้องมีตราครุฑ แต่ให้มีคุณภาพเช่นเดียวหรือใกล้เคียงกับแผ่นแรก

ข้อ 4 กำหนดว่า หากมีข้อความมากกว่า 1 หน้า หน้าต่อไปให้ใช้กระดาษไม่ต้องมีตราครุฑ แต่ให้มีคุณภาพเช่นเดียวหรือใกล้เคียงกับแผ่นแรก หลักนี้ตรงกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีที่ให้ใช้ตราครุฑเฉพาะแผ่นแรกของหนังสือ นอกจากนี้ข้อ 4 ยังกำหนดว่าถ้าข้อความสั้นให้เขียน ถ้าข้อความยาวให้พิมพ์

ข้อ 17

เมื่อผู้บังคับบัญชาได้มีคำสั่งปรากฏอยู่ในกระดาษบันทึกข้อความแล้ว หากผู้รับคำสั่งประสงค์จะขอแก้ไขในเรื่องนั้น ตามข้อ 4 ต้องทำอย่างไร

  1. 1.บันทึกความเห็นแย้งต่อท้ายคำสั่งเดิมในบันทึกฉบับนั้น
  2. 2.บันทึกความเห็นเสนอขึ้นมาใหม่ ห้ามใช้บันทึกเดิม
  3. 3.ขออนุญาตผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปหนึ่งชั้นก่อนจึงจะแก้ไขในบันทึกเดิมได้
  4. 4.ขีดฆ่าคำสั่งเดิมแล้วให้ผู้บังคับบัญชาลงนามกำกับการแก้ไข
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. บันทึกความเห็นเสนอขึ้นมาใหม่ ห้ามใช้บันทึกเดิม

ข้อ 4 วางหลักเด็ดขาดว่า เมื่อผู้บังคับบัญชาได้มีคำสั่งปรากฏอยู่ในกระดาษบันทึกข้อความแล้ว ผู้รับคำสั่งจะมีความเห็นหรือคำสั่งอื่นใดอีกไม่ได้ หากจะขอแก้ไขในเรื่องนั้นประการใด ให้บันทึกความเห็นเสนอขึ้นมาใหม่ "ห้ามใช้บันทึกเดิม" เหตุผลคือเพื่อรักษาบันทึกที่มีคำสั่งแล้วไว้เป็นหลักฐานให้คงสภาพเดิม ไม่ให้มีการเขียนทับหรือแย้งลงในเอกสารฉบับที่สั่งการไปแล้ว

ข้อ 18

การลงความเห็นในกระดาษบันทึกที่เป็นเรื่องซึ่งจะต้องเสนอต่อไป ตามข้อ 4 ผู้ลงความเห็นต้องปฏิบัติอย่างไร

  1. 1.ผู้ลงความเห็นคนแรกลงความเห็นเพียงคนเดียว แล้วส่งตรงถึงผู้มีอำนาจสั่งการ
  2. 2.ผู้ลงความเห็นทุกคนต้องบันทึกความเห็นตามลำดับตำแหน่งจนกว่าจะถึงที่สุด
  3. 3.ให้ลงความเห็นเฉพาะผู้ที่เห็นแย้งเท่านั้น ผู้ที่เห็นด้วยไม่ต้องลง
  4. 4.ให้ลงความเห็นพร้อมกันในแผ่นแยกต่างหากคนละแผ่น
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ผู้ลงความเห็นทุกคนต้องบันทึกความเห็นตามลำดับตำแหน่งจนกว่าจะถึงที่สุด

ข้อ 4 กำหนดให้ลงความเห็นตามลำดับตำแหน่ง และถ้าเป็นเรื่องที่จะต้องเสนอต่อไป ผู้ลงความเห็นทุกคนจะต้องบันทึกความเห็นตามลำดับจนกว่าจะถึงที่สุด ส่วนผู้บังคับบัญชาที่มีอำนาจสั่งการในเรื่องนั้น จะสั่งการในตอนท้ายของกระดาษบันทึก หรือจะบันทึกสั่งการในช่องว่างของกระดาษบันทึกในหน้าแรกก็ได้

ข้อ 19

การลงชื่อในกระดาษบันทึกตามบทที่ 2 ข้อ 4 วรรคท้าย ต้องลงวัน เดือน ปี ไว้ที่ใด

  1. 1.ไว้เหนือลายมือชื่อ
  2. 2.ไว้ใต้ตำแหน่ง ทุกครั้ง
  3. 3.ไว้ที่มุมบนขวาของกระดาษบันทึก
  4. 4.ไม่ต้องลง เพราะกระดาษบันทึกข้อความมีวันที่อยู่แล้ว
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ไว้ใต้ตำแหน่ง ทุกครั้ง

ข้อ 4 วรรคท้ายกำหนดว่า การลงชื่อ ให้วงเล็บชื่อตัว ชื่อสกุล ไว้ใต้ลายมือชื่อ และลงวัน เดือน ปี ไว้ใต้ตำแหน่งทุกครั้ง ลำดับจึงเป็น ลายมือชื่อ แล้ววงเล็บชื่อ แล้วตำแหน่ง แล้ววันที่ ระวังสับสนกับข้อ 4 ของบทที่ 1 ที่พูดถึงการลงชื่อในบันทึกกรณีไม่ใช้กระดาษบันทึกข้อความ

ข้อ 20

บันทึกสั่งการของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ต้องถือเป็นระเบียบถาวร หรือจะต้องมีการแก้ไขระเบียบปฏิบัติ ตามข้อ 5.2 ให้ส่งสำเนาบันทึกสั่งการจำนวนกี่ชุด ไปยังหน่วยงานใด

  1. 1.1 ชุด ไปยังสำนักงานเลขานุการตำรวจแห่งชาติ
  2. 2.2 ชุด ไปยังสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ
  3. 3.3 ชุด ไปยังกองกฎหมาย สำนักงานกฎหมายและคดี
  4. 4.5 ชุด ไปยังกองสารนิเทศ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. 3 ชุด ไปยังกองกฎหมาย สำนักงานกฎหมายและคดี

ข้อ 5.2 ของบทที่ 2 กำหนดให้เจ้าหน้าที่ของเรื่องนั้นส่งสำเนาบันทึกสั่งการ จำนวน 3 ชุด ไปยังกองกฎหมาย สำนักงานกฎหมายและคดี เพื่อรวบรวมไว้เป็นหลักฐานและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง จุดที่ต้องแยกให้ออกคือ การขอเลขที่หนังสือส่งตามข้อ 5.1 ทำที่สำนักงานเลขานุการตำรวจแห่งชาติ แต่การส่งสำเนาบันทึกสั่งการที่เป็นระเบียบถาวรตามข้อ 5.2 ส่งไปกองกฎหมาย

ข้อ 21

การออกเลขที่บันทึกสั่งการตามบทที่ 2 ข้อ 5.4 ให้ออกเลขตามลำดับของเรื่องตลอดช่วงเวลาใด

  1. 1.ตลอดปีงบประมาณ
  2. 2.ตลอดปีปฏิทิน
  3. 3.ตลอดวาระการดำรงตำแหน่งของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
  4. 4.ตลอดรอบหกเดือน แล้วเริ่มนับหนึ่งใหม่
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ตลอดปีปฏิทิน

ข้อ 5.4 กำหนดให้ออกเลขที่ตามลำดับของเรื่องตลอดปีปฏิทิน ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยให้ปรากฏในสมุดออกเลขที่ไว้ด้วยว่าเป็นเรื่องของหน่วยงานใด วัน เดือน ปีใด เพื่อเป็นหลักฐานในการตรวจค้นหาเรื่องต่อไป ข้อนี้เป็นกับดักคลาสสิก เพราะราชการไทยใช้ปีงบประมาณกับเรื่องการเงิน แต่เลขทะเบียนหนังสือใช้ปีปฏิทิน

ข้อ 22

เมื่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าลงชื่อสั่งการในบันทึกที่หน่วยงานเสนอแล้ว ตามข้อ 5.1 เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานนั้นต้องนำเรื่องไปดำเนินการที่ใดก่อนรับเรื่องคืน

  1. 1.กองสารนิเทศ เพื่อประชาสัมพันธ์คำสั่ง
  2. 2.สำนักงานเลขานุการตำรวจแห่งชาติ เพื่อออกเลขที่หนังสือส่งและลงทะเบียนคุมไว้
  3. 3.สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ เพื่อบรรจุลงแผนปฏิบัติราชการ
  4. 4.กองวินัย เพื่อตรวจสอบความชอบด้วยระเบียบ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. สำนักงานเลขานุการตำรวจแห่งชาติ เพื่อออกเลขที่หนังสือส่งและลงทะเบียนคุมไว้

ข้อ 5.1 กำหนดให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานนั้นนำเรื่องไปให้สำนักงานเลขานุการตำรวจแห่งชาติออกเลขที่หนังสือส่งและลงทะเบียนคุมไว้ แล้วรับเรื่องคืนเพื่อดำเนินการต่อไป สอดคล้องกับข้อ 5.3 ที่ให้เจ้าหน้าที่รับ-ส่งของสำนักงานเลขานุการตำรวจแห่งชาติจัดทำสมุดทะเบียนหนังสือส่งเพื่อเป็นสมุดออกเลขที่บันทึกสั่งการโดยเฉพาะ

ข้อ 23

กรณีบันทึกสั่งการที่จะขอเลขที่เป็น "เรื่องลับ" ตามข้อ 5.1 เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งข้อมูลใดแก่เจ้าหน้าที่ผู้ออกเลข

  1. 1.แจ้งข้อความทั้งหมดในบันทึกเพื่อให้ลงทะเบียนได้ครบถ้วน
  2. 2.แจ้งว่าเป็นบันทึกลับหรือเรื่องลับ เป็นเรื่องของหน่วยงานใด จากใครถึงใคร วัน เดือน ปีใด
  3. 3.แจ้งเพียงชั้นความลับ โดยไม่ต้องระบุหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
  4. 4.ไม่ต้องแจ้งสิ่งใด ให้ผู้ออกเลขเปิดซองตรวจสอบเอง
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. แจ้งว่าเป็นบันทึกลับหรือเรื่องลับ เป็นเรื่องของหน่วยงานใด จากใครถึงใคร วัน เดือน ปีใด

ข้อ 5.1 วรรคสองกำหนดให้ปฏิบัติในการขอเลขที่เช่นเดียวกับหนังสือราชการลับ กล่าวคือให้เจ้าหน้าที่แจ้งแก่เจ้าหน้าที่ผู้ออกเลขให้ทราบว่าเป็นบันทึกลับ หรือเป็นเรื่องลับ และเป็นเรื่องของหน่วยงานใด จากใครถึงใคร วัน เดือน ปีใด เป็นต้น หลักคือให้ข้อมูลเท่าที่จำเป็นแก่การลงทะเบียน โดยไม่ต้องเปิดเผยเนื้อหาของเรื่อง

ข้อ 24

ข้อใด "ไม่ใช่" ประเภทของบันทึกที่บทที่ 2 ข้อ 1 ระบุให้ใช้กระดาษบันทึกข้อความ

  1. 1.บันทึกย่อเรื่อง
  2. 2.บันทึกรายงานที่ตนได้ปฏิบัติมา
  3. 3.บันทึกสั่งการ
  4. 4.บันทึกข้อตกลงระหว่างประเทศ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 4. บันทึกข้อตกลงระหว่างประเทศ

ข้อ 1 ของบทที่ 2 ระบุประเภทบันทึกที่ต้องใช้กระดาษบันทึกข้อความไว้ ได้แก่ บันทึกข้อความเสนอผู้บังคับบัญชา บันทึกย่อเรื่อง บันทึกรายงานที่ตนได้ปฏิบัติมา บันทึกความเห็น บันทึกติดต่อ และบันทึกสั่งการ ทั้งหมดเป็นหนังสือราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนบันทึกข้อตกลงระหว่างประเทศเป็นเอกสารคนละประเภท ไม่อยู่ในบทนี้

ข้อ 25

ตามข้อ 3.1 ของบทที่ 1 เรื่องชื่อส่วนราชการ วัน เดือน ปี และข้อความที่ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ มิได้กำหนดคำย่อไว้ ให้ปฏิบัติอย่างไร

  1. 1.ห้ามใช้คำย่อโดยเด็ดขาด ต้องเขียนเต็มทุกครั้ง
  2. 2.ถ้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดว่าให้ใช้คำย่ออย่างไร ก็ให้ใช้คำย่อตามนั้น
  3. 3.ให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องกำหนดคำย่อขึ้นใช้เองได้ตามสะดวก
  4. 4.ให้ขออนุมัติสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นราย ๆ ไปก่อนใช้คำย่อ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ถ้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดว่าให้ใช้คำย่ออย่างไร ก็ให้ใช้คำย่อตามนั้น

ข้อ 3.1 เขียนไว้ว่า ชื่อส่วนราชการ วัน เดือน ปี และข้อความที่ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มิได้กำหนดไว้ ถ้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดว่าให้ใช้คำย่ออย่างไร ก็ให้ใช้คำย่อตามนั้น ข้อนี้เป็นฐานอำนาจให้บทที่ 8 ว่าด้วยการใช้คำย่อในราชการตำรวจ ใช้บังคับได้

ข้อ 26

เหตุผลที่บทที่ 2 ข้อ 5 กำหนดให้มีเลขที่ประจำบันทึกสั่งการของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไว้ในที่แห่งเดียวกัน คือข้อใด

  1. 1.เพื่อให้สามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการออกเลขได้ถูกต้อง
  2. 2.เพื่อสะดวกในการค้นหาได้ง่าย เนื่องจากบางเรื่องเป็นระเบียบที่หน่วยงานต่าง ๆ ต้องถือปฏิบัติเป็นเวลานาน
  3. 3.เพื่อควบคุมมิให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเสนอเรื่องซ้ำซ้อนกัน
  4. 4.เพื่อให้สามารถทำลายเอกสารได้ครบถ้วนเมื่อพ้นกำหนดสิบปี
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. เพื่อสะดวกในการค้นหาได้ง่าย เนื่องจากบางเรื่องเป็นระเบียบที่หน่วยงานต่าง ๆ ต้องถือปฏิบัติเป็นเวลานาน

ข้อ 5 อธิบายเหตุผลไว้เองว่า บางเรื่องเป็นระเบียบที่หน่วยงานต่าง ๆ จะต้องถือปฏิบัติเป็นเวลานาน สมควรจะมีเลขที่ประจำบันทึกสั่งหรือการสั่งการนั้นไว้ในที่แห่งเดียวกัน เพื่อสะดวกในการค้นหาได้ง่าย จึงกำหนดการออกเลขที่การสั่งการในใบบันทึกหรือเรื่องต่าง ๆ ตามข้อ 5.1 ถึง 5.4

ข้อ 27

ตามข้อ 4 ของบทที่ 2 การลงความเห็นของเจ้าหน้าที่ กรณีข้อความสั้นและกรณีข้อความยาว ให้ทำอย่างไร

  1. 1.ข้อความสั้นให้พิมพ์ ข้อความยาวให้เขียน
  2. 2.ข้อความสั้นให้เขียน ข้อความยาวให้พิมพ์
  3. 3.ต้องพิมพ์ทั้งสองกรณี
  4. 4.ต้องเขียนด้วยลายมือทั้งสองกรณี
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ข้อความสั้นให้เขียน ข้อความยาวให้พิมพ์

ข้อ 4 กำหนดว่า การลงความเห็นของเจ้าหน้าที่ ตามปกติให้ใช้บันทึกฉบับเดียว ถ้าข้อความสั้นให้เขียน ถ้าข้อความยาวให้พิมพ์ เหตุผลเชิงปฏิบัติคือข้อความยาวที่เขียนด้วยลายมือมักอ่านยากและกินเนื้อที่ จึงให้พิมพ์แทน

ข้อ 28

ผู้บังคับบัญชาที่มีอำนาจสั่งการในเรื่องที่เสนอมาตามกระดาษบันทึก จะสั่งการที่ตำแหน่งใดของกระดาษได้บ้าง

  1. 1.ในตอนท้ายของกระดาษบันทึกเท่านั้น
  2. 2.ในช่องว่างของกระดาษบันทึกในหน้าแรกเท่านั้น
  3. 3.ในตอนท้ายของกระดาษบันทึก หรือในช่องว่างของกระดาษบันทึกในหน้าแรกก็ได้
  4. 4.ต้องสั่งการในบันทึกฉบับใหม่แยกต่างหากเสมอ
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 3. ในตอนท้ายของกระดาษบันทึก หรือในช่องว่างของกระดาษบันทึกในหน้าแรกก็ได้

ข้อ 4 ระบุว่าผู้บังคับบัญชาที่มีอำนาจสั่งการในเรื่องนั้น จะสั่งการในตอนท้ายของกระดาษบันทึก หรือจะบันทึกสั่งการในช่องว่างของกระดาษบันทึกในหน้าแรกก็ได้ จึงเป็นทางเลือกสองทาง ไม่ใช่บังคับตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง

ข้อ 29

ตามข้อ 4 ของบทที่ 1 การลงชื่อในหนังสือราชการ ต้องประกอบด้วยสิ่งใดบ้าง

  1. 1.ลายมือชื่อ และตำแหน่งของเจ้าของหนังสือ
  2. 2.ลายมือชื่อ ชื่อตัวชื่อสกุลในวงเล็บใต้ลายมือชื่อ และตำแหน่งของเจ้าของหนังสือ
  3. 3.ลายมือชื่อ ยศ และหมายเลขประจำตัวข้าราชการตำรวจ
  4. 4.ลายมือชื่อ ชื่อตัวชื่อสกุลในวงเล็บ และหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้
▸ ดูเฉลยและคำอธิบาย

ตอบข้อ 2. ลายมือชื่อ ชื่อตัวชื่อสกุลในวงเล็บใต้ลายมือชื่อ และตำแหน่งของเจ้าของหนังสือ

ข้อ 4 วรรคแรกกำหนดว่า การลงชื่อในหนังสือราชการ ให้ลงลายมือชื่อเจ้าของหนังสือ และพิมพ์ชื่อตัว ชื่อสกุล ของเจ้าของลายมือชื่อภายในวงเล็บไว้ใต้ลายมือชื่อ และให้ลงตำแหน่งของเจ้าของหนังสือ ครบสามส่วน ส่วนหมายเลขโทรศัพท์เป็นเรื่องของบทที่ 4 ที่ให้ระบุไว้ตอนลงชื่อรับเรื่องคืน ไม่ใช่ส่วนประกอบของการลงชื่อในหนังสือราชการ

ฝึกทำแบบจับเวลาและสุ่มข้อใหม่ทุกรอบ

โหมดฝึกจะสุ่มข้อใหม่ให้ทุกครั้ง เฉลยทันทีหลังตอบ และถ้าเข้าสู่ระบบไว้ระบบจะจำว่าคุณทำข้อไหนไปแล้ว พร้อมเก็บข้อที่ตอบผิดไว้ให้กลับมาแก้ตัว

เทคนิคทำข้อสอบวิชาระเบียบงานสารบรรณ

  • จำชนิดหนังสือราชการทั้งหมดให้ครบก่อน แล้วค่อยจำว่าแต่ละชนิดใช้เมื่อใด
  • ชั้นความเร็วกับชั้นความลับเป็นคนละเรื่องกัน ข้อสอบชอบสลับมาหลอก
  • อายุการเก็บหนังสือแต่ละประเภทเป็นตัวเลขที่ออกบ่อย ท่องเป็นชุดจะจำได้ทน

หัวข้ออื่นในวิชาระเบียบงานสารบรรณ

คำถามที่พบบ่อย

ข้อสอบงานสารบรรณตำรวจและบันทึกข้อความ ออกสอบในสนามไหนบ้าง

หัวข้องานสารบรรณตำรวจและบันทึกข้อความ อยู่ในวิชาระเบียบงานสารบรรณ ซึ่งใช้สอบในนายสิบตำรวจ (สายอำนวยการ) ในเว็บนี้มีข้อสอบหัวข้อนี้ทั้งหมด 29 ข้อ

แนวข้อสอบงานสารบรรณตำรวจและบันทึกข้อความ มีเฉลยอธิบายไหม

ทุกข้อมีเฉลยพร้อมคำอธิบายว่าทำไมตัวเลือกนั้นถึงถูก และหน้านี้เปิดให้อ่านครบทั้ง 29 ข้อฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก

ฝึกทำข้อสอบงานสารบรรณตำรวจและบันทึกข้อความ ต้องเสียเงินไหม

ไม่เสียค่าใช้จ่าย ใช้ได้ฟรีทั้งหมด ไม่ต้องสมัครสมาชิกก็เริ่มฝึกได้ แต่ถ้าเข้าสู่ระบบ ระบบจะจำว่าทำข้อไหนไปแล้วและเก็บข้อที่ตอบผิดไว้ให้กลับมาทบทวน